บทที่ 4 มันคืออารายยย!!!

เคยสัมผัสมาแล้วด้วย แต่ สัมผัสในเชิงวิชาชีพนะ ถ้าสัมผัสแบบชายกับหญิงเธอยังไม่เคย…อ๊าย!!!! บ้าจริง!!!! ผิดด้วยเหรอที่เธออายุปูนนี้แล้วแต่ยังเวอจิ้นน่ะ!!! เพราะมัวแต่ทำงานไง!! แล้วรูปร่างหน้าตาแบบเธอใครเขาจะเอา เธอไม่ใช่คนสวย หน้าตาแค่พอไปวัดไปวาได้เท่านั้น และที่สำคัญเธอเข็ดแล้วกับความรัก

ความรักครั้งแรกของเธอกับความหลอกลวง มาร์วิน ผู้ชายคนนั้นเข้าหาเธอเพราะว่าเธอเป็นคนเก่ง เขาหลอกใช้เธอสารพัด ไม่ว่าจะรายงาน การบ้านต่างๆเธอทำให้เขาหมด เขาคบกับเธอเพราะผลประโยชน์ล้วนๆ ฮึ! ยิ่งคิดยิ่งเจ็บใจ!!! ผู้ชายก็เหมือนๆกันหมด!!!!

แล้วยิ่งมาอยู่บนเขาบนดอยแบบนี้ด้วย ยิ่งหาแฟนยากเข้าไปใหญ่ บนดอยนี่ก็เหลือแต่ชาวบ้านที่ค่อนข้างมีอายุและก็เด็ก ส่วนหนุ่มๆสาวๆต่างเข้าเมืองไปเรียนและหางานทำในเมืองกันหมดด้วยว่าที่นี่มันทุรกันดารยังไงล่ะ เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ม่อนดอยได้แต่ถอนหายใจในโชคชะตาของตัวเองจะมีขบวนสุดท้ายแล่นผ่านมามั้ยน๊อ…แต่นี่มันบนดอยนะ รถไฟที่ไหนมันจะแล่นขึ้นดอยมาว่ะ ถ้าเครื่องบินล่ะก่อไม่แน่…

ม่อนดอยคิดพลางเหลือบมองคนเจ็บบนเตียง…เฮอะ!!! รูปร่างหน้าตายังกับพระเอกเกาหลีแบบนี้คงจะเหลือมาถึงเธอหรอก!!!

อืม…ว่าแต่อิตานี่รูปร่างดีจริงๆเลย ผิวก็ขาวเนียนเชี๊ยะ!! ม่อนดอยคิดทั้งยังกวาดสายตาไปทั่วร่างแกร่งเปล่าเปลือยที่นอนเหยียดยาวลมหายใจสม่ำเสมอ

ม่อนดอยตัดชุดที่เปียกชื้นของเขาทิ้งออกไปจนหมดแล้ว เพื่อความสะดวกในการทำแผลบัดนี้ร่างสูงจึงเปลือยเปล่าอวดรูปร่างแกร่งสมส่วน

แต่แล้วจู่ๆม่อนดอยก็มาสะดุดสายตากับส่วนสำคัญในร่างกายของชายหนุ่ม ส่วนกึ่งกลางกายที่นอนสงบนิ่ง

หญิงสาวหรี่ตามองมันอย่างไม่ค่อยมั่นใจเท่าใดนัก ก่อนจะตัดสินใจหยิบถุงมือที่ใช้ในการแพทย์ขึ้นมาสวมใส่ จ้องนิ่งอยู่ตรงส่วนนั้นอย่างลังเล

“ขอโทษนะคุณ…ขอฉันดูหน่อยแล้วกัน…เผื่อเป็นแผลจะได้รักษาให้ด้วยเลย”

ม่อนดอยเอ่ยออกมาเบาๆ พลางสูดลมหายใจเข้าปอดลึก อดมือสั่นไม่ได้แหะ…โกนซะเกลี้ยงเกลาเลย แถมพกมาซะเยอะเลย โห!!! สีชมพูเชี๊ยะ!!!!

แต่…ทำไมมันดูแปลกๆอ่ะ หน้าตามันจะดูแปลกๆพิกลๆไปมั้ยว่ะ?? รึว่าไอ้หมอนี่เป็นโรคเหรอ??

หญิงสาวใช้มือจับท่อนลำใหญ่นั้นอย่างเบามือ ม่อนดอยตาโตเมื่อมือเล็กภายใต้ถุงมือยางแนบเนื้อนั้นสัมผัสเข้ากับสิ่งขรุขระภายใต้ท่อนลำใหญ่นั้น

“นี่มันอะไรอ่ะ?? รึว่า…มุก!! หมอนี่ฝังมุกเหรอ!!!”

เกิดมาพึ่งเคยเห็น…อึ๊ย!!!! ทำไมมันน่ากลัวงี้อ่ะ แล้วจะฝังทำไมว่ะ ไม่กลัวเน่าเหรอ อึ๊ย!!!!

ม่อนดอยคิดพลางจับท่อนลำใหญ่นั้นอย่างแหยงๆ แต่ๆ…จู่ๆท่อนลำใหญ่ที่นอนสงบนิ่งเหมือนเจ้าของนั้นกลับเครียดขมึงขึ้นมาทีละน้อยเหมือนว่ากำลังสู้กับสัมผัสอันอ่อนนุ่มของมือน้อยๆของเธอ

“อื้ออออ”

เสียงครางต่ำดังออกมาจากชายร่างสูงเจ้าของมังกรใหญ่ฝังมุกที่บัดนี้เหมือนจะเริ่มรู้สึกตัว ไม่ใช่แค่ตัวนะที่รู้สึก ไอ้ที่ฝังมุกอยู่นี่ก็สู้มือของเธอเหลือเกิน

“อาาาา ซี๊ดดดดด~อย่าจับเฉยๆสิ รูดเร็วๆด้วย”

ม่อนดอยได้แต่อ้าปากชะงักค้างทำอะไรไม่ถูกเมื่อมือที่วางอยู่แนบลำตัวแกร่งยื่นมากอบกุมมือเล็กภายใต้ถุงมือยางของเธอไว้มั่น ในขณะที่ดวงตาคมยังคงปิดสนิทแต่ใบหน้าเหยเกแสดงความเสียวซ่านออกมา

อย่าบอกนะว่าอีตานี่ได้สติแล้ว!!! แต่ยังทำนิ่งเพื่อให้ฉันสำเร็จความใคร่ให้!!!! นี่ขนาดเจ็บเจียนตายนะ!!! ในหัวสมองคงมีแต่เรื่องอย่างว่า!!!!

ม่อนดอยคิดพลางขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างโกรธ ก่อนจะตัดสินใจเพิ่มแรงบีบหมับจากที่กุมไว้หลวมๆ

“นี่!!!! อีตาบ้า!!!! ในหัวสมองมีแต่เรื่องอย่างว่ารึไงว่ะ!!!! นี่แน่ะ!!! แม่จะจับหักให้ใช้การไม่ได้เลยนี่!!!!”

หญิงสาวหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ ในขณะที่มือเล็กจับข้อมือใหญ่ที่เอื้อมมากุมมือเธอไว้มั่น ส่วนอีกข้างที่กำรอบลำเอ็นใหญ่นั้นก็เพิ่มแรงบีบขึ้นจนร่างสูงที่นอนนิ่งนั้นสะดุ้งนิ่วหน้าด้วยความเจ็บแต่ไม่ได้ลืมตาขึ้นมาหรือว่าขยับตัวลุกขึ้นแต่อย่างใด

ม่อนดอยผละจากมือใหญ่ ใช้มือเล็กๆนั้นตีลงบนหน้าท้องแกร่งแรงๆ

“อื้อ…โอ๊ย…เอฟทูซีโร่…เกิดเหตุฉุกเฉิน…เครื่องบินของผมกำลังจะตก…พ่อแก้วแม่แก้ว…ช่วยลูกด้วย…ลูกสาบานว่าจะเลิกเจ้าชู้…ลูกจะแต่งงานมีเมียเป็นตัวเป็นตน…โอ๊ย…”

เสียงทุ้มสั่นพึมพำทั้งยังส่ายหน้าไปมาดวงตาคมยังคงปิดสนิท เหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นเต็มดวงหน้าหล่อเหลา

“นี่เพ้อเหรอ…นึกว่าได้สติแล้วแอบโรคจิตให้ฉันชักว่าวให้นะ”

ม่อนดอยคิดก่อนจะค่อยๆคลายมือจากท่อนเอ็นใหญ่ พลางทำหน้าแหยๆ สยองๆ เมื่อสัมผัสแข็งขืนตะปุ่มตะป่ำนั้นยังติดอยู่ในความรู้สึก

หญิงสาวรีบหยิบผ้าห่มผืนใหญ่ขึ้นมาปกปิดคลุมร่างที่นอนนิ่งนั้นไว้ พยายามดึงสติตัวเองกลับคืนมา ไม่มองท่อนลำใหญ่ที่ยังคงปูดโปนใต้ผ้าห่ม

“ใครได้เป็นผัวคงช้ำในตาย เครื่องพังหมด ของตัวเองใหญ่อยู่แล้วยังไปฝังมุกอีก อึ๊ย!!! สงสารเมียในอนาคตชิบ!!!”

ม่อนดอยคิดพลางยืนนิ่งเหมือนไว้อาลัยให้กับภรรยาในอนาคต ถ้าฟังจากที่อิตานี่ละเมอเพ้อเมื่อกี้ก็แสดงว่ายังไม่ได้แต่งงาน สงสัยหน้าตาดีเกินเลยเลือกฟันผู้หญิงไปทั่ว เชอะ!!!!

หญิงสาวเบ้ปากใส่คนที่นอนเหยียดยาวตรงหน้า ก่อนจะหันไปมองกองเสื้อผ้าของคนเจ็บที่เธอตัดทิ้งไว้บนพื้นไม่ไกลนักทั้งชุดนักบินสีขี้ม้าเข้ม กางเกงในบ๊อกเซอร์แบบบิกินี่ผู้ชาย เสื้อยืดซับในสีขาวผ้าเนื้อดี ทั้งหมดเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดและมีเศษใบไม้ติดอยู่ ทั้งหมดที่บอกมานั้นล้วนถูกตัดด้วยฝีมือเธอ เพื่อเป็นการง่ายในการรักษา

เหมือนจะนึกอะไรได้ร่างบางสาวเท้าก้มหยิบสำรวจชุดนักบินที่เปียกชื้น มือเล็กล้วงสำรวจตามกระเป๋าของชุดหมีนักบิน มือเล็กชะงักเล็กน้อยเมื่อคลำเจอกระเป๋าตังค์ใบเล็ก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป