บทที่ 3 ตอนที่ 1 ว่ากันด้วยเรื่องความสูง
ตอนที่ 1 ว่ากันด้วยเรื่องความสูง
ชีวิตในรั้วมหา’ลัยของแดนไทไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่คิดเอาไว้ เขามีกิจกรรมมากมายให้ได้ทำ มีเพื่อนที่คอยหาแต่เรื่องมาให้ปวดหัวไม่เว้นแต่ละวัน แต่ถึงกระนั้นมันเป็นความยุ่งเหยิงที่สนุกดีเหมือนกัน
ถึงแม้แดนไทแม้จะเป็นถึงลูกผู้ใหญ่บ้านร่ำรวยสุดในละแวกก็จริง แต่หากเปรียบเทียบกับนักศึกษาในมหา’ลัยแห่งนี้แล้ว ฐานะช่างแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ถึงกระนั้นเพื่อนในกลุ่มก็ปฏิบัติกับแดนไทอย่างเท่าเทียมมาโดยตลอด แถมยังตามมากินข้าวราดแกงธรรมดาๆ โดยไม่ต้องเหาะไปภัตตาคารหรูมื้อละเกือบหมื่นเฉกเช่นนักศึกษาคนอื่นที่เขาทำกัน
“ไม่ต้องให้พี่ไปส่งที่หอแน่นะแดนไท”
“ไม่ต้องครับ ผมกลับเองได้”
“โอเค งั้นขอบใจมากที่มาช่วยงานของคณะ ถ้าไม่ได้แดนไทพี่ต้องแย่แน่ๆ เลย เอาไว้เจอกันพรุ่งนี้ตอนรับน้องนะ”
“ครับพี่”
แดนไทร่ำลากับรุ่นพี่ในคณะเสร็จก็ออกมารอรถประจำทางอยู่หน้ามหา’ลัย ปกติเขาต้องซ้อนท้ายบิ๊กไบค์ของอาทิตย์กลับหอ ทว่าวันนี้มันไปหาจันทร์เจ้าขาตามเคย เขาเลยต้องหาทางกลับเอง
“นักศึกษาที่นี่แม่งไม่รู้จักรถประจำทางกันเลยหรือยังไงวะ” เมื่อเดินออกมาหน้ามหา’ลัยกลับไม่มีนักศึกษาที่มายืนรอรถอย่างที่ควรจะเป็นเฉกเช่นมหา’ลัยอื่นๆ
อืม... ไม่แปลก ไอ้แดนไทนี่แหละที่แปลก จนแล้วไม่เจียม เสือกอยากจะมาเรียนมหา’ลัยหรูๆ
นักศึกษาส่วนใหญ่เขาก็เอารถยนต์ส่วนตัวมาทั้งนั้น บ้างก็โบกรถแท็กซี่ไม่มัวมาเสียเวลายืนรอรถประจำทางให้เสียเวลาแบบเขาหรอก
เดี๋ยวก่อนเถอะ รอให้ผู้ใหญ่หมายถูกรางวัลที่หนึ่งเมื่อไหร่ จะสั่งให้ถอยรถคันใหญ่ๆ เท่ารถสิบล้อขับมาเรียนเลยคอยดูสิ
ปรี๊น! เอี๊ยด!
“เท่าไหร่ครับคนสวย” เสียงปริศนาดังขึ้นชวนให้แดนไทหลุดออกจากภวังค์ เขาเงยหน้าขึ้นไปเห็นเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีนั่งอยู่ในรถยนต์หรูสีขาว แววตากะลิ้มกะเหลี่ยมองมาน่าหมั่นไส้ แดนไทอยากจะวิ่งไปควักลูกกะตาให้หลุดออกจากเบ้าเสียจริงๆ
เห็นเขายืนรอรถอยู่หน้ามหา’ลัยค่ำๆ คนเดียว คิดว่าเขามาขายตัวหรือไง
ฮึ่ย~ มันน่าหงุดหงิดชะมัด
“แสนหนึ่ง!” แดนไทตะโกนออกไปอย่างหงุดหงิด ไหนๆ รถเมล์ก็ยังไม่มา ใช้เวลาอันน้อยนิดเล่นกับไอ้บ้ากามนี่สักหน่อยก็แล้วกัน
ดูซิ ว่ามึงจะสู้ราคานี้ไหม
“เป็นแสนเลยเหรอ”
จะถามย้ำทำซากอะไร หูตึงหรือยังไงกัน
“ครับ!” ตอบกลับออกไปสั้นๆ อย่างคร้านจะสนทนาด้วย
“...”
“ผมไม่ได้บังคับให้คุณมาซื้อหรอกนะ ถ้าจ่ายไม่ไหวก็เชิญป้ายหน้าโน่นเลย” พูดออกไปอย่างนั้นแหละ ถ้าไอ้หื่นนั่นบ้าดีเดือดซื้อราคานี้ขึ้นมาจริงๆ ก็คงไม่ไปหรอก
“พี่ว่ามันแพงไปนะตัวเล็ก พี่ให้เต็มที่เลยหนึ่งหมื่น”
หืม... ให้เยอะกว่าที่เขาคิดไว้อีกแฮะ แต่ราคานี้ไม่ไหวจริงๆ คิดแต่จะเอาแต่เสือกไม่ลงทุนเอาเสียเลย
“ไม่มีเงินก็ไปให้ไกลๆ ครับ จอดบังลูกค้าคนอื่นหมด ไปๆ” คนตัวเล็กโบกมือไล่ จนอีกฝ่ายเสียหน้ารีบขับรถออกไปอย่างไว แต่ก็ไม่วายตะโกนกลับมา
“เล่นตัวไปเถอะ เรียกเงินตั้งหนึ่งแสน ยืนขาแข็งทั้งคืนก็ไม่ได้ลูกค้าหรอก”
ไอ้โง่! ป้ายรถเมล์มีเก้าอี้เว้ย มึงไม่แหกตาดูหรือยังไง
ชายแปลกหน้าขับรถออกไปแล้วแดนไทก็หัวเราะในลำคอเล็กน้อย หันหน้ากลับมาอีกทีรถประจำทางก็แล่นมาจอดเทียบท่าแล้ว เวลาโดยประมาณตอนนี้ทุ่มกว่าเข้าไปแล้วและก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเขาเลย
โครก!
ท้องไส้ก็ช่างเป็นใจมาร้องประท้วงเอาตอนอยู่บนรถประจำทาง แล้วทีนี้แดนไทจะไปหาอะไรยัดเข้าปากได้ นอกเสียจากน้ำเปล่าที่อยู่ในกระเป๋าที่ใช้ดื่มเพื่อลูบท้องไปก่อน
ใจเย็นลูกเอ๊ย อย่าเพิ่งร้อง พ่อเตรียมมาม่ารสต้มยำกุ้งไว้ให้ลูกแล้วไม่ต้องเป็นห่วง
แดนไทสอดส่องออกไปยังนอกหน้าต่างดูวิวข้างทางยามค่ำคืนที่เคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆ ก็ได้แต่ถอนหายใจ
ความไวรถเมล์คันนี้เปรียบเหมือนตัวสล็อธที่ค่อยๆ ย่างกรายข้ามถนนก็ไม่ปาน บางทีก็อดคิดไม่ได้ว่าตาลุงนั่นเติมน้ำมันตราเต่าหรือเปล่า ถึงได้ช้าขนาดนี้
“ชิดในหน่อยจ้า เร็วหน่อยๆ” เสียงป้ากระเป๋ารถเมล์ตะโกนลั่น จนแดนไทที่ได้บัตรยืนต้องถอยร่นไปติดส่วนท้ายของรถที่ตอนนี้ผู้คนอัดเบียดกันแน่นอย่างกับปลากระป๋อง จนเขาแทบหายใจไม่ออก
โว้ยย~ มันน่าหงุดหงิด จนเขาอยากจะตะโกนสวนอีป้ากลับไปจริงๆ ว่าข้างหลังแทบจะขี่คอกันตายอยู่แล้ว มึงจะรับคนขึ้นมาอีกทำซากอะไร
เมื่อได้ลงจากรถเมล์บอกได้คำเดียวว่าโล่ง แดนไทรีบกอบโกยอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดทันที
ปรี๊น!!
เสียงแตรรถมอเตอร์ไซค์ดังขึ้นทำให้แดนไทที่กำลังเดินเหม่อลอยด้วยอาการเหน็ดเหนื่อยถึงกับตกใจหมุนตัวหลบจนเอกสารที่ถือติดมือมากระจัดกระจายเต็มพื้น
เวร!
“เดินไม่ดูตาม้าตาเรือ แหกตาดูรถบ้างสิวะ”
“ลุงน่ะสิไม่แหกตาดูหรือไง นี่มันทางเท้า ไม่ได้มีไว้ให้รถมอเตอร์ไซค์ขึ้นมาขี่โว้ย!”
เลือดแทบขึ้นหน้า นี่ถ้าตาลุงนั่นไม่ขับหนีไปซะก่อน วันนี้มีหวังได้วางมวยแน่ๆ
แดนไทได้แต่ทดความแค้นเอาไว้ในใจแล้วก้มหน้าเก็บเอกสารอยู่นานจนเหงื่อไหลท่วมตัว ก่อนเดินไปจ้างวินมอเตอร์ไซค์กลับหอ
ขณะนี้ลิฟต์กำลังทำการซ่อมแซม ขออภัยในความไม่สะดวก กรุณาใช้บันไดแทนก่อนนะคะ ขอบคุณค่ะ
ให้ตายเถอะ! นี่เขาต้องเดินขึ้นชั้นห้าจริงๆ เหรอ
“แฮกๆ” แดนไทพาร่างที่เหนื่อยหอบมาหยุดที่หน้าห้องพัก แล้วเปิดประตูเข้าไปทิ้งร่างพักเหนื่อยบนโซฟาตัวยาวอยู่นาน ก่อนลุกเดินผิวปากอย่างอารมณ์ดีแล้วเดินตรงไปต้มมาม่าเมนูง่ายของเด็กหอ เมื่อกินอิ่มแล้วเขาก็นั่งอ่านหนังสือเพื่อทบทวนเนื้อหาที่อาจารย์สอนในคาบเรียนอยู่สักพัก หลังจากนั้นเข้าไปอาบน้ำเสร็จแล้วก็ออกมาพร้อมกับชุดบางๆ พร้อมนอน
ด้วยความที่ในห้องพักเป็นเตียงนอนสองชั้น แดนไทที่นอนข้างบนก็ปีนขึ้นไปนอนเลื่อนโทรศัพท์เล่นได้ไม่นานก็ผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า
.
“ซี้ด สะ เสียว ดูดแรงๆ อีกนิดสิ”
จ๊วบ!
“มันใหญ่ แอนนี่ไม่กล้าอมลึก”
“อย่ามาออเซาะ รีบเอาเข้าไป ปวดหัวจะแย่”
“อ่าส์”
กลางดึกในคืนเดียวกันมีเสียงปริศนาดังขึ้นชวนให้แดนไทตื่นจากการหลับใหลพร้อมกับความสั่นไหวของเตียงนอน ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าไอ้รูมเมทแม่งพาผู้หญิงมาเอาในห้องอีกแล้ว
มึงจะไม่ให้กระดอได้พักเหนื่อยกันเลยหรือไง!
ระวังเถอะไอ้อาทิตย์ เดี๋ยวกระดอมึงก็ได้เป็นหวัดกันพอดี
.
วันต่อมา
กริ๊ง... เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นชวนให้ชายหนุ่มที่กำลังหลับใหลลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับแสงแดดที่ลอดผ้าม่านเข้ามากระทบม่านตาทำให้แดนไทหรี่ตาเล็กน้อย
ร่างเล็กค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งด้วยอาการงัวเงียของคนอดหลับอดนอน หัวสมองค่อนข้างมึนงงสืบเนื่องจากช่วงคืนที่ผ่านมาแดนไทต้องนอนฟังเสียงร้องโหยหวนของพ่อรูมเมทกับคู่ขาครางแข่งกันทั้งคืน
ถึงแม้จะรำคาญแค่ไหนแต่ก็ทำได้เพียงแค่นอนฟังเงียบๆ
มันก็คงเป็นอารมณ์เดียวกันกับที่เคยเห็นหมาติดเป้งแล้วไม่อยากเอาหินไปปาให้บาปทำนองนั้นล่ะมั้ง
แดนไทที่นอนอยู่ชั้นสองค่อยๆ ลากสังขารตัวเองปีนบันไดลงมาด้านล่าง เห็นอาทิตย์นอนหลับไม่รู้อีโหน่อีเหน่ จนเขาอยากจะเอาตีนไปสะกิดที่เบ้าตาสักทีด้วยความหมั่นไส้
ก็ถือว่ายังดีที่ยังพอมีความรับผิดชอบอยู่บ้าง พาเขามาเยแล้วก็เอากลับไปส่งบ้านด้วย เพราะจะไม่ต้องทนหายใจร่วมห้องกับคนแปลกหน้าเพิ่ม เดี๋ยวโควิดจะถามหาเอา
“อื้ม! มึงตื่นแล้วเหรอวะ” อาทิตย์ค่อยๆ ลืมตาพอดีด้วยอาการสะลึมสะลือ ทำให้ร่างบางที่กำลังง้างตีนไปสะกิดรีบชักกลับในทันที
“เห็นอยู่แล้วนี่ กูคงไม่ได้ละเมอมายืนตรงนี้หรอกมั้ง” ว่าจบก็เดินออกไปหยิบกระปุกยาพาราเซตามอลที่เหลือเม็ดสุดท้ายเทใส่ฝ่ามือ ตั้งแต่อยู่ร่วมห้องกับอาทิตย์มาตลอดหลายเดือน แดนไทต้องซัดยาพาราเป็นว่าเล่นราวกับว่ามันคือวิตามินบำรุงร่างกายก็ไม่ปาน
“กินยาพาราอีกแล้วเหรอวะ กินเยอะๆ ไม่ดีนะมึง” คนที่นอนอยู่บนเตียงเอ่ยขึ้นหน้าตาย
“เออ! กูปวดหัวตุบๆ เลยเนี่ย เมื่อคืนนอนไม่หลับ” พูดพลางถลึงตาหวานๆ ใส่ร่างสูงอย่างเอาเรื่อง
“แล้วเป็นไรไม่หลับไม่นอน”
“ก็เพราะมึงนั่นแหละ กูบอกกี่ทีแล้วว่าอย่าพาผู้หญิงมาเอาที่ห้อง กูไม่ชอบ”
“อ้าว! กูก็นึกว่ามึงหลับลึกซะอีก โทษทีๆ” ทีนี้อาทิตย์ค่อยๆ ลุกออกมาจากเตียงโดยที่ร่างกายมีเพียงกางเกงบ็อกเซอร์ปกปิดช่วงล่างเท่านั้น ทำให้เห็นลอนท้องที่บ่งบอกว่าเป็นผู้ชายออกกำลังกาย
แต่ว่าออกกำลังกายในร่มนะ มีเทรนเนอร์ส่วนตัวเป็นหนุ่มสาวสวยๆ เน้นเด้าช่วงเอวเป็นหลัก
“มึงขอโทษกูกี่ครั้งแล้วไอ้อาทิตย์ แล้วน้องแอนอะไรนี่มึงก็ช่างปะไรร้องอย่างกับกำลังถูกเชือด”
“มึงรู้ได้ไงวะ ว่าชื่อน้องแอน” ร่างสูงที่อดหลับอดนอนเช่นเดียวกันเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบน้ำมาดื่มหวังให้สดชื่นอย่างไม่ยี่หระกับคำด่าทอของเพื่อน
“ครางชื่อกันซะขนาดนั้น กูไม่รู้เลยมั้ง แอนนี่ผมจะแตก แอนนี่ก็จะแตกเหมือนกันค่ะ แหวะ! ทุเรศ!” แดนไททำเสียงสองเสียงสามล้อเลียนสถานการณ์เมื่อคืนอย่างไม่สบอารมณ์พลางเบะปากใส่อย่างหมั่นไส้
“...”
“วันหลังมึงไม่ต้องพามาแล้วนะ หรือถ้าเงี่ยนมากจนทนไม่ไหวก็นู่น โรงแรมม่านรูดเลย”
อาทิตย์เดินมาหยุดอยู่หน้าแดนไท ก่อนแบมือขึ้น แดนไทขมวดคิ้วเงยหน้ามองอีกฝ่ายด้วยความสงสัย
“ทำอะไรของมึง”
“เอาเงินมาดิ” ใบหน้าคมคายเลิกคิ้วด้วยความยียวน
“เรื่องอะไรกูจะให้” ว่าพลางปัดมือที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างหงุดหงิด
“นั่นดิ! แล้วเรื่องอะไรกูจะเสียเงินด้วย” อาทิตย์พูดจบก็ทิ้งร่างลงโซฟาแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นอย่างสบายใจเฉิบ
“ลูกเจ้าของบริษัทนำเข้าและส่งออกรถยนต์หรูอย่างมึง บอกมาได้ว่าไม่มีเงิน ข้ออ้างน่ะสิไม่ว่า”
“เงินกูมี แต่ต้องเอาไปใช้อย่างอื่น”
“งั้นมึงก็กลับไปนอนที่คอนโดมึงสิ มานอนห้องกูทำไม จะได้เอากันโดยไม่ต้องเกรงใจใคร ในครัวก็ดี ระเบียงก็ได้ กว้างขนาดนั้นโหนเถาวัลย์เอากันยังได้เลย”
“พ่อกูยึดกุญแจและเปลี่ยนรหัสเข้าห้องแล้ว”
แดนไทหัวเราะเยาะ “ก็เขารู้ไงว่ามึงใช้คอนโดผิดประเภท เขาเลยไม่ให้มึงเข้าห้อง”
“...” อาทิตย์ไหวไหล่แทนคำตอบอย่างไม่สะทกสะท้านใดๆ
“มึงนี่เปย์ได้ทุกอย่างจริงๆ นะ เว้นเสียแต่ค่าโรงแรมนี่แหละ”
“ที่มึงบ่นกูทุกวันนี้เพราะว่าเงี่ยนหรือว่าหึง ทำไมไม่บอกกูตรงๆ วะ”
“มั่นหน้ามาก ไอ้ควาย!” คนตัวเล็กยืนเท้าเอวเถียงคอเป็นเอ็น
“ชื่อมีก็หัดเรียกให้มันถูก กูไม่ได้ชื่อควาย หรือถ้าชื่อกูมันเรียกยากนักมึงจะลองเปลี่ยนเป็นเรียกผัวขาก็ได้นะ ไม่ติด” พ่อรูมเมทยิ้มกริ่ม แดนไทเห็นถุงขนมวางอยู่บนชั้นใกล้ๆ เลยคว้าแล้วปาใส่ร่างแกร่งแรงๆ ด้วยความหมั่นไส้ ทว่าอาทิตย์กลับรับได้อย่างแม่นยำแล้วแกะใส่ปากเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเอร็ดอร่อย
“พ่องตาย พูดกับมึงโคตรเหนื่อยอะ” แดนไทด่าจบก็เดินไปคว้าผ้าขนหนูที่แขวนไว้หน้าตู้เสื้อผ้าแล้วเดินไปในห้องน้ำด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น
มันก็เป็นจริงอย่างที่อาทิตย์พูดเสียด้วย เขาเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่มีความรู้สึกเหมือนมนุษย์ทั่วไป อาทิตย์แม่งเล่นเอากันเสียงดังลั่นห้องขนาดนั้นจะให้เขาทนได้ยังไงก่อน
และเช้านี้ก็เป็นอีกวันที่แดนไทต้องปลดปล่อยความต้องการด้วยแม่นางทั้งห้า
โลกสวยด้วยมือเรา!
.
ติ๊ง
เสียงข้อความดังขึ้น ทำให้แดนไทควักโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงอย่างทุลักทุเล
พงศกร : ถึงไหนกันแล้ววะ
ตอนนี้แดนไทนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ของอาทิตย์ทำให้ยากต่อการกดตอบ เพราะมืออีกข้างต้องเกาะเอวหนาเอาไว้กันตก ก็ไอ้อาทิตย์มันขับช้าเป็นเสียที่ไหน
แดนไท : กำลังออกจากหอ
พงศกร : ทำไมวันนี้มึงสายได้ล่ะ ปกติมาเรียนก่อนอาจารย์เข้านี่หว่า
จะให้แดนไทตอบกลับมันยังไงดีล่ะ ก็เมื่อเช้าเขามีอารมณ์นี่หว่า แม่นางทั้งห้าก็นุ่มนิ่มจนซัดไปสองน้ำเลย
แดนไทยังไม่ทันได้ตอบกลับ คนขับรถก็เอ่ยขึ้นน้ำเสียงเชิงดุ “เกาะแน่นๆ ดิ เดี๋ยวก็ตกไปหรอก”
“รู้แล้ว ตอบไลน์ไอ้พงศ์แป๊บหนึ่ง”
บางทีแดนไทก็ไม่รู้ว่าอาทิตย์มันห่วงเขาจริงไหม บ้านมันรวยมากมีรถยนต์หรูจอดไว้ใต้หออีกสองคัน แต่มันไม่เอามาขับให้เขาได้นั่งสบายๆ บ้าง
ทีกับสาวๆ ล่ะแม่งให้นั่งรถซูเปอร์คาร์ราคาแพงสัสๆ เลย
อย่างว่าแหละ เพื่อนกับผู้หญิงมันต่างกัน สองมาตรฐานชัดๆ
พงศกร : ว่าไง หายไปไหนเลยวะ
แดนไท : ตื่นสายนิดหน่อยอะดิ
พงศกร : เออๆ รีบมาๆ เดี๋ยวท้ายคาบเห็นอาจารย์ว่าจะสอบเก็บคะแนนด้วยนะ
แดนไท : โอเค ขอบใจ
แดนไท : ส่งสติกเกอร์รูปกระต่ายยิ้ม
มือเรียวกดล็อกหน้าจอโทรศัพท์เสร็จก็เอื้อมแขนทั้งสองข้างไปโอบกอดเอวหนาเอาไว้เพราะกลัวว่าจะตกขึ้นมาจริง
แม่งขับไวอย่างกับจรวด ไม่รู้จะรีบไปตายห่าที่ไหน
ทันทีที่รถบิ๊กไบค์ขับมาถึงหน้ามหา’ลัย สาวๆ ที่ยืนอยู่ตรงนั้นต่างกรี๊ดกร๊าดความหล่อเท่ของพ่อรูมเมทจนไม่เก็บอาการ ปฏิเสธไม่ได้จริงว่าเวลาอาทิตย์มันอยู่ในชุดนักศึกษาแล้วโคตรจะดูดี แต่ถึงกระนั้นความฮอตแดนไทก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่ากัน
เพียงแต่ว่าคนที่ส่งยิ้มให้แดนไทอยู่นั้น เป็นผู้ชาย
ขอสาวๆ แบบไอ้อาทิตย์มั่งได้ไหมวะ ขอร้องเลย!
“ยิ้มเหี้ยไรกัน หล่อตายห่าแหละ” เสียงหนาทุ้มบ่นอุบอิบอย่างไม่สบอารมณ์ จนทำให้ใบหน้าสวยที่ส่งยิ้มให้รุ่นพี่ในคณะนั้นหุบฉับลงทันทีแล้วหันมาถลึงตาใส่เพื่อนด้านข้าง
“มึงปากหมาแต่เช้าเลยวะ เดี๋ยวถ้าโดนกระทืบกูไม่ช่วยนะบอกเลย”
“เตี้ยๆ อย่างมึง เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ อย่าคิดข้ามขั้นมาช่วยกูเลย”
“อ้าว! มึงบูลลี่ส่วนสูงกูเหรอไอ้อาทิตย์” ร่างบางแว้ดเสียงใส่พร้อมผลักไหล่แกร่งไปหนึ่งที ทว่าอาทิตย์ไม่ได้สะทกสะท้านสักนิด
“หรือว่าไม่จริง มึงสูงแค่ร้อยเจ็ดสิบสี่เซ็นต์เองไม่ใช่เหรอ”
“จุดห้า! จุดห้าโว้ย! กูสูงร้อยเจ็ดสิบสี่จุดห้าเซนติเมตร”
อาทิตย์กลั้นขำพลางส่ายหน้าไปมา “แล้วมันต่างกันตรงไหนวะ”
“ใครจะไปเหมือนมึงล่ะ สูงอย่างกับเปรตวัดสุทัศน์”
“แล้วมึงไม่บูลลี่กูเลย?”
“ช่วยไม่ได้ ก็มึงเริ่มก่อนทำไมล่ะ ชิ!”
