บทที่ 2 บทนำ 2
“แหมๆ คนสวยกลัวพี่จะเข้าใจผิดงั้นเหรอ โอเคพี่เข้าใจได้จ้ะ งั้นเดี๋ยวรอพี่จัดการไอ้สองตัวที่เหลือนี้ก่อนนะ พี่จะปราบพยศน้องให้เรียกพี่ว่าผัวคะ ผัวขาเลย ฮ่าๆ”
แดนไทกัดฟันกรอดโมโหเลือดขึ้นหน้า มือเรียวที่เกาะแขนแกร่งบีบแน่นจนเผลอฝังเล็บเข้าเนื้อเพื่อระบายอารมณ์โกรธ อาทิตย์รู้สึกได้จนต้องเหลือบตามองร่างบางที่โผล่หัวออกมา
“ส่งเพื่อนกูมา อย่าให้กูต้องโมโห” อาทิตย์เริ่มรำคาญจึงพูดขึ้น เมื่อเห็นเปี๊ยกนอนกอบกุมท้องเลือดกบปาก ดูท่าทางสะบักสะบอมไม่น้อย
ไอ้พวกนี้แม่งกระจอก พวกหมาหมู่ชัดๆ
“อยากได้เหรอ” หนึ่งในคนที่เหมือนจะเป็นลูกพี่เอ่ยขึ้น มันหันไปมองเปี๊ยกที่นอนงออย่างกุ้งบนพื้นจึงยื่นเท้าไปเขี่ย อาทิตย์กัดฟันกรอดกำหมัดแน่นแต่ไม่บุ่มบ่ามทำอะไรผลีผลาม เพราะยังมีแดนไทเกาะหลังอยู่จึงระแวงความปลอดภัย ถ้ามีคนเดียวอาทิตย์ไม่ทนมองดูเปี๊ยกเจ็บปางตายแบบนี้แน่นอน
“มึงเอามันไปสิ แล้วก็ส่งคนสวยมาแลกกับกู”
พวกมันพากันหัวเราะลั่นอีกครั้งจนแดนไทเจ็บใจ แม่งจะขำอะไรนักหนา โคตรพ่อโคตรแม่พวกมึงเปิดคณะตลกหรือยังไง
“อยากได้เพื่อนกูมากก็มาเอาไปดิ” อาทิตย์เลิกคิ้วยียวน แดนไทเงยหน้าขึ้นไปมองร่างสูงตาขวาง หากแต่ว่ายังไม่ทันที่จะได้เอ่ยปากด่าอะไรออกไป อาทิตย์ก็พูดต่อ
“แต่ต้องข้ามศพกูไปก่อนนะ”
เออ! แบบนี้ค่อยน่าคบหน่อยไอ้รูมเมทเพื่อนยาก
“ก็ดี กูก็อยากจะรู้ว่ามึงจะเก่งสักแค่ไหนกันเชียว”
พูดจบพวกมันก็พากันกรูเข้ามา อาทิตย์หันหลังมาดันร่างเล็กถอยออกไปหลบหลังถังน้ำใบใหญ่สีดำ แดนไทกำไม้หน้าสามแน่นมองดูความโกลาหลด้านหน้า เพื่อนชายทั้งสองทั้งเตะทั้งต่อยจนพวกชายฉกรรจ์ล้มลงไปกองลงพื้นทีละคนๆ อย่างคล่องแคล่ว
ถ้าถามถึงแรงควายแดนไทก็ต้องยกให้อาทิตย์เป็นนัมเบอร์วัน ดูได้จากที่เขาถูกมันหิ้วปีกด้วยแขนข้างเดียวบ่อยๆ ตอนเมา
ตุ้บ!
โอ๊ย!
ปั้ก!
อ๊ะ!
“มาหลบอยู่ตรงนี้คิดว่าจะรอดอย่างนั้นเหรอคนสวย” ในขณะที่เหตุการณ์กำลังมะรุมมะตุ้มก็มีชายกล้ามปูเดินเข้ามา ร่างเล็กสั่นระริกใบหน้าซีดเผือดยื่นไม้ขู่อีกฝ่ายเนื้อตัวสั่นเทา หันซ้ายขวาเรียกเพื่อนมาช่วย
“ไอ้อาทิตย์! ช่วยกูด้วย” เขาพูดพลางถอยหลังทีละก้าวๆ ส่วนทางด้านอาทิตย์ที่กำลังติดอยู่กับการต่อสู้จึงปลีกตัวออกมาช่วยไม่ได้
“มะ มึงอย่าเข้ามานะโว้ย ไม่งั้นอย่าหาว่ากูไม่เตือน” เมื่อสุดทางเดินเป็นกำแพงตัน แดนไทยืดอกทำใจกล้า ทว่าในสายตาของชายกล้ามปูมันไม่ต่างอะไรกับลูกแมวที่กำลังขู่ฟ่อๆ เลย
“หน้าตาสวยๆ แบบนี้ ไม่เหมาะที่จะมาถือไม้หรอก มาเป็นเมียพี่เถอะ พี่จะพาไปถือถุงน้ำเต้าหู้แทน ฮ่าๆ”
ไอ้สัส! กูไม่ชอบกินน้ำเต้าหู้
ไอ้แดนไทนักแม่นหนังสติ๊กใช้ไม้หน้าสามเขวี้ยงใส่อีกฝ่ายเพื่อระบายอารมณ์คุกรุ่นเต็มแรง ทว่ามันกลับกระเด็นไปอีกฟาก รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าชายกล้ามปูทันที แต่ในขณะที่มันกำลังจะปรี่เข้ามาแดนไทก็หลับตาปี๋
ปึก!
อาทิตย์ที่จัดการกับพวกมันได้ทันเวลาก็วิ่งเข้ามาถีบเข้าเอวชายกล้ามปูจนมันเซถลาลงไปกองบนพื้น ไม่รอให้มันได้ลุกขึ้นมาต่อสู้อาทิตย์ก็เตะเสยเข้าที่ปลายคางจนเลือดมันกบปาก ตามด้วยกระชากคอเสื้อง้างหมัดเตรียมต่อยอีกครั้ง ทว่าชายกล้ามปูรีบยกมือไหว้ขึ้นเสียก่อน
“ยะ ยอมแล้ว ฉันยอมแล้ว” ชายฉกรรจ์ยกมือไหว้อ้อนวอน ก็แน่ล่ะ อาทิตย์และพงศกรเล่นเอาซะพวกมันน่วมไปเลย สมน้ำหน้า อยากมาว่าเขาเป็นคนสวย
เมื่อเห็นว่าอาทิตย์จัดการชายกล้ามปูได้อยู่หมัด คนที่ถูกสบประมาทว่าหน้าสวยจึงเดินกำหมัดจ้องมองชายฉกรรจ์แววตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้น เขายกเท้าไปถีบที่ไหล่มันเพื่อระบายอารมณ์เต็มแรง แต่ดูเหมือนแรงจะน้อยนิดเกินไปเพราะมันไม่มีท่าทีเจ็บเลยสักนิด
ปึก!
“จำใส่หัวไว้ซะ อย่ามาเรียกกูคนสวย ไม่งั้นได้เจอตีนกูอีกแน่ๆ”
.
“ฮะ! มึงไปจีบสาวของลูกพี่มัน”
“เออดิ! ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะ ว่าน้องคนนั้นจะมีผัวเป็นนักเลงหัวไม้แบบไอ้สิงห์ แล้วตีนพวกแม่งก็หนักฉิบหาย เสียโฉมขนาดนี้กูจะเอาหน้าที่ไหนไปเจอสาวๆ คนอื่นวะ” คนเจ็บยกมือขึ้นมาลูบแก้มลูบปากตัวเองป้อยๆ ห่วงความหล่อ แดนไทถอนหายใจส่ายหน้าไปมาด้วยความระอา
“เจ็บปางตายยังห่วงเรื่องสาวอีก ไม่รู้ติดเชื้อคนแถวนี้มาหรือยังไง” ดวงตาคู่หวานเหล่มองอาทิตย์ที่นั่งเล่นโทรศัพท์บนโซฟาทำหน้าตาซังกะตาย ถ้าให้เดาป่านนี้เรื่องที่ต่อยตีกันคงรู้ถึงหูพ่อมันแล้วแน่ๆ
“นั่น! ไอ้พงศ์มาพอดี แล้วมึงไปคุยกับหมอว่าไงบ้างวะ หมอให้กูกลับบ้านวันนี้ไหม” คนเจ็บหันไปถามเพื่อนที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องพิเศษหลังจากหมอเรียกเข้าไปคุย
“หมอบอกไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่ให้นอนดูอาการสักคืน” พงศกรตอบกลับพลางหยิบเก้าอี้มานั่งด้านข้างเตียงคนเจ็บ
“แล้วกูจะบอกกับแม่ว่าไงล่ะเนี่ย กลับบ้านก็ไม่ได้ด้วย แม่กูเอาตายแน่เลย ตายแน่ๆ ไอ้เปี๊ยกเอ๊ย รอดจากตีนพวกแม่งมาได้แต่ต้องมาตายเพราะไม้เรียวแม่ตัวเองงั้นเหรอวะ ฮื่อๆ” คนเจ็บเบะปากคว่ำเป็นรูปสระอิ เขากลัวแม่มากกว่านักเลงหัวไม้นั่นเสียอีก
“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอก กูโทรไปบอกแม่มึงแล้วว่าช่วงนี้ขอให้มึงมาช่วยงานที่คณะ เลยต้องนอนหอกูหลายวัน แม่มึงอนุญาต!” แดนไทพูดเสริม ทำให้ดวงตาเปี๊ยกเป็นประกายขึ้นมาทันทีรีบจับมือคนตัวเล็กเอาไว้แน่นเพื่อขอบคุณ
แม้จะรู้จักกันเพียงไม่กี่เดือน แต่เปี๊ยกย่อมมีโอกาสพาเพื่อนในกลุ่มไปเที่ยวบ้านมาบ้าง และเห็นว่ามารดาเขาก็ชอบแดนไทที่เป็นคนฉอเลาะ (ต่อหน้าผู้ใหญ่) ไม่ว่าจะพูดอะไร มารดาเขาก็เห็นดีเห็นงามไปเสียหมด
“แดนไท มึงโคตรหล่อเลยว่ะ ตั้งแต่เกิดมากูไม่เคยเห็นใครหล่อเท่ามึงเลย หน้าเข้มดุดัน อกผาย ไหล่ผึ่ง กล้ามเป็นมัดๆ สมชายชาตรีสุดๆ ไปเลย”
คนถูกชมยืดอกยิ้มกริ่ม พงศกรถอนหายใจพลางส่ายหน้าไปมาอย่างเหนื่อยหน่ายใจ
ก็ที่ไอ้เปี๊ยกมันว่า ช่างตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง
ทั้งสามพูดคุยกันเจี๊ยวจ๊าวลั่นห้องพิเศษราคาแพงสมฐานะคนไข้ ส่วนอาทิตย์ที่นั่งไถโทรศัพท์เมื่อครู่หันไปอีกทีก็หลับเป็นที่เรียบร้อย พอตกเย็นพงศกรเองก็อาสาเป็นคนเฝ้าไข้ทำให้แดนไทหมดห่วง ส่วนเปี๊ยกที่กลัวผีขี้ขึ้นสมองแทบจะกราบตีนเพื่อนเสียให้ได้
เส้นทางบนถนนจากโรงพยาบาลกลับหอการจราจรค่อนข้างติด คนขับรถอย่างอาทิตย์ถอนหายใจไปหลายรอบกว่าจะเดินทางมาถึงหอพัก
“ไม่เข้าห้องเหรอมึง” เมื่อเห็นว่าอาทิตย์ไม่ลงมาจากรถ แดนไทก็หันไปถาม
“วันนี้ไปนอนกับจันทร์เจ้า”
“ก็ดี นอนคนเดียวสบายใจจะตาย” แดนไทพูดพลางเบะปากใส่ร่างสูงก่อนเดินลงมาจากรถยนต์ แล้วอาทิตย์ก็ขับออกไปอย่างไว
ไม่รู้จะสงสารหรือสมน้ำหน้าจันทร์เจ้าขาดี เป็นแฟนกับไอ้อาทิตย์ประสาอะไรเสือกไม่ระแคะระคายปล่อยให้มันนอกใจพาผู้หญิงมาเอาได้บ่อยๆ
ไอ้อาทิตย์ก็ช่างสารเลว เตือนแล้วไม่ฟัง สักวันเถอะมึง รถไฟจะชนกันเมื่อไหร่ กูจะหัวเราะให้ฟันร่วงเลยคอยดูสิ
