บทที่ 6 ผมไม่ใช่เด็กนะ!

“เออ…คือ…เสื้อผ้าผม…”

ขุนเขาเอ่ยเสียงเบาไม่อาจสบดวงตากลมโตที่มองมา เธอคงจะเห็นทุกซอกทุกมุมของร่างกายเขาหมดแล้ว รวมไปถึง…ตรงนั้นด้วย…น้องชายฝังมุกแท้เจ็ดเม็ดของเขา แต่เห็นเธอนิ่งๆเฉยๆคงจะไม่คิดอะไรมากหรอกมั้ง ยิ่งถ้าเธอเป็นหมอ เรื่องแบบนี้คงจะเป็นเรื่องเล็กสำหรับเธอไปแล้ว

“อ่อ…ขอโทษทีเสื้อผ้าคุณฉันต้องตัดออกเพื่อทำแผลให้คุณน่ะ เดี๋ยวฉันหาเสื้อผ้ามาให้คุณใส่ไปพลางๆก่อนแล้วกันนะ”

ม่อนดอยเอ่ยก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าไปในห้องอีกด้านหนึ่งของตัวบ้านและเขาคิดว่าคงจะเป็นห้องนอนของหญิงสาวซึ่งน่าจะอยู่ไม่ไกลนัก และเพียงชั่วอึดใจเดียวร่างบางก็เดินออกมาพร้อมกับเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงเลผืนยาวสีเลือดหมูส่งมาให้กับชายหนุ่ม

ขุนเขารับไว้พลางเอ่ยขอบคุณเบาๆ

“ขอบคุณครับ”

“เสื้อกับกางเกงของฉันเอง คุณคงไม่ถือสา”

ม่อนดอยบอกพลางก้มดึงเข็มน้ำเกลือออกจากหลังมือขาว

"คุณเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะ"

หญิงสาวเอ่ยขึ้นเบาๆ และหันหลังเดินออกไปโดยไม่ได้เอ่ยอะไรมากไปกว่านั้น

ขุนเขามองตามแผ่นหลังบางๆระหงไปจนหญิงสาวเดินลับสายตา ก่อนจะหันมาจัดการกับตัวเองอย่างทุลักทุเล โดยเขาสวมเพียงแค่กางเกงเท่านั้นส่วนเสื้อเพียงแค่ขยับแขนยังทำไม่ได้เลย แล้วจะให้เขายกแขนขึ้นสวมเสื้อได้ยังไงกัน ปวดฉิบหายเลยโว้ยยยย!!!!

ขุนเขาคิดพลางเหลือบตามองบนอย่างขัดใจ

“อ่ะ ข้าวต้มร้อนๆ กินเสร็จแล้วจะได้กินยา”

เสียงเล็กๆดังมาแต่ไกล

ร่างบางเดินออกมาพร้อมกับชามข้าวต้มร้อนๆหอมกรุ่นควันฉุยลอยแตะจมูกโด่ง ทำให้ท้องของเขาร้องออกมาอย่างห้ามไม่ได้

ม่อนดอยจัดการวางชามข้าวต้มลงบนโต๊ะไม้ตรงหน้าโซฟาไม้ที่เธอนอนอยู่ในตอนแรก แล้วเดินมาพยุงร่างสูงซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลนักพามานั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตรงหน้าโต๊ะที่วางชามข้าวต้มร้อนๆ

“ขอบคุณครับ…เออ…แล้วคุณม่อนไม่ทานด้วยกันเหรอครับ”

ชายหนุ่มถาม

“ไม่อ่ะ…ฉันพึ่งกินไปเมื่อตอนหัวค่ำนี่เอง คุณกินเถอะ กินเสร็จแล้วจะได้ทานยา”

ม่อนดอยตอบพลางทำท่าหยิบหนังสือนิยายแนวโรมานซ์ที่เธอชอบขึ้นมาอ่านต่อจากที่อ่านค้างไว้ ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นร่างสูงใช้มือยกช้อนตักข้าวต้มด้วยท่าทีเก้ๆกังๆ

“ทำไม…ปวดแขนเหรอ”

ม่อนดอยอดที่จะถามออกไปไม่ได้

“นิดหน่อยครับ พอดีผมถนัดซ้าย เลยไม่ชินกับมือขวาเท่าไหร่น่ะครับ”

ขุนเขาตอบพลางยิ้มอายๆ ยังคงพยายามใช้มือข้างไม่ถนัดตักข้าวต้มใส่ปาก แต่ก็เป็นไปด้วยความทุลักทุเล จนม่อนดอยยิ้มน้อยๆอย่างเอ็นดูในความพยายามนั้น

น่ารักแหะ…ท่าทางเหมือนเด็กน้อยพึ่งหัดกินข้าวเลย…อิอิ ม่อนดอยคิด

“มานี่ เดี๋ยวพี่ป้อน”

ม่อนดอยบอกออกไปอย่างลืมตัว พลางถือวิสาสะคว้าช้อนในมือขาวตักข้าวต้มเป่าให้ไอร้อนจางหายก่อนจะยกขึ้นจ่อไปที่ริมฝีปากหยักบาง พลางทำปากอ้าราวกับป้อนข้าวเด็กน้อยไม่มีผิด

“อ้า…”

ขุนเขาอ้าปากงับข้าวต้มที่ร่างบางส่งมาให้โดยอัตโนมัติ

ขุนเขามองการกระทำของหญิงสาวที่ทำราวกับเขาเป็นเด็กน้อยทั้งคำเรียกแทนตัวเองว่าพี่ของเธอนั้นอีก มันแปลกๆในความรู้สึกของเขาอยู่นะ

ด้วยความที่เขาเป็นลูกชายคนเดียว และตั้งแต่เขาจำความได้ไม่เคยมีใครปฏิบัติต่อเขาแบบนี้ มีแต่จะเกรงกลัวและปฏิบัติต่อเขาแบบเจ้านายกับลูกน้องทั้งนั้น หรือไม่ก็เอาอกเอาใจเขาด้วยต้องการสิ่งตอบแทนเสียมากกว่า

รึว่า…ที่เธอเอาใจเขาแบบนี้เพราะรู้ว่าเขาเป็นใครอย่างนั้นหรือ? ในเมื่อเธอรู้ชื่อนามสกุลของเขาแล้วจะไม่รู้จักฐานะของเขาอย่างนั้นหรือ? เป็นไปไม่ได้น่า…ตอนนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก ขุนเขา คีธ ฮาน หรอก ตามสื่อโซเชี่ยลทั้งในและต่างประเทศต่างประโคมข่าวของเขาไม่เว้นแต่ละวัน เป็นไปไม่ได้ว่าจะไม่รู้จักเขา ฮึ! ขุนเขาคิด

“ผมอิ่มแล้ว”

ม่อนดอยชะงักมือที่กำลังจะส่งช้อนเข้าไปยังปากหยัก มองใบหน้าหล่อเหลาที่หันหนีช้อนที่เธอกำลังจะป้อนให้ พลางหรี่ตามองใบหน้าที่แลดูอ่อนเยาว์ของคนตรงหน้าและท่าทีที่แข็งขมึง ริมฝีปากหยักคว่ำลงเล็กน้อย ปลายคางเชิดขึ้นอย่างคนเอาแต่ใจที่เปลี่ยนไปของชายหนุ่ม

“ไม่เอาน่าเด็กดี กินอีกหน่อย จะหมดแล้ว กินเสร็จจะได้กินยาแล้วพักผ่อน พรุ่งนี้ถ้าอาการของเธอดีขึ้น พี่จะพาไปสำรวจตรงที่ๆเธอทำเครื่องบินตก”

หญิงสาวเอ่ยเสียงอ่อนเหมือนปลอบเด็กแถมด้วยท่าทีเหมือนกำลังหลอกล่อเด็กน้อยไปเดินซื้อขนมอะไรประมาณนั้น

นี่เธอคิดว่าเขาเป็นเด็กรึยังไงกัน แค่เกิดก่อนสี่ปีเองนะ! แถมหน้าตาเขาเชื่อว่าเธอหน้าตาดูรุ่นราวคราวเดียวกับเขาหรือว่ามองดูอ่อนกว่าเขาเสียด้วยซ้ำไป

หญิงสาวไม่พูดเปล่ามือเล็กๆนั้นยังเอื้อมมาเชยคางที่มีไรหนวดเขียวๆของเขาทำท่าพยักเพยิดให้เขาอ้าปากรับเอาช้อนที่แตะอยู่ตรงริมฝีปากหยักให้ได้

จนชายหนุ่มต้องจำยอมอ้าปากงับเอาช้อนข้าวต้มนั้นเข้าไป

ม่อนดอยมองการกระทำนั้นอย่างพอใจ น่ารักดีแฮะ…คิดถึงตอนอาทิวไม่สบายเลย เธอก็ต้องบังคับป้อนข้าวให้แบบนี้

“เก่งที่สุดครับ อ่ะ ต่อไปก็กินยา จะได้หายไวๆ”

ร่างบางเอ่ยชมราวกับเขาเป็นเด็กๆ แต่ไม่รู้ทำไมเขากลับชอบที่เธอทำกับเขาแบบนี้แหะ…

ขุนเขาแอบยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

…………………………………………………………………………………………………………………………………………

บทก่อนหน้า
บทถัดไป