บทที่ 5 ตอนที่ 3 มาม่าแสนอร่อย

ตอนที่  3 มาม่าแสนอร่อย

“ไหนบอกว่าจะพากูไปกินบะหมี่เกี๊ยวร้านที่พี่คิวบอกไง แล้วขับกลับมาหอทำซากอะไร” คนตัวเล็กตะเบ็งเสียงใส่ร่างสูงทันทีที่รถมอเตอร์ไซค์จอดสนิท ก่อนลงมายืนเท้าสะเอวมองค้อนพ่อรูมเมทอย่างเอาเรื่อง

“กูเปลี่ยนใจแล้ว อยากกินมาม่าแทน”

“มาม่า? กูถามจริง?” แดนไทถามเสียงสูงอย่างแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

“เออ! ต้มเผื่อกูด้วยแล้วกัน” อาทิตย์ถอดหมวกกันน็อคเสร็จก็เดินตรงเข้าไปในหอโดยที่ไม่สนใจเพื่อนตัวเล็กที่ยืนทำหน้าเขียวปั๊ด

แดนไทได้แต่ยืนลูบท้องที่แบนราบนึกสงสารตัวเองที่ต้องมาทนอยู่กับคนอย่างอาทิตย์

ร้อยวันพันปีแม่งไม่เคยอยากแดกมาม่า แต่เสือกอยากกินเอาวันนี้

ไอ้มารคอหอย ทำให้เขาอดกินบะหมี่เกี๊ยว

“แล้วหมาตัวไหนมันบอกกูว่าหิววะ” พูดอย่างใส่อารมณ์แล้วก้าวเดินฉับๆ ตามอีกฝ่ายเข้ามาในตัวลิฟต์

“แล้วกูไม่หิวตรงไหน กูก็ใช้มึงต้มมาม่าอยู่นี่ไง” พูดพลางเหลือบมองคนตัวเล็กด้วยหางตาท่าทางยียวน

“หิวที่กูหมายถึงก็คือไปหาอะไรกินที่มันอร่อยๆ อะ”

“แล้วมาม่าไม่อร่อยตรงไหน กูก็เห็นมึงกินออกบ่อย” เห็นพ่อรูมเมทพูดหน้าตาย

“ก็เพราะว่ากูกินไปเยอะแล้วไง ให้กินทุกวี่ทุกวันก็เบื่อเหมือนกันนะโว้ย” แดนไทแทบอยากจะเอาเล็บไปข่วนหน้ามันให้เป็นแผลสักที อ้อนตีนดีเหลือเกิน

“ไม่เห็นจะยาก ไวไวก็มีไม่ใช่เหรอ เห็นมึงวางไว้ในชั้นหลายยี่ห้อเลย”

“แล้วมันต่างอะไรกันวะ กูอยากกินแบบที่มันมีโปรตีนบ้างไง ไอ้ควาย! เข้าใจอะไรยากจริงๆ” แดนไทผลักไหล่หนาจากทางด้านหลังอย่างเสียอารมณ์

“ในตู้เย็นก็มีไข่ไก่ กูเห็นมึงซื้อมาเก็บไว้เป็นแผงเลยนะ ก็เอาไปใส่สิ”

“หัวจะปวด รู้แบบนี้กูไปหาไรกินกับพี่คิวดีกว่า ไม่น่ามากับคนแบบมึงเลย แม่งหลอกยิ่งกว่าผีอีก โอ๊ย!...” ร่างเล็กที่เดินตามมาติดๆ ชนเข้ากับแผ่นหลังกว้างอย่างจังจนต้องยกมือขึ้นมาลูบหน้าผากตัวเองป้อยๆ

ปึก!

“มึงจะหยุดเดินทำซากอะไรไม่บอกวะ”

“ก็ถึงห้องแล้ว ไม่เห็นหรือไง” ใบหน้าคมคายหันมาเลิกคิ้วยียวนใส่

“ถึงแล้วก็ไขกุญแจเข้าไปสิ จะมาบอกกูเพื่อ?”

“วันนี้ไม่ได้พกลูกกุญแจ” อาทิตย์ไหวไหล่ แดนไทถอนหายใจอย่างระอา ก่อนเดินผลักร่างบึกบึนออกไปแล้วเดินมาไขประตู แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะเดินเข้าห้องกลับถูกร่างสูงโปร่งเดินเบียดชิงเข้าเสียก่อนจนเขาเซไปชนกับขอบประตู

ถ้าแดนไทเจอไอ้อาทิตย์ตอนเด็ก เขาสัญญาว่าจะเอาขี้เถ้ายัดปากให้ตายห่าไปเลย ไม่น่าเกิดมาให้ลำบากชาวบ้านชาวช่องเขาแบบนี้หรอก

เมื่อเข้ามาในห้องอาทิตย์ก็ไปเล่นเกมบนโซฟาสบายใจเฉิบ ส่วนแดนไทก็รับบทเป็นคนต้มมาม่าไปตามระเบียบ แทนที่ป่านนี้จะได้คีบเกี๊ยวกุ้งใส่ปากให้อร่อยแล้วเชียว

ฮึ่ย... หงุดหงิดอยากเตะเพื่อนให้ไส้พันตีนเหลือเกิน

“มึงเอาผักด้วยไหมล่ะ” ร่างเล็กเดินไปเปิดตู้เย็นหาเครื่องเคียงที่พอจะใส่มาม่าได้เพราะไม่อยากขาดสารอาหารตายไปเสียก่อน

“ไม่เอา กูไม่ชอบผัก” คนที่กำลังเล่นเกมส่งเสียงดังลั่นห้องตะโกนกลับมา

“ผักมีประโยชน์จะตาย มึงหัดกินซะบ้างนะ”

“บ่นให้ตายกูก็ไม่กิน”

“...” แดนไทจิ๊ปากใส่รูมเมทไม่ได้รับเชิญด้วยความหมั่นไส้

“กูวานหยิบเบียร์ในตู้เย็นให้หน่อยดิ”

“แค่นี้เอง มึงลุกมาไม่ได้หรือไง ระวังรากงอกติดพื้นนะมึง” ปากบ่นไปอย่างนั้นแหละ แต่ก็เดินกระทืบเท้าไปหยิบเบียร์ในตู้แล้วมาวางกระแทกลงบนโต๊ะแรงๆ พร้อมกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ต้มเสร็จพอดี

ปึก!

“เบียร์กับมาม่าได้แล้วครับคุณชาย” แดนไทพูดประชดประชันใส่ แต่ในจังหวะที่กำลังจะหมุนตัวกลับก็ต้องชะงัก

“เปิดเบียร์ให้กูด้วย”

“มือมึงก็ไม่ได้ด้วนนี่หว่า เปิดเอาเองสิ”

“ไม่ได้ด้วน แต่มือไม่ว่าง”

“เฮ้อ! กูว่านะ มึงไปหาจันทร์เจ้าขาอะไรนั่นดีกว่า กูอยู่ห้องคนเดียวสบายใจกว่าเยอะ”

“ไม่ไปอะ บอกเขาแล้วว่าไม่ว่าง”

“เฮ้อ!” แดนไทกลอกตาขึ้นบนอย่างเหนื่อยใจ ก่อนเอื้อมไปหยิบกระป๋องเบียร์ออกมาเปิดวางไว้ตรงหน้ามัน แล้วชิ่งหนีไปกินมาม่าของตัวเองที่ต้มทิ้งไว้จนอิ่ม ก่อนเดินตีพุงมานั่งปั่นงานที่อาจารย์สั่งไว้

“แดนไท!”

ยังไม่ทันได้หย่อนก้นดีพ่อรูมเมทก็ตะโกนเรียกเขาอีกแล้ว

โว้ยย... มันเป็นอะไรมากปะวะ

“เรียกทำไม คนจะทำงาน แล้วเกมอะ ก็ช่วยเบาเสียงลงหน่อยนะ กูไม่มีสมาธิทำงานเลย”

“มาม่าอืดหมดแล้วว่ะ ไปต้มมาให้ใหม่หน่อยดิ”

พูดอยู่หยกๆ ว่าจะทำงาน หัวสมองมันไม่สั่งการหรือยังไง บักชาติหมา!

“อืดก็กินได้ มึงอย่าเรื่องมาก”

“ไม่เอา มันไม่อร่อย”

“ถ้ากินไม่ได้ก็เดินไปต้มเองเลย”

“ถ้ามึงต้มให้กูนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้กูพาไปเลี้ยงชาบู”

คิดว่าเอาของกินมาล่อแล้วจะได้ผลเหรอ คิดว่าเขาเป็นคนเห็นแก่กินขนาดนั้นเลยเหรอ เหอะ!

แดนไทลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคู่สวยจ้องมองเพื่อนร่วมห้องตาขวาง มือสองข้างเท้าสะเอว แล้วตอบกลับอย่างไว

“เออ! งั้นมึงรอแป๊บ ห้ามผิดสัญญาด้วย” พูดจบก็เดินออกไปเสียบปลั๊กน้ำร้อนแล้วต้มมาม่าถ้วยใหม่มาเสิร์ฟถึงที่

ของฟรีทำไมต้องคิดนาน แค่นี้ขนหน้าแข้งอาทิตย์มันไม่ร่วงหรอก

“มึงจะเดินไปไหน มาป้อนกูด้วย” เมื่อมาม่าถูกวางลงบนโต๊ะ อาทิตย์ก็เอ่ยขึ้น

“เรื่องไร มึงก็กินเองดิ” ถ้าทำให้ขนาดนี้แล้วไม่มีปัญญากินเอง เขาก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว

“ละจากเกมไม่ได้ เดี๋ยวกูตาย” พ่อรูมเมทพูดพลางอ้าปากรอราวกับลูกนกรอเหยื่อจากแม่ แต่มันไม่ได้ดูน่ารักเลยสักนิด น่าถีบน่ะสิไม่ว่า

“งั้นก็รอมึงเล่นเกมจบ ค่อยกิน”

“เดี๋ยวเส้นมันอืดหมด เร็วๆ ดิ” อาทิตย์เร่งเร้า

แดนไทถอนหายใจก่อนเดินมานั่งลงด้านข้างคว้าถ้วยมาม่าแล้วตักเส้นยื่นไปจ่อที่ริมฝีปากหยัก “มึงนี่โคตรภาระเลยว่ะ เอ้า! อ้าปาก”

“ร้อนขนาดนี้ มึงจะให้กูกินยังไง ปากพองพอดี เป่าให้กูด้วยดิวะ” อาทิตย์ขมวดคิ้ว สายตาจดจ้องอยู่กับเกมบนหน้าจอมือถือ ร่างบางแทบอยากจะเอาถ้วยมาม่าร้อนๆ สาดใส่หน้าให้เสียโฉมจริงๆ

“ฟู่วววว! เอ้า แดกได้” พอเป่าแล้วก็ยื่นไปอีกครั้ง อาทิตย์ยิ้มกริ่มแล้วงับเส้นมาม่าเข้าปากคำแล้วคำเล่าจนหมด

“ไม่ได้กินนาน ก็อร่อยดีเหมือนกันเนอะ”

เนอะกับป้ามึงอะ มึงไม่ได้กินนาน แต่เขากินทุกวันไงโว้ย

“เอาน้ำไหมล่ะ” เมื่อหมดถ้วยแดนไทก็เอ่ยถามขึ้น ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วบริการให้สุดไปเลย ถือเสียว่าเป็นค่าตอบแทนที่มันจะพาไปเลี้ยงชาบูก็แล้วกัน

“ไม่เอา จะเอาเบียร์เพิ่ม”

“มึงกินหมดไปสิบกระป๋องแล้วนะ เดี๋ยวมึงก็เมาหรอก”

“เมาก็นอนดิวะ อยู่ห้องตัวเองจะกลัวอะไร” ทีนี้พ่อรูมเมทเลิกเล่นเกมแล้วไถโทรศัพท์ดูโซเชียลแทน

“แล้วถ้าอ้วกใครจะเก็บ!”

“ก็ปล่อยไว้แบบนั้นแหละ เช้าพอสร่างแล้วเดี๋ยวกูก็โทรตามแม่บ้านให้ขึ้นมาทำความสะอาดเอง”

“ใครแม่งจะนอนดมอ้วกทั้งคืน” บ่นไปอย่างนั้นแต่เดินไปหยิบเบียร์กระป๋องใหม่มาวางให้

“แทงยู” ขอบใจ

“แทงพ่องมึงอะ!” พูดจบแดนไทก็คว้าผ้าขนหนูเข้าไปในห้องน้ำแทนการกลับไปทำงานต่อ

อาทิตย์หัวเราะในลำคอชอบใจ พร้อมตะโกนตามตูด “ไม่กินด้วยกันเหรอ”

“ไม่กิน!”

ด้วยความที่เหนื่อยล้ามาทั้งวันเจอน้ำจากฝักบัวเย็นๆ ทำให้แดนไทอาบนานเป็นพิเศษ กว่าจะออกมาได้ก็ปาไปเกือบชั่วโมง

ร่างเล็กตอนนี้อยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขายาวผ้าบางสีฟ้าอ่อนๆ เรียวขาก้าวออกมายังไม่ทันพ้นประตูก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น ที่ทำให้แดนไทต้องยกมือขึ้นมาตบหน้าผากตนเองด้วยความเหนื่อยใจ

“ซี้ดดดดด สะ เสียว”

ไม่ใช่เสียงใครที่ไหน ทว่ามันคือเสียงครางของนางเอกเอวีญี่ปุ่น ที่พ่อรูมเมทมันเปิดจนดังสนั่นห้องพัก แดนไทกัดฟันกรอดด้วยความโมโห ก่อนเดินปรี่เข้าไปหาร่างแกร่งที่นั่งอยู่ตรงโซฟา

“ไอ้อาทิตย์!”

“อื้มมมม กระแทกแรงๆ หน่อยสิคะ”

“ทำเหี้ยอะไรของมะ...”

แดนไทเบิกตากว้างตกใจ ใบหน้าสวยร้อนฉ่า เมื่อเห็นร่างแกร่งที่เปลือยท่อนล่างนั่งสาวแท่งเนื้อเก้านิ้วอย่างเมามัน ส่วนปลายหัวเห็ดฉ่ำวาวไปด้วยน้ำสีใสไหลปริ่มออกมาจนแดนไทเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ เขารีบยกมือมาปิดตาตนเองแล้วเสมองไปทางอื่น

ขนาดไอ้จ้อนทำเอาหน้าแดนไทหดเหลือสองนิ้ว อดไม่ได้ที่จะแอบไปคลำเป้าของตนเองก่อนถอนหายใจออกมา

ของเขามันขนาดมาตรฐานนั่นแหละ แค่กระจู๋ของอาทิตย์มันพิการเลยใหญ่โตมโหฬารขนาดนั้น

“ชักว่าวไง ไม่เห็นหรือไง ถามแปลกๆ” ใบหน้าหล่อเหลาเงยขึ้น ดวงตาคู่คมฉ่ำปรือเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ เส้นเลือดที่ท่อนแขนปูดโปนเนื่องจากเกร็งในการชักรูดท่อนเนื้อขนาดเกือบเท่าแขน

“แล้วทำไมมึงไม่เข้าไปชักในห้องน้ำเล่า” โวยวายอีกฝ่ายโดยที่ยังไม่หันไปมอง

“ก็มึงเข้าไปอาบน้ำเป็นชาติ อื้อส์” คนเมาตอบไปทั้งที่กำลังสาวท่อนเนื้อขึ้นลงด้วยความกระสัน

“กูออกมาแล้ว มึงเข้าไปดิ”

“ไม่ไป!”

“...”

“กำลังเสียว ซี้ด! อ๊า!” เสียงหนาทุ้มครางปนกระเส่าในลำคอ สายตาจับจ้องมองนางเอกเอวีถูกกระทำอย่างเสียวซ่าน

“ไอ้หน้าด้าน ไม่รู้จักยางอาย”

“จะอายทำไม ผู้ชายเหมือนกัน” คนช่วยตัวเองตอบกลับหน้าตาย

“มึงลืมไปหรือเปล่าว่ามึงไม่ได้อยู่ห้องคนเดียว ทำอะไรหัดรู้จักเกรงใจกูบ้าง มึงไม่อายแต่กูอายแทน”

ปั่ก ปั่ก ปั่ก

เสียงมือกับเนื้อกระทบกันในจังหวะสม่ำเสมอ แดนไทรีบปีนขึ้นไปบนเตียงนอนใช้ผ้าห่มช่วยอุดหูเอาไว้

โว้ยย... จะบ้าตายรายวัน

ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นตากุ้งยิงหรือเปล่า

“ซี้ด! อ๊าส์!”

“อะๆๆๆ อิ๊ๆๆ”

เสียงนางเอกเวรนั่นก็ครางซะได้อารมณ์เชียว กระตุ้นให้แดนไทวูบวาบแปลกๆ จนมวนท้องน้อยขึ้นมาเหมือนกัน

“ไอ้เวรเอ๊ย!” ร่างบางตะโกนด่ากลับมาเป็นระยะๆ ด้วยความระอา

“แดนไท!”

“เรียกกูทำเหี้ยไร จะออกไปหาสาวๆ เหรอ ไปดิ เชิญเลย” คนที่คุดคู้อยู่ใต้ผ้านวมตะโกนกลับ

“เปล่า กูจะให้มึงช่วยกูหน่อย”

“ชะ ช่วยอะไร” แดนไทตอบกลับด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ

“ช่วยชักว่าวให้กูหน่อย มือกูมันแข็งไม่แตกสักที ชักจนปวดแขนไปหมดแล้วว่ะ”

“เข้ามาสิ กูจะถีบยอดหน้าให้ ไอ้เพื่อนเหี้ย”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป