บทที่ 1 คำเตือน + INTRO
คำเตือน
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และ (ฉบับเพิ่มเติม) พ.ศ. 2558
ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือทำซ้ำ หากพบเจอดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด ทั้งภาพและเนื้อหา
❌ ไม่อนุญาตให้ก๊อปปี้ ดัดแปลง หรือเผยแพร่เนื้อหาซ้ำ ❌
✅ หากพบเจอ ปรับ 4 แสนบาททุกกรณี + ดำเนินคดีซ้ำ ✅
•••••
INTRO
'นี่ไง คราวนี้เธอก็สำคัญกับฉันคนเดียวแล้วนะ วิเวียน'
'คนใจร้าย'
'ที่เธอรักไง..'
ใช่ เมื่อก่อนอาจจะใช่ทว่าตอนนี้เธอเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าที่ยอมอยู่ ยอมอดทนแบบนี้เพื่ออะไร ยังรักอยู่ หรือแค่รอเวลา
@Jinjang
"ตื่น เลิกร้องไห้ รีบไปอาบน้ำแล้วออกมากินข้าว จะได้นอนพัก" ชายหนุ่มหันมองร่างเล็กข้างกายนิ่ง สะกิดแขนเรียกเธอที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนผล็อยหลับให้รู้สึกตัวตื่น เพียงแค่ปลายนิ้วที่สัมผัสร่างเล็กก็สะดุ้งกอดอก ขยับถอย พยักหน้าเช็ดน้ำตารีบ ๆ
"เดี๋ยวฉันไปอาบอีกห้อง เธอก็รีบอาบน้ำรีบแต่งตัวแล้วหยิบอุปกรณ์ล้างแผลมาด้วย" เป็นอีกครั้งที่ไร้ซึ่งคำตอบ มีเพียงใบหน้าเปื้อนน้ำตา ขอบตาบวม ขนตาเปียกเป็นแพที่บอกให้รู้ว่าเธอกำลังเสียใจ
ทันทีที่หญิงสาวหันหลัง ชายหนุ่มก็เดินพยุงตัวเองไปนั่งพักที่โซฟาตัวยาว ก่อนจะกัดฟันกรอดขยับเอนหลังลงนอนทั้งที่เจ็บปวดระบมร้าวทั้งตัว เปลือกตาที่ปิดลงหวนให้นึกถึงเหตุการณ์บนเครื่องบิน ซึ่งก็ทำให้รู้ว่าต่อให้เขาเจ็บหรือปางตายภัสก็ไม่สนใจ เพราะคนที่เธอรักและสนใจจริง ๆ คือมัน
ตอนนี้ไม่รู้เลยว่าภัสรู้เรื่องคู่หมั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ นานแค่ไหน เป็นวันหรือเป็นเดือน แต่ที่แน่ ๆ ไม่มีโอกาสให้คนอย่างเขาได้แก้ตัวอีกแล้ว
"มึงกลับมาไวกว่าที่คิดนะ" เจ้าของเสียงเดินล้วงกระเป๋ากางเกงมายืนแซว มองใบหน้าฟกช้ำแล้วหันหลังกลับไปนั่งโซฟาฝั่งตรงข้าม
"กูบอกมึงแล้ว อย่ายุ่งกับคนมีเจ้าของ" ตอกย้ำเสียงเรียบ
"มันไม่ใช่เจ้าของ คนที่เป็นเจ้าของภัสคือกู!" กัดฟันกรอดตอบเพื่อนน้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ลำพังภัสบอกเลิก ภัสทิ้งก็ว่าแย่แล้ว มันยังอุตส่าห์มาตอกย้ำ ทำได้ยังไง
"มึงไม่ใช่คนโง่ แล้วผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ได้โง่"
"..." ภัสไม่เคยเป็นคนโง่ในสายตาเขา
"ถ้าจะมาพูดเรื่องนี้ มึงกลับไปเถอะ"
"กูแค่จะมาทวงสัญญา เผื่อมึงลืม" กระตุกยิ้มตอบ
"กูเหลือเวลาอีกเท่าไหร่?"
"หกเดือน"
"นานฉิบหาย!" สบถคำหยาบคายพร้อมกับแค่นหัวเราะกลอกตาไปมาอย่างเอือมระอา
"อดทนหน่อยแล้วกัน ยังไงมึงก็ไม่ได้รักไม่ได้แคร์อยู่แล้ว อีกแค่แป๊บเดียว ทนมาได้ตั้งสองปีครึ่ง อดทนอีกสักครึ่งปี คงไม่ตายห่าหรอก ถ้าไม่ไปยุ่งกับเมียชาวบ้านอีกน่ะนะ"
"รู้ ไม่ต้องย้ำ พูดจบแล้วก็ไป จะมาเสนอหน้าอยู่ทำเพื่อ?"
"คิดถึง"
"รอ รอเป็นไหม?"
"ก็แค่คิดถึง ไม่ได้เห็นหน้าก็ต้องมีบ้างเป็นธรรมดา มึงเอาไปกกอยู่ไทยตั้งนาน"
"ตามนั้น" กลอกตาตอบ เอาที่มันสบายใจ เขาไม่คิดติดใจหรืออยากต่อว่าอะไรทั้งนั้น ในเมื่อคุยกันแล้ว ตกลงกันแล้ว ถึงขั้นมีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร อนาคตก็ตามนั้นแหละ ไม่เปลี่ยนใจแน่นอน
เกาฟู่เป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่เรียนแลกเปลี่ยนภาษา เขากับมันเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย คุยอะไรก็ถูกคอ เสนออะไรก็ถูกใจ โตมาเลยมีโอกาสได้ร่วมหุ้นทำธุรกิจด้วยกัน ฐานะการเงิน ชื่อเสียงทางบ้านมันค่อนข้างดีกว่ามากเมื่อเทียบกับชนชั้นกลางอย่างเขา
"ปีนี้เราจะอายุสามสิบสองแล้วเหรอวะ รู้สึกแก่ฉิบหาย"
"ก็แค่อายุ"
"อายุวิเวียนก็คงย่างยี่สิบสอง ใช่ไหม?"
"ไม่รู้" ไม่เคยรู้อะไรสักอย่าง รู้แค่ตอนที่เจอกันเธออายุเลยสิบแปดปีแล้ว ไม่เด็กมาก ไม่ผิดกฎหมาย
"ดีแล้ว ๆ" ฟู่พยักหน้ายิ้มลูบปลายคางมองเพื่อนรักที่ไม่สะทกสะท้าน ไม่แม้แต่จะใส่ใจเรื่องของวิเวียนอย่างคนมีความสุข
สองคำสั้น ๆ เป็นต้องช้อนตาขึ้นมอง 'อะไรคือดีแล้ว? ดีตรงไหน?' มันเป็นบ้าหรือยังไง อะไรดี สุดท้ายก็ข้องใจจนต้องถาม..
"อะไรของมึง"
"ไม่อะไร แค่รู้สึกว่าดีแล้วที่สองปีครึ่งมึงไม่ได้พัฒนาความสัมพันธ์กับวิเวียน"
"แค่เอาให้หายอยาก จะให้พัฒนาอะไร"
"ได้ยินแบบนี้ยิ่งรู้สึกดี กูไม่ติดนะ ถ้าต้องกินของเหลือจากมึงอะ ยังไงก็ทะนุถนอมน้องหน่อยแล้วกัน อย่าให้ช้ำมาก เพราะตอนนี้กูตื่นเต้นมาก ๆ"
"ใจเย็น ๆ รีบเหรอ"
"รีบมากครับเพื่อนเกื้อ กูรีบจนอยากให้ถึงวันนั้นเร็ว ๆ เลย"
"เป็นเอามาก"
"มึงเอาจนเบื่อแล้วนี่ แต่กูยัง แปลกตรงไหน?"
"เรื่องของมึงเถอะ" ส่ายหน้าแล้วแต่จะคิด
"ถ้าเห็นแก่กู ก็รบกวนทะนุถนอมน้องหน่อยนะครับคุณเกื้อกูล"
"เออ!" ย้ำอยู่ได้ รำคาญ
เกื้อกูล ชายหนุ่มวัย 32 ปี ฐานะทางบ้านปานกลางอยู่ในขั้นดีพอสมควร วงศ์ตระกูลทำธุรกิจส่วนตัว ชายหนุ่มเลยได้รับช่วงต่อไม่มีข้อยกเว้น ในส่วนที่เป็นของวงศ์ตระกูลเขาแค่ช่วยป๋าดูแล ไม่มีความคิดอยากครอบครอง และอีกส่วนที่สร้างจากน้ำพักน้ำแรงตัวเองก็มีแค่เขาและคนไว้ใจเท่านั้นที่ให้ช่วยดูแล
เกื้อกูลโชคดีตรงที่ผู้ใหญ่ซัปพอร์ต สนับสนุนตลอด ในขณะที่ทุกคนต่างก็ไขว่คว้าหาโอกาส แต่เขากลับได้โอกาส ได้รับความไว้วางใจมาง่าย ๆ เพียงแค่ยืดอก แสดงความฉลาดนิด ๆ หน่อย ๆ ผู้ใหญ่ก็เห็นชอบทันที
ที่ผ่านมาใช้ชีวิตอิสรเสรีมาตลอดจนกระทั่งอายุยี่สิบเก้า ป๋าดันเห็นดีเห็นชอบรับใครไม่รู้เข้ามาในบ้าน พร้อมกับแนะนำให้รู้จักในฐานะคู่หมั้นทั้งที่เด็กคนนั้นยังอายุไม่ถึงยี่สิบปีเลยด้วยซ้ำ ทีแรกก็ไม่เข้าใจว่าทำไม เพราะอะไร จนได้เห็นพ่อแม่ของเธอ เห็นการพูดจา เห็นความพยายาม ทำให้รู้ว่าผู้ดีจอมปลอมมันเป็นแบบนี้นี่เอง และการมาวันนี้คงไม่แคล้วยัดเยียดเด็กนั่นให้มาเป็นเมียเขาในอนาคต แล้วก็เป็นอย่างที่คิด..
เขาเลยทำได้แค่ประวิงเวลา ขอเวลาจนกว่าจะพร้อม จนป๋ายื่นคำขาดให้เวลา 6 ปี เมื่อลองคำนวณเวลาคร่าว ๆ จะจบที่แต่งหรือไม่แต่ง เขาก็ยังไม่แก่มากเลยตอบตกลงให้พวกท่านสบายใจ ส่วนปัญหาที่จะตามมานั้น.. 'ช่วยไม่ได้ พ่อแม่เธอถีบหัวส่งมาตกนรกบนดินเอง'
