บทที่ 2 INTRO
INTRO
"อื้อ..."
เสียงประท้วงแผ่วเบาในลำคอราวกับลูกสัตว์ตัวน้อย ปลุกให้คนที่กำลังสะลึมสะลือลืมตาตื่นขึ้นกลางดึก ดวงตาคู่คมกวาดมองหาที่มาของเสียงนั้น ทว่าเมื่อสายตาปรับเข้ากับความมืดได้เด่นชัด ร่างกายกำยำกลับต้องแข็งค้างด้วยความตกใจ
เด็กหนุ่มที่เขาเคยพร่ำบอกว่าเกลียดแสนเกลียด ตราหน้าว่าสกปรกจนไม่อยากเข้าใกล้ และลั่นวาจาว่าต่อให้จ้างก็ไม่มีวันกินลง... บัดนี้กลับนอนซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันในอ้อมกอดของเขา
"เฮ้ย! มานอนตรงนี้ได้ยังไง"
นายน้อยแห่งวาลัวส์อุทานเสียงดังลั่นพลางดีดตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว เสียงตวาดอันห้วนจัดส่งผลให้ร่างเพรียวบางที่นอนอยู่ข้างกายสะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตปรือขึ้นด้วยความงุนงง สับสนกับสถานการณ์ตรงหน้า
ไอเฟลพยายามกวาดสายตามองไปรอบห้อง ทว่าความเจ็บร้าวที่แล่นริ้วขึ้นมาตามร่างกายกลับช่วยปลุกความทรงจำอันวาบหวามเมื่อค่ำคืนให้กระจ่างชัด รอยฟันจาง ๆ บนผิวขาวเนียน ร่องรอยสีกุหลาบทั่วเรือนร่าง และความเจ็บปวดลึกซึ้งจากการถูกช่วงชิงครั้งแรกไป... ทุกอย่างเด่นชัดจนใบหน้าหวานร้อนผ่าว กลิ่นอายคาวหวานที่ยังคงอบอวลอยู่บนเตียงกว้างเป็นหลักฐานชิ้นดีว่าค่ำคืนที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นบ้าง ภาพที่ตนเองเผลอไผลไปกับสัมผัสรุนแรงเร่าร้อนของเจ้าของห้อง ยิ่งย้ำเตือนยามที่สบเข้ากับแววตาไม่สบอารมณ์ของอีกฝ่าย
"คือ... เมื่อคืน..."
คนตัวเล็กพยายามจะอ้าปากอธิบายว่าอีกฝ่ายเมามายขาดสติเพียงใด และได้ล่วงเกินอะไรเขาไว้บ้าง ทว่ายังไม่ทันได้เอ่ยจบประโยค เจ้าของดวงตาสีเขียวมรกตก็สวนกลับด้วยน้ำเสียงหยามเหยียดทันควัน
"แอบเข้ามาในห้องฉันตอนเมาสินะ คิดจะใช้วิธีสกปรกแบบนี้มาอ่อยฉันงั้นเหรอ? น่ารังเกียจชะมัด"
ไทเลอร์พ่นถ้อยคำร้ายกาจใส่หน้าพลางสะบัดผ้าห่มลุกขึ้นจากเตียงกว้าง แม้ในส่วนลึกของจิตใต้สำนึกจะจำเหตุการณ์เมื่อคืนได้ดี และรู้ซึ้งว่าร่างกายนี้หอมหวานจนเขาแทบคลั่งแค่ไหน ทว่าด้วยทิฐิอันแรงกล้าและอีโก้ที่ค้ำคอ นายน้อยผู้สูงส่งจึงเลือกที่จะแสดงออกตรงกันข้ามเพื่อปกปิดความสับสนในใจ
"ไม่ใช่ซะหน่อย... เมื่อคืนคุณต่างหากที่..." ไอเฟลพยายามแก้ต่างให้ตัวเอง ทว่าความอ่อนแรงทำให้เขาเถียงไม่ทันคนเอาแต่ใจ
"ไม่ต้องมาแก้ตัว! ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้ ที่ของนายอยู่บนโซฟานู่น!"
ร่างสูงตวาดสั่งพลางเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ไทเลอร์ไม่กล้าแม้แต่จะสบดวงตาโตคู่นั้นเพราะกลัวว่าความรู้สึกพึงพอใจอย่างเปี่ยมล้นเมื่อคืนมันจะเอ่อล้นออกมาทางแววตาสีมรกตของตน
ไอเฟลทำได้เพียงขบเม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด กลืนก้อนความขมขื่นลงคออย่างยากลำบาก เด็กหนุ่มพยายามพยุงร่างกายที่บอบช้ำลุกขึ้นจากเตียงหลังใหญ่ ก้าวเดินออกไปทีละก้าว... ปล่อยให้น้ำตาหยดใสไหลรินลงมานองหน้าอย่างสุดจะกั้น
