บทที่ 3 หลงมาจากไหนกัน
“ค่อยๆยกเขาขึ้นมาวางไว้บนเตียงเลย เบาๆนะ”
ม่อนดอยสั่งอย่างรีบร้อน
“อาทิว อยู่ก่อน ส่วนคนอื่นๆกลับบ้านไปพักผ่อนได้แล้ว ได้เรื่องยังไงเดี๋ยวให้อาทิวแจ้งข่าว ขอบใจทุกๆคนมาก”
หญิงสาวหันไปสั่งกับเด็กชาย ที่วิ่งตามติดชายฉกรรจ์เหล่านั้นขึ้นมา ม่อนดอยไม่รอช้ารีบหยิบกรรไกรตัดไปบนชุดนักบินที่ร่างคนเจ็บสวมใส่อยู่ออกเพื่อสำรวจดูบาดแผลภายนอกพลางสำรวจร่างแกร่งที่นอนสลบไสลไม่ได้สติ ใบหน้าเปื้อนไปด้วยเลือดทำให้เห็นใบหน้าไม่ชัดเจน
เห็นบาดแผลที่เกิดจากรอยขูดขีดอยู่ทั่วแต่มีบาดแผลบริเวณหัวไหล่ที่เหมือนถูกของมีคมบาดเป็นทางยาว และมีรอยฟกช้ำอยู่หลายแห่ง
“อาทิว เตรียมอุปกรณ์เย็บแผลให้ที”
ม่อนดอยหันไปสั่งงานกับเด็กชาย อาทิวรับคำอย่างว่าง่ายพลางรีบไปจัดการตามที่หญิงสาวสั่งอย่างคล่องแคล่ว
หญิงสาวสำรวจคนเจ็บอย่างถี่ถ้วน เบื้องต้นขาและแขนไม่หัก มีบาดแผลบริเวณศีรษะ และบาดแผลบริเวณไหล่ซ้ายที่ลึกพอสมควร ชีพจรปกติ ม่อนดอยฉีดยาและจัดการเย็บแผลรวมไปถึงเช็ดทำความสะอาดใบหน้าและร่างกายของคนเจ็บอย่างไม่นึกรังเกียจ
“ฮ่า…เสร็จเรียบร้อยแล้ว อาการไม่น่าเป็นห่วง รอแค่ฟื้นให้ได้สติเท่านั้น อาทิวกลับบ้านเถอะ ป่านนี้แม่เราคงเป็นห่วงมากแล้ว ขอบใจมากที่ช่วยเป็นลูกมือให้”
ม่อนดอยหันไปบอกกับเด็กหนุ่มพลางยิ้มให้อย่างอ่อนโยน อาทิวเป็นเด็กหนุ่มอายุพึ่งจะสิบสี่ปี ม่อนดอยเป็นคนทำคลอดอาทิวออกมาเองกับมือจะว่าทำคลอดเองก็ไม่ถูกนัก ด้วยตอนนั้นเธอยังเป็นนักเรียนแพทย์ ทั้งยังเป็นแพทย์อาสาออกตระเวนเป็นแพทย์อาสาไปทั่วและหนึ่งในที่ๆเธอไปก็คือที่นี่
นั้นจึงเป็นเหตุให้เธอต้องอยู่ช่วยทำคลอดให้กับนางอาลีเผาะ กับพี่หมออีกคนหนึ่ง
และที่นี่ยังเป็นที่ๆเธอประทับใจ จนต้องกลับมาที่นี่อีกได้มาเห็นเด็กน้อยที่ตัวเองทำคลอดเติบโต จนเด็กน้อยคนนั้นตามติดและเรียกเธอว่าแม่ ซึ่งเธอก็ไม่ขัดดีซะอีกมีลูกโดยที่ไม่ต้องคลอดเอง
เด็กชายอาทิวอาศัยอยู่กับแม่เพียงสองคน พ่อของเด็กชายอาลีเสียชีวิตด้วยโรคไข้ป่าตั้งแต่เด็กชายอาลียังเป็นเด็กน้อยอายุห้าขวบ
“แม่ม่อนอยู่คนเดียวได้นะครับ หรือว่าให้ผมอยู่เป็นเพื่อน”
เด็กชายเอ่ยถามกลับมาอย่างเป็นห่วงหญิงสาวคนที่เขารักเหมือนกับเธอเป็นแม่แท้ๆของเขาอีกคน
“ไม่เป็นไรหรอกฉันอยู่ได้ เป็นห่วงแม่เราเถอะ รายนั้นขี้กลัวจะตาย ยิ่งฝนตกฟ้าร้องแบบนี้ด้วยแล้ว ป่านนี้นั่งร้องไห้แล้วมั้ง”
ม่อนดอยตอบกลับเด็กชายยิ้มๆเมื่อคิดไปถึงหญิงสาวมารดาของเด็กชาย นางอาลีเผาะ แม่ของเด็กชายที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ อาทิวจึงเรียกเธอว่าแม่ได้อย่างเต็มปาก ถึงแม้ว่ารูปร่างหน้าตาของม่อนดอยจะแตกต่างกับมารดาผู้ให้กำเนิดของเขาเป็นอย่างมากก็เถอะ
ม่อนดอยอายุย่างเข้าสามสิบหกปีนี้แล้ว แต่ว่ารูปร่างหน้าตาดูไม่สมกับอายุของเธอเลย ด้วยรูปร่างที่มีส่วนสูงเพียงร้อยหกสิบ รูปร่างสมส่วนไม่อ้วนหรือไม่ผอมจนเกินไปแต่อาจแลดูโปร่งบางเพราะเสื้อผ้าที่หญิงสาวชอบสวมใส่ เสื้อเชิ้ตกางเกงยีนต์ หรือไม่ก็เสื้อยืดตัวหลวมกับกางเกงผ้าเนื้อเบา
ใบหน้ารูปไข่ ดวงตาหวานซึ้ง จมูกโด่งปลายรั้นน้อยๆ ริมฝีปากอิ่มสีชมพูโดยธรรมชาติ ผิวสีขาวเหลืองเรียบเนียน ผมยาวสีน้ำตาลเข้มมักผูกเป็นหางม้าสูงที่พริ้วไหวไปตามการเคลื่อนไหวของหญิงสาว แตกต่างจากแม่อาลีเผาะของเขาราวนางฟ้ากับมนุษย์เดินดินที่อายุเท่ากันแต่แม่ของอาลีตัวเล็กแต่อวบอ้วน ผิวก็ดำคล้ำ จมูกก็บี้แบน แถมชอบใส่ผ้าถุงกับเสื้อชนเผ่าและที่ร้ายที่สุดก็คงจะเป็นฝีปากของมารดาและอาการขี้กลัวผีขึ้นสมองของเธอนั้นเอง
อาทิวยิ้มเขินๆเมื่อคิดไปถึงแม่ของตัวเอง
“งั้นผมกลับก่อนนะครับ ลาล่ะครับแม่ม่อน พรุ่งนี้ผมจะมาช่วยแต่เช้าเลย สวัสดีครับ”
เมื่อเด็กชายลงจากเรือนไปแล้ว ม่อนดอยก็ลุกขึ้นไปปิดประตูหน้าต่างให้สนิท สายฝนข้างนอกยังคงโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย เพียงแต่ไม่ได้หนักหน่วงเหมือนช่วงค่ำที่ผ่านมา ตอนนี้ราวๆหนึ่งทุ่ม อีกชั่วโมงเดียวไฟฟ้าส่องสว่างจะดับลง
ที่นี่ไม่มีไฟฟ้าใช้ ด้วยเป็นดอยสูงห่างไกลผู้คน ถ้าหากจะเดินทางเข้าตัวจังหวัดต้องเดินทางไม่ต่ำกว่าสามชั่วโมง ทั้งยังถนนที่ขรุขระไม่ได้ลาดยางหรือคอนกรีตเหมือนที่อื่นทั่วๆไป ต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อสูงหรือรถโฟล์วิลเท่านั้นถึงจะเข้ามายังหมู่บ้านได้
ที่นี่มีแต่เครื่องปั่นไฟที่มีไว้ใช้ในตอนกลางวัน ไฟฟ้าจะเริ่มปั่นใช้ตอนตีห้าและปิดเครื่องปั่นไฟในเวลาสองทุ่ม
โดยหลังจากสองทุ่มม่อนดอยจะใช้โคมไฟที่ชารจ์ไฟไว้แล้วจนเต็มแขวนไว้ทั่วบ้านแทน ขนาดไฟฟ้ายังไม่มีใช้ สัญญาณโทรศัพท์ไม่ต้องพูดถึงหรอกจ้า
ที่นี่มีสัญญาณโทรศัพท์ที่เดียวคือโรงเรียน ตชด.ของอีกหมู่บ้าน แถมมีสัญญาณแค่ขีดเดียวเองอีก และก็ห่างจากบ้านของเธอเกือบๆสี่สิบนาที
ม่อนดอยอดที่จะสำรวจร่างสูงแกร่งกำยำตรงหน้าไม่ได้ หลังจากที่เช็ดทำความสะอาดใบหน้าและร่างกาย ใบหน้าคมหล่อเหลา เส้นผมสีน้ำตาลเข้มอ่อนนุ่มดุจแพรไหม คิ้วเข้มเป็นแนวเฉียงได้รูป จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักบางได้รูป ผิวขาวละเอียดดูมีสุขภาพดีอย่างคนในเมือง กล้ามเนื้อแกร่งเป็นมัดกล้ามพองาม ไม่ได้ใหญ่โตเป็นก้ามปู และไม่ได้ผอมแห้งขี้ก้าง แต่รูปร่างกำยำได้สัดส่วน ไม่ผอม และไม่บึกจนเกินไป
หน้าท้องเป็นลอนเห็นกล้ามหน้าท้องซิกแพ็คชัดเจน ไล่เรื่อยเห็นวีไลน์และ…เมื่อเลื่อนสายตามาถึงตรงนี้จู่ๆใบหน้านวลก็เปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้น ม่อนดอยเบือนสายตาพยายามไม่มองตรงจุดสำคัญส่วนสงวนที่น่าจะมีแต่บุคคลใกล้ชิดเท่านั้นที่ได้เห็นหรือว่าสัมผัสมัน
ทำไมต้องหน้าแดงด้วยว่ะเรา ตอนเรียนกะตอนทำงานก็เห็นมาเยอะแยะ
