บทที่ 4 ตอนที่ 2 อาทิตย์โมโหหิว

ตอนที่ 2 อาทิตย์โมโหหิว

วันนี้เป็นอีกวันที่มีเรียนแต่เช้า คนตื่นสายอย่างอาทิตย์ก็ถูกแดนไทบ่นจนหูชาตามเคย ร่างสูงพาร่างแสนงัวเงียเดินไปอาบน้ำ ไม่นานก็ออกมาคว้าเสื้อช็อปสีแดงของคณะขึ้นมาใส่ก่อนขับรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันโปรดโดยที่มีร่างเล็กเกาะเป็นปลิงเช่นทุกวันจนเป็นภาพคุ้นชิน

นักศึกษาหลายคนชอบหาว่าอาทิตย์และแดนไทแอบคบหากัน บ้างก็ยังไม่เชื่อเพราะข่าวลือหนาหูว่าอาทิตย์นั้นมีแฟนอยู่แล้วจะมาคบกับเพื่อนสนิทในกลุ่มได้อย่างไร บ้างก็แอบนินทาแดนไทหาว่าเป็นชู้นิสัยไม่ดี แต่ไม่ได้ดูสภาพเจ้าหล่อนเลยที่ต่างก็พร้อมจะทอดสะพานให้อาทิตย์ได้ทุกเมื่อ เสมือนว่าต้นงิ้วก็เป็นแค่ชื่อต้นไม้

หลังจากเรียนคาบเช้าของวันนี้เสร็จ เพื่อนในกลุ่มก็ให้แดนไทเลือกสถานที่กินข้าว และคนที่ประหยัดอย่างเขาคงเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกเสียจากโรงอาหารของมหา’ลัย

“เออ! ก็ดีเหมือนกัน ยังไงบ่ายก็ต้องมีเรียน ขี้เกียจรีบไปรีบกลับ” เปี๊ยกเห็นดีเห็นงาม ถึงแม้บ้านจะรวยแค่ไหนแต่ก็ไม่เคยใช้ชีวิตกินหรูอยู่แพง เงินทองที่ได้มา แม่มันจะรู้ไหมว่าเอาไปเปย์สาวๆ จนหมดเกลี้ยง

“กินแต่ข้าวที่โรงอาหารทุกวัน ไม่เบื่อบ้างเหรอวะ” อาทิตย์หน้าบึ้งขมวดคิ้วจนแทบติดกัน แต่ถึงกระนั้นก็เดินฉับๆ ตามเพื่อนในกลุ่มมาอยู่ดี

“ก็มีบ้าง แต่กูก็เวียนเมนูอื่นไปเรื่อยๆ นะ ก๋วยเตี๋ยว กวยจั๊บ กระเพาะปลา ข้าวมันไก่ เยอะแยะไปหมด” พงศกรตอบกลับพลางเดินดุ่มๆ นำไปทางโต๊ะอาหารตัวที่ว่าง

“ทำไม? ที่มึงเบื่อนี่ ข้าวหรือผู้หญิงล่ะ” ครั้งนี้เป็นแดนไทที่อดพูดจากระแนะกระแหนใส่พ่อรูมเมทไม่ได้

“...” อาทิตย์ไม่ได้ตอบอะไรเพียงแค่ไหวไหล่เป็นคำตอบอย่างไม่ยี่หระ แดนไทจิ๊ปากใส่ด้วยความหมั่นไส้ก่อนหย่อนก้นลงบนโต๊ะม้าหินอ่อนแล้วหันไปมองบรรยากาศรอบข้างที่มีสายตานับร้อยจับจ้องมาที่พวกเขาเป็นตาเดียว

รู้แล้วแหละ ว่าไอ้อาทิตย์มันหล่อ แต่ช่วยสำรวมอาการกันหน่อยก็ดีจ้ะสาว ถ้าตอนนี้จะให้แดนไทเปรียบล่ะก็ ตอนนี้อาทิตย์ก็คงจะเหมือนกองขี้ที่ถูกแมลงวันตอมอยู่ล่ะมั้ง ยิ่งคิดแดนไทก็ยิ่งกลั้นขำไม่ได้ จนต้องยกมือมาป้องปาก

“อุ๊ปส์ คิก คิก”

“ขำอะไรของมึงแดนไท” พ่อรูมเมทเอ่ยถามแล้วโยนกระเป๋าสะพายสีดำให้ร่างบางถือไว้

“เปล๊า! กูก็คิดอะไรเรื่อยเปื่อย” แดนไทบุ้ยปากใส่อีกฝ่ายทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

“แน่ใจเหรอที่พูด”

“ก็เออสิวะ”

“พวกมึงเถียงกันไปก่อนนะ ทางนั้นสาวๆ เยอะ กูขอตัวไปหาของกินก่อน” ไม่รอให้เพื่อนตอบอะไร เปี๊ยกก็เดินเข้าไปฝ่าวงล้อมสาวสวยที่ส่งสายตาพราวระยับ จนพงศกรส่ายหัวแล้วเดินตามเพื่อนออกไป

“แล้วมึงอะ จะกินไรไอ้อาทิตย์” พอเหลือกันอยู่สองคน แดนไทก็เงยหน้าถามหนุ่มสุดฮอตที่ยืนหน้าอมทุกข์เหมือนคนปวดขี้ก็ไม่ปาน

“มึงนั่งนี่แหละ เดี๋ยวกูไปซื้อเอง มึงแม่งซื้อมาแต่ละอย่างไม่เคยถูกปากกูเลย”

พ่อรูมเมทเหน็บแนมเสร็จก็เดินออกไปโดยที่ไม่ได้ถามความสมัครใจแดนไทเลยว่าอยากกินอะไร ครั้นจะเดินตามไปก็ไม่มีใครรับบทเฝ้ากระเป๋าที่พวกมันวางทิ้งไว้บนโต๊ะอีก

แดนไทนั่งหน้ามุ่ยรออยู่ที่โต๊ะอย่างเซ็งๆ ในระหว่างนั้นเองก็มีรุ่นพี่คนหนึ่งเข้ามาทักทาย

“แดนไทใช่ไหม” เสียงเรียกคุ้นเคยดังขึ้นทำให้แดนไทหันหลังไปมอง ในคราแรกก็ขมวดคิ้วเป็นปม ผู้ชายตรงหน้าคลับคล้ายคลับคลาเหมือนว่าเคยเห็นที่ไหน แต่พอจำได้เท่านั้นแหละ รอยยิ้มก็ฉีกกว้างไปถึงรูหู

“อ้าว! พี่คิว” แดนไทตะโกนเสียงหลงด้วยความดีใจ

คิวเป็นเพื่อนของพี่ชายเขาสมัยเรียนม.ปลายที่โคตรจะหล่อจนแดนไทเองนึกอิจฉาไม่น้อย อยากจะหน้าหล่อคมสไตล์พระเอกละครไทยอย่างพี่คิวบ้าง ไม่ใช่หน้าหวานๆ ที่ใครก็คิดว่าเขาเป็นเกย์

“นึกว่าจะทักผิดคนซะแล้ว โตแล้วน่ารักขึ้นเยอะเลยนะ”

ไม่อยากจะคุยด้วยก็ตรงบอกว่าเขาน่ารักนี่แหละ ใจจริงเขาอยากจะตะโกนให้ลั่นโรงอาหารเลย ว่าไอ้แดนไทเนี่ยอยากมีเมีย ไม่ได้อยากมีผัว

หรือว่าบางทีเขาควรหาแฟนสักคนจะได้ไม่เข้าใจผิดกัน

แต่พอมองไปรอบๆ ความหวังก็ช่างริบหรี่ ไอ้ที่ส่งสายตาอย่างสื่อความหมายกลับมา มีแต่พวกผู้ชายกล้ามยักษ์ทั้งนั้น

“ดีใจจังที่ได้เจอพี่คิว” แดนไทยิ้มกริ่มจนตาแทบปิด นับตั้งแต่วันที่พี่คิวเรียนจบม.ปลายก็ไม่เคยเห็นไปเที่ยวที่บ้านอีกเลย

“พี่เองก็ดีใจเหมือนกัน ไม่ได้เจอกันนานมากแล้วนะ แล้วนี่แดนไทเรียนคณะอะไรเหรอครับ”

“อ้อ! คณะวิศวกรรมครับ อยู่ปีหนึ่ง”

“จริงดิ! เราเรียนคณะเดียวกันเลยนะ”

ดวงตากลมใสลุกวาว “ว้าว!... แต่ทำไมผมเข้ามาเรียนได้เกือบปีแล้ว แต่ไม่เห็นพี่คิวเลยล่ะครับ”

“พี่ไม่ค่อยชอบเข้าคณะครับ ส่วนมากมาเรียนแล้วก็กลับเลย”

“อ้อ ครับ”

“เดี๋ยวต้องโทรไปด่าพี่ชายแดนไทสักหน่อยแล้ว น้องมาเรียนที่นี่ไม่ยอมบอก”

“พี่ดลก็ไม่บอกผมเหมือนกัน จัดให้หนักๆ เลยนะ ด่าเผื่อผมด้วยก็ดี”

คิวหัวเราะในลำคอ “แล้วนี่แดนไทมาทานข้าวคนเดียวเหรอครับ”

“ผมมากับเพื่อนครับ แต่พวกมันไปซื้อข้าวกันอยู่”

“โอเค งั้น...” ว่าแล้วก็ควักโทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดยื่นมาตรงหน้าคนตัวเล็ก แดนไททำหน้างุนงงลืมวางมาดเข้มจ้องมองอีกฝ่ายตาใสแป๋ว

“อะไรเหรอครับ”

“ขอช่องทางติดต่อหน่อย เผื่อมีเรื่องเรียนที่แดนไทไม่ค่อยเข้าใจ สามารถถามพี่ได้เลยนะครับ”

“ได้สิครับ ไม่มีปัญหา งั้นฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ” พูดจบก็จิ้มหน้าจอสองสามทีแล้วยื่นไปให้ชายหนุ่มหน้าคม พลันสายตาไปสะดุดเข้ากับดวงตาริษยาของบรรดาสาวๆ ในโรงอาหารอีกครั้ง แม่งโคตรน่ากลัว!

คงคิดว่าพี่คิวมาจีบเขาอะเนอะ จะบ้ากันละมั้ง นี่เพื่อนของพี่ชายจ้ะสาว หึงอย่างมีสตินะ

เขาว่าแฟนคลับไอ้อาทิตย์น่ากลัวแล้ว แฟนคลับพี่คิวก็ไม่แพ้กัน

“ถ้าแดนไทมีเพื่อนทานข้าวแล้ว พี่ไม่รบกวนดีกว่า เอาไว้เจอกันที่คณะตอนเย็นนะ”

“อ้าว! ไหนว่าไม่ชอบเข้าคณะไงครับ”

“เมื่อก่อนมันไม่มีอะไรน่าดึงดูด แต่พอรู้ว่าแดนไทเรียนคณะเดียวกัน ขอไปแอบดูสักหน่อย” พี่คิวพูดแล้วยิ้ม

“ครับ ไว้เจอกันครับ”

รุ่นพี่เดินออกไปแล้ว แดนไทหมุนตัวกลับมานั่งไถโทรศัพท์เล่นก็มีการแจ้งเตือนเพิ่มเพื่อนใหม่ เป็นใครไปไม่ได้ นอกเสียจากพี่คิวที่ทักมาพร้อมกับสติกเกอร์รูปแมวโบกมือหนึ่งตัว

“คุยกับใครวะ!”

เสียงของอาทิตย์ดังขึ้นทำให้แดนไทละความสนใจจากโทรศัพท์เก็บเข้ากระเป๋า ส่วนเปี๊ยกและพงศกรก็เดินเข้ามาพอดี

“รุ่นพี่ในคณะน่ะ”

“แล้วทำไมกูไม่เคยเห็นหน้าเลยวะ” อาทิตย์มองแผ่นหลังรุ่นพี่ที่เดินออกไปพลางขมวดคิ้วมุ่น

“เขาไม่ค่อยเข้าคณะหรอก”

“แล้วทำไม...” ยังไม่ทันที่อาทิตย์จะได้พูดอะไรต่อ แดนไทที่หิวโซก็สวนขึ้น

“มึงจะถามอีกนานไหม กูหิว!”

“เออ! รอแป๊บ กูยังยกมาไม่หมด”

แดนไทเหนื่อยหน่ายกับพ่อรูมเมทมากเหลือเกิน ไม่รู้จะอวดรวยโชว์สาวไปถึงไหน ถึงได้สั่งอาหารมาเต็มโต๊ะขนาดนี้

“ซื้อมาเยอะขนาดนี้ใครจะกินหมดวะ” แดนไทโวยวายนั่งถอนหายใจไม่รู้รอบที่เท่าไหร่ของวัน

“กูก็งงเหมือนกัน ไอ้อาทิตย์สั่งแม่งมาทุกร้าน สงสัยเงินจะเหลือ เดี๋ยวกูไปช่วยมันยกแป๊บ” เปี๊ยกเกาหัวยิกๆ แล้วเดินออกไป เหลือแต่พงศกรที่นั่งกินไม่รอใครแล้ว

“แล้วมึงไม่ไปช่วยเขายกเหรอ” แดนไทหันมาถามพงศกรที่จิ้มลูกชิ้นกินเต็มปากอย่างเอร็ดอร่อย

“ไม่ไปหรอก รำคาญสาวๆ กรี๊ดกร๊าดแสบแก้วหู” พงศกรมันว่าพลางจิ้มลูกชิ้นยื่นมาตรงหน้า แดนไทรีบงับเอาไว้ในปากเคี้ยวตุ้ยๆ ด้วยความหิวกระหาย ประจวบเหมาะกับที่อาทิตย์และเปี๊ยกเดินมาร่วมโต๊ะพอดี

“หมดยัง มึงเหมามาหมดโรงอาหารยัง” ร่างบางอดไม่ได้ที่จะขึ้นเสียงใส่ แต่ถึงกระนั้นก็หยิบจานขยับออกเพื่อให้อาหารจานใหม่ได้วางจนครบ

“กินๆ ไปเถอะ อย่าปากเก่ง” คนถูกบ่นจิ้มไก่ชุบแป้งทอดใส่จานข้าวแดนไท ก่อนจิ้มชิ้นใหม่เข้าปากตนเอง

“แหม! ไม่ใช่แค่ปากนะที่เก่ง ตีนกูก็เก่ง อยากลองไหมล่ะ”

“ตีนมึงกับตีนกูคนละไซซ์ เรามันกระดูกคนละเบอร์นะ อย่าลืมสิ”

“จ้าพ่อ แล้วทั้งหมดนี่เท่าไหร่ เดี๋ยวกูช่วยออก” มือเรียวคว้ากระเป๋าสะพายขึ้นมาแต่ก็ต้องชะงักเมื่ออีกฝ่ายพูดสวนทันควัน

“ไม่ต้อง กูรวย”

โอเค! จบเจ๊า ไม่เร้าหรือ

“กูว่านะ มึงช่วยเอาความใจป๋าของมึงไปจ่ายค่าโรงแรมจะดีกว่าเยอะ ถือว่ากูขอร้อ...อุ๊บ” ยังพูดไม่ทันจบอาทิตย์ก็จิ้มลูกชิ้นยักษ์ยัดใส่ปากจนร่างบางต้องเคี้ยวตุ้ยลงคอ

อึก!

“ไอ้ เอี้ย อู้กอิ๊นอิดออกู” ไอ้เหี้ย ลูกชิ้นติดคอกู

“เอานี่ แดกน้ำๆ” พงศกรที่เป็นฝ่ายยื่นน้ำมาให้ โดยที่ไอ้เปี๊ยกก็วิ่งหน้าตาตื่นมายืนลูบหลังทำให้รอดตายอย่างหวุดหวิด กว่าพวกเขาจะกินอาหารเที่ยงเสร็จก็เล่นเอากระเพาะแทบคราก หลังจากนั้นก็พากันไปเรียนคาบบ่ายตามปกติ

จวบจนกระทั่งช่วงเย็นถึงเวลาที่ต้องเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องของคณะก็ไม่มีอะไรมาก ได้แต่นั่งแหกปากร้องเพลงคณะ จนบางทีแดนไทก็คิดว่าร้องไปเพื่ออะไร ซึ่งมันไม่ได้ทำให้เรียนเก่งขึ้นเลย ถ้าให้แข่งนอนตอนนี้ ไอ้แดนไทชนะชัวร์ๆ เพราะโคตรง่วงจริงๆ

ส่วนไอ้ตัวการที่ทำให้เขาอดหลับอดนอนแม่งก็อึดฉิบหายเลย นั่งเก๊กหล่อให้สาวๆ กรี๊ดอย่างไม่มีท่าทีจะง่วงสักนิด

พวกเขานั่งตบมือแปะๆ อยู่นานรุ่นพี่ก็ปล่อยกลับบ้าน แดนไทพยายามชะเง้อมองหาคิวที่บอกว่าจะเข้าคณะ แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นหัว

“มึงกลับไปก่อนเลยนะ วันนี้กูจะไปหาจันทร์” เมื่อแยกตัวออกมาจากคณะ อาทิตย์ก็เอ่ยกับแดนไทที่เดินอยู่ข้างๆ โดยที่มีเปี๊ยกและพงศกรเดินตามหลังมาติดๆ

“ก็ดีเหมือนกัน ให้กูขึ้นรถเมล์อืดๆ ของตาลุงดีกว่าเสี่ยงตายนั่งรถมอเตอร์ไซค์ที่วิ่งด้วยความเร็วสูงของมึงซะอีก” แดนไทบุ้ยปากใส่ร่างแกร่ง เอะอะก็จะไปหาแฟน ติดแฟนพอๆ กับติดหอยเลยนะพ่อคู้ณ

“หออยู่ใกล้แค่นี้ เดี๋ยวกูแวะไปส่งเอง” พงศกรเอ่ยอาสา

“เออดี ฝากด้วยแล้วกัน” พ่อรูมเมทตอบกลับ

“ไม่ออกไปหาอะไรดื่มหน่อยเหรอวะ กูเปรี้ยวปากอยากแดกเหล้า” ทีนี้เป็นเปี๊ยกเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างแดนไทและอาทิตย์พร้อมทั้งโอบไหล่เอาไว้อย่างออดอ้อน หวังว่าเพื่อนจะเห็นใจ

“เอาไว้วันหลังแล้วกัน วันนี้ไม่ไหวจริงๆ ว่ะ ง่วงมาก” แดนไทจับลำแขนของเปี๊ยกออกเพราะหนักมาก ไม่รู้ว่าบ่าจะหักไหม

“เออๆ ก็ได้ งั้นกลับก่อนเว้ย ไว้เจอกันพรุ่งนี้” เปี๊ยกพูดจบก็แยกตัวออกไปก่อน

“ไปกันเถอะไอ้พงศ์ กูอยากนอนแล้ว” แดนไทพูดขึ้นแล้วก้าวเดินนำหน้าเพื่อนทั้งสอง แต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงเรียกของคนที่คุ้นเคย

“แดนไท รอพี่ด้วย”

แดนไทหันไปมองเห็นคิวกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามา รอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้าสวยทันที

“ใครวะ” อาทิตย์เอ่ยถามด้วยความสงสัย

“คนรู้จักกูเองแหละ”

“จะกลับแล้วเหรอ พอดีติดงานอยู่เลยไม่ได้ลงมาคณะ” รุ่นพี่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าร่างบางแล้วฉีกยิ้มให้ อาทิตย์หรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างจับสังเกต

“ใช่ครับ ผมกำลังกลับหอ พี่คิวมีอะไรหรือเปล่า วิ่งหน้าตาตื่นมาเชียว”

“พอดีพี่จะชวนไปกินบะหมี่เกี๊ยวเจ้าโปรดที่อยู่หลังม.ครับ ร้านนี้โคตรอร่อยเลยนะ” คนโตกว่าว่าพลางยกนิ้วโป้งกดไลค์ ส่วนคนกินเก่งแต่ไม่อ้วนที่ถูกเอาของกินมาล่อก็ตาลุกวาว

“งั้นก็ดีเลยครับ ท้องกำลังร้องเลย”

“ไหนเมื่อกี้มึงบอกว่าง่วงไงวะ” อาทิตย์เลิกคิ้วถามคนเห็นแก่กิน

“ไอ้ง่วงมันก็ง่วงอยู่หรอก แต่มันหิวมากกว่าว่ะ” แดนไทหัวเราะในลำคอพลางลูบท้องที่แบนราบไปมา

“เออ! งั้นกูกลับก่อนแล้วกัน แดกเผื่อกูด้วยล่ะแดนไท” ทีนี้เป็นพงศกรพูดต่อ แดนไทพยักหน้ามองดูเพื่อนเดินออกไปอีกคน จนตอนนี้เหลือเพียงแค่เขา อาทิตย์ และพี่คิว

“เห็นแก่แดก!” อาทิตย์พูดกระแทกเสียงแข็ง ทำให้คนตัวเล็กหุบยิ้มฉับแล้วหันไปมองพ่อรูมเมทตาขวาง

“เรื่องของกูครับ ว่าแต่มึงเถอะ จะไปหาจันทร์เจ้าขาไม่ใช่เหรอ ไปสิครับ ไป๊!” ร่างเล็กถลึงตาใส่พ่อรูมเมทอย่างเอาเรื่อง

“งั้นไปกันเถอะแดนไท รถพี่จอดอยู่ทางนู้น”

“ครับ”

“ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวกินเสร็จ พี่จะพาแดนไทไปส่งที่หอพักเอง” รุ่นพี่ยื่นมือมาคว้าเรียวแขนร่างเล็ก แต่ช้าไปกว่าอาทิตย์ที่รีบดึงแขนแดนไทเข้ามาอยู่ด้านข้างเสียก่อน ทำให้มือรุ่นพี่ค้างเติ่งอยู่ในอากาศ

อาทิตย์ตวัดสายตาอำมหิตมองมาทางแดนไทเสียจนเจ้าตัวงุนงง ทั้งที่มันก็ไม่เคยแสดงปฏิกิริยาแบบนี้เลย

“เดี๋ยวผมพามันไปกินเองได้ พี่ไม่ต้องสะ อุ๊ปส์” อาทิตย์กลืนคำว่าเสือกลงคอเพราะถูกมือเล็กตะปบปากเอาไว้ได้ทัน

“ไอ้เหี้ยอาทิตย์ พูดจาหมาไม่แดก มึงเป็นเหี้ยอะไรเนี่ย” แดนไทเงยหน้ากระซิบด่าข้างหูให้พอได้ยินกันแค่สองคน

“ถามแดนไทดีกว่า ว่าอยากไปกับใคร เป็นแค่เพื่อนก็ไม่ควรมาตัดสินใจแทนคนอื่นเหมือนกันนะครับ” คนโตกว่าเองก็พูดเสียงเรียบเน้นย้ำคำว่าคนอื่นเช่นเดียวกัน

แดนไทมองสองสายตาที่สอดประสานห้ำหั่นกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ก่อนแดนไทจะตัดสินใจขยับตัวไปเกาะแขนอาทิตย์เอาไว้ เผื่อมันบ้าเลือดผลีผลามทำอะไรรุ่นพี่ขึ้นมาเดี๋ยวได้เป็นเรื่องใหญ่โต

“กูรู้ว่ามึงอาจจะไม่ชอบพี่คิว ที่แย่งเสียงกรี๊ดจากสาวๆ ของมึงไปเยอะ แต่มึงต้องใจเย็นนะไอ้อาทิตย์” แดนไทกระซิบกระซาบอีกครั้ง หากแต่ว่าการเจรจาของเขากลับไม่ได้ผล หนำซ้ำยิ่งทำให้อาทิตย์หายใจฟึดฟัดหนักขึ้นกว่าเดิม

หรือว่าเขาไปย้ำมันว่าพี่คิวแย่งสาวๆ มันเลยโมโหวะ ไม่น่าเลยไอ้แดนไทเอ๊ย

“แล้วสรุปแดนไทจะไปกับพี่ไหมครับ” เป็นพี่คิวเอ่ยถามอีกครั้ง แต่สายตาไม่ละไปจากอาทิตย์เลย

“ปะ...” แดนไทกลืนคำว่าไปลงคอ เพราะอาทิตย์แม่งแทรกขึ้นก่อน

“ไม่ไป!”

พูดจบอาทิตย์ก็ลากแดนไทไปซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ โดยที่ไม่สนใจว่าจะหักหน้ารุ่นพี่มากแค่ไหน

“ขอโทษด้วยนะครับพี่คิว เอาไว้วันอื่นนะครับ” คนถูกลากหันมาตะโกนเกรงว่ารุ่นพี่จะโกรธแล้วพานเอาไปฟ้องพี่ชายว่าเขาคบเพื่อนไม่ดี

อาทิตย์ขับรถออกไปด้วยความเร็วสูงจนร่างเล็กที่ซ้อนอยู่ด้านหลังเกาะเอวแกร่งเอาไว้แน่น

“มึงหงุดหงิดอะไรเนี่ยไอ้อาทิตย์” ร่างเล็กตะโกนถามทั้งที่ยังซ้อนท้ายโต้ลมอยู่บนรถ

“กูหิว!”

“หิว? นี่มึงกำลังโมโหหิวหรอกเหรอ ไอ้เพื่อนเวร”

แดนไทไม่เข้าใจว่าความหิวจะทำให้อาทิตย์ไร้สาระอะไรได้ขนาดนี้

ไม่รู้จะโมโหหิวทำเหี้ยอะไร ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก จะได้พาไปกินพร้อมกันสามคนเลย จบๆ ไป

บทก่อนหน้า
บทถัดไป