บทที่ 4 ตอนที่ 4 บุญคุณต้องทดแทน

ตอนที่ 4 บุญคุณต้องทดแทน

ภายในห้องนอนขนาดเล็กถูกจัดแต่งอย่างเป็นระเบียบ ส่วนหนึ่งที่เกี๊ยวรักความสะอาดก็คงติดแม่มา ร่างโปร่งนอนอยู่บนเตียงขนาดห้าฟุต แทบจะเอาตีนมาก่ายหน้าผาก หลังจากเมื่อวานพาแฟนปลอม ๆ ไปส่งโรงพยาบาล หลังจากนั้นก็ติดต่อให้โทนี่มาดูแล จนตอนนี้ผ่านมาสองสัปดาห์แล้วก็ไม่ได้รับข่าวอีกเลยว่าไอ้เวรนั่นตายห่าไปหรือยัง หนำซ้ำดวงเขาตอนนี้ก็ยังซวยไม่หยุด ล่าสุดไปต้มมาม่าแล้วทำจานหล่นใส่หลังตีนจนบวม อะไรมันจะดวงตกขนาดนี้

“โอ๊ยยยย! ทำไมยังไม่หายซวยอีกวะเนี่ย” หนุ่มวิศวะบ่นอุบ เอื้อมมือไปหยิบหลอดยาที่อยู่ภายในลิ้นชักหัวเตียงขึ้นมาทาด้วยอารมณ์คุกรุ่น ก่อนจะยกมือเกาหัวจนผมยุ่งเหยิง ครุ่นคิดอยู่นานว่ามีอะไรตกหล่นไม่ได้ทำตามที่พ่อครูบอกหรือเปล่า แต่เขาก็ทำมาทั้งหมดแล้วไหมอะ

เกี๊ยวตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ด้านข้าง เลื่อนหารายชื่อ ‘นวล’ ไม่นานปลายสายก็รับด้วยน้ำเสียงงัวเงีย

[ห้าทุ่มแล้วเกี๊ยว ทำไมยังไม่หลับไม่นอน]

“ปรึกษาอะไรหน่อยดิ”

[พรุ่งนี้เลย แม่หลับแล้ว]

“มันเกี่ยวกับความเป็นความตายเลยนะแม่”

หญิงวัยกลางคนที่กำลังสะลึมสะลือได้ยินแบบนั้นก็ตื่นเต็มตา ดีดตัวลุกขึ้นมานั่งอย่างใจจดใจจ่อ

[ว่ามา แกไปโดนอะไรมาอีก] เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“จานหล่นใส่ตีน เจ็บฉิบเลย”

[แกซุ่มซ่ามไงไอ้เกี๊ยว]

“ไม่ใช่” คนเป็นลูกค้านเสียงแข็ง ถ้าบอกว่าตอนนี้เขางมงายกว่าคนเป็นแม่ก็คงจะไม่เกินจริง

[แล้วแกจะให้แม่ทำยังไง แม่ไม่ใช่พ่อครูนะที่จะส่งควายธนูไปปราบให้]

“ผมรู้ แต่จะรบกวนแม่หน่อย”

[อะไรของแกวะ]

“พรุ่งนี้ไปถามพ่อหมอให้หน่อย”

[เรื่องมากนะแกเนี่ย]

“หรืออยากเห็นลูกชายตายโหงคุณนวล จำได้ไหมนอนกอดศพลูกความรู้สึกมันเป็นยังไง”

โดนสวนมาแบบนั้นนวลถึงกับไปไม่เป็น เหตุการณ์ในวันที่เกี๊ยวโดนรถชนเธอยังจำความรู้สึกได้ดี สภาพของลูกชายดูไม่น่ารอดแต่ก็ยังรอดมาได้ราวปาฏิหาริย์

[เออ เชื่อก็ได้วะ งั้นเอางี้ เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่ไปถามพ่อหมอให้ใหม่ก็แล้วกัน แต่ว่าผู้ชายคนที่แกไปขอคบด้วยนั่น มันตรงตามที่พ่อครูบอกเป๊ะใช่ไหม]

“ตรงเป๊ะ ยันดากที่มีปานรูปหัวใจของมันเลย”

[งั้นคืนนี้แกก็นอนให้สบายใจ ไม่ต้องคิดมาก แกเป็นลูกชายคนเดียว แม่ไม่ปล่อยให้แกตายเพราะดวงตกหรอก]

“เยี่ยม”

สองแม่ลูกพูดคุยกันอีกไม่นานก็วางสายไป ใช้เวลานานมากกว่าเกี๊ยวจะข่มตาหลับ

ช่วงสายวันต่อมาเกี๊ยวได้รับโทรศัพท์จากมารดา เธอเดินทางไปหาพ่อครูคนเดิมมาแล้ว ได้ความว่าเกี๊ยวกับพยัคฆ์ยังไม่มีความสัมพันธ์เชิงคนรักเลย นั่นทำให้ดวงชะตาที่แข็งกล้าของพยัคฆ์ไม่สามารถแบ่งผ่านมายังเกี๊ยวได้ เพราะฉะนั้นการแก้กรรมให้ผ่านไปได้ก็คือ เกี๊ยวต้องทำเหมือนเป็นแฟนกับพยัคฆ์จริง ๆ ไม่ใช่แค่ประกาศว่าเป็นแฟนแล้วก็ต่างคนต่างอยู่อย่างทุกวันนี้

ถึงมันจะเป็นเรื่องตลกสำหรับใครบางคน แต่เกี๊ยวกลับจริงจังมาก

ทางด้านพยัคฆ์หลังเลิกเรียนก็เดินออกมาจากห้อง ข้างกันเป็นโทนี่ที่กำลังควักโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดอินเทอร์เน็ตจนได้ยินเสียงแชตจากบรรดาสาว ๆ รัวเข้ามาไม่หยุด จนพยัคฆ์ส่ายหัวไปมาด้วยความระอา

พยัคฆ์ต่างกับโทนี่ตรงที่จบแค่เรื่องบนเตียงเท่านั้น ไม่เคยสานต่อและไม่เคยนอนกับใครซ้ำสอง ต่อให้คนเหล่านั้นเข้ามาวุ่นวายก็ไม่มีทางได้ข้อมูลการติดต่อจากเขา

“เดินดูทางด้วยไอ้ฝรั่งขี้นก เดี๋ยวได้ตกบันไดตาย มัวแต่ตอบแชตอยู่นั่นแหละ” พยัคฆ์ว่าเสียงดุไม่ได้จริงจังมากนัก แต่ก็ไม่ได้ทำให้เพื่อนฝรั่งสลดสักนิด

สองเท้าเดินลงมาจากตัวอาคารเรียนเพื่อกลับคอนโด พอถึงชั้นล่างคนที่ไม่ทันระวังก็ล้มจับกบบนพื้น เสียงร้องโอดโอยดังอยู่พักหนึ่ง ก่อนลุกขึ้นมาปัดฝุ่นที่เปื้อนเสื้อผ้า

“กูบอกแล้วไง สมน้ำหน้า” ไม่รู้ว่าจะเลิกคบกับมันดีหรือเปล่า ขนาดตอนที่เขาโดนยิงสลบอยู่ที่โรงพยาบาล มันยังจ้างให้พยาบาลเฝ้าไข้แทน ส่วนตัวเองก็ไปหาความสำราญ กลับมาอีกทีก็เหมือนคนหมดแรง หลับไม่ตื่น เรียกก็ไม่ลุก ไม่รู้ว่าใครเฝ้าไข้ใครกันแน่

ถ้าถามว่าทำไมโทนี่ต้องเป็นคนเฝ้าไข้ แล้วมารดาเขาหายไปไหน อย่างที่บอกว่าพยัคฆ์เป็นถึงลูกเจ้าของบริษัทใหญ่โต หากข่าวการยกพวกต่อยตีถูกปล่อยออกไปก็จะทำให้ตระกูลเสียชื่อเสียง คนที่รักษาหน้าตาทางสังคมเป็นหลักแบบนั้น ไม่มาสนใจไยดีลูกชายอยู่แล้ว จะอยู่หรือตายก็ช่างหัวมัน ขอแค่ออกไปเชิดหน้าในงานสังคม สร้างภาพไปวัน ๆ ก็เพียงพอแล้ว

“เดี๋ยวมึงจะไปไหนต่อ”

“กลับห้อง คืนนี้จะไปผับเฮียเบิ้ม มึงจะไปด้วยไหมล่ะ”

“ไม่อะ”

“แหม... ตั้งแต่ตกลงคบกับไอ้เกี๊ยวไม่ออกนอกห้องเลยนะ” ฝรั่งตาน้ำข้าวเอ่ยหยอกเย้า แต่คนโดนแซวไม่เล่นด้วย ซ้ำยังส่งสายตาคาดโทษมาให้

“แผลกูยังไม่หายดีหรอกไอ้เวร! ส่วนเรื่องไอ้เกี๊ยวกูก็บอกมึงไปแล้วว่าคบกันปลอม ๆ ดูปากกูชัด ๆ กูไม่ได้ชอบมัน”

“แต่โบราณเขาว่า เกลียดอย่างไหนได้อย่างนั้นนะเว้ย”

พูดจบก็ต้องใช้วิชาตัวเบาย่อหลบหลังมือที่พยัคฆ์กำลังจะฟาดมา แค่แซวเล่นแม่งเสือกหงุดหงิดจริง ไม่รู้ไปแดกรังแตนที่ไหนมา

“หยอกเล่นโว้ย งั้นกูไปละ เอาไว้เจอกัน”

“ถ้าเจอพวกเหี้ยนั่นโทรบอกกูด้วย”

“รอหายดีก่อนไหม ค่อยซ่า”

“กูจะให้พวกมันมากราบตีนกูให้ได้”

“แต่มึงต้องขอบคุณไอ้เกี๊ยวนะที่แบกมึงออกมา ไม่งั้นได้ตายห่าไปแล้ว”

ตั้งแต่วันที่ถูกยิงมาจนถึงวันนี้ พยัคฆ์ยังไม่มีโอกาสได้เอ่ยคำขอบคุณมันเลยที่อุตส่าห์เสี่ยงตายไปช่วยเขาเอาไว้

“เออ ๆ”

“ดี งั้นกูกลับก่อน เอาไว้เจอกันพรุ่งนี้ ถ้ากูมาไหวนะ”

โทนี่เดินจากไปแล้ว พยัคฆ์จึงเดินไปที่รถยนต์ของตัวเอง

หมับ! มือของใครบางคนฉุดดึงเขาไว้ เมื่อหันมามองก็ต้องขมวดคิ้วแน่น เพราะคนตรงหน้าคือไอ้เกี๊ยว

“ไอ้ยักษ์ กูมีเรื่องจะคุยกับมึง” คนดวงตกพูดเสียงหวานที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามอย่างมากที่จะไม่ปล่อยให้หมาในปากออกมากัดไอ้ยักษ์ ดูท่าทางอวดดีเหมือนเทวดามาจุติโลกมนุษย์ หยิ่งขนาดนี้ มึงคิดว่ากูอยากเจอมึงมากมั้ง แค่เงากูก็ยังไม่อยากจะมอง

“แต่กูไม่มี” ร่างสูงใหญ่ตอบเสียงแข็ง

“คงหายดีแล้วเนอะ ถึงได้เสียงแข็งขนาดนี้”

“แล้วมาทำไม มาทวงบุญคุณเหรอ กูก็เป็นแฟนให้มึงแล้วจะเอาอะไรอีก”

“นั่นยิ่งต้องมาหาสิวะ คนเป็นแฟนกันก็ต้องสนิทกัน ต่อไปนี้กูจะมาเจอมึงทุกวัน ทางที่ดีไปนอนกับมึงเลยดีกว่า” คนไม่เคยมีแฟนแบบเกี๊ยวคิดหาทางสานสัมพันธ์ไม่ออกแล้วจริง ๆ คำพูดหวาน ๆ อะไรพวกนั้นเขาทำไม่เป็นหรอก งั้นก็เอาตัวเองไปอยู่กับไอ้เวรนี่เสียเลย ถึงจะแก้เคล็ดในครั้งนี้ได้

“สามล้าน! แลกกับสัญญาที่กูตอบตกลงเป็นแฟนกับมึง”

“ลูกผู้ชายเว้ย พูดคำไหนคำนั้น”

“ห้าล้าน!”

“ไอ้ยักษ์! ตัวมึงเท่าควายกูอุตส่าห์แบกไปส่งโรงพยาบาล คนเหี้ยอะไรหนักฉิบหาย ไม่รู้จักบุญคุณ ขอบใจสักคำก็ไม่มี”

“เออ ขอบใจ”

“แต่กูไม่ยกเลิกสัญญาหรอกนะเว้ย ต่อให้มึงเสนอกูร้อยล้าน กูก็ไม่เอาหรอก”

พยัคฆ์ถอนหายใจอย่างปลงตก ไม่ว่าจะเจรจาหว่านล้อมอย่างไรก็ไม่ยอมรับเงินสักที ดูท่าแล้วคงต้องทำใจยอมรับคำพูดแบบลูกผู้ชาย แต่แค่คิดว่าต้องมีไอ้เกี๊ยวเข้ามายุ่งวุ่นวายในชีวิต แม่งโคตรไม่มีความสุขเอาเสียเลย

“เออ”

“ดีมาก งั้นก็ไปกันเถอะ”

“ไปไหน”

“กลับห้องไง”

เกี๊ยวเดินเกาะแขนพยัคฆ์ไม่ยอมปล่อยจนมาถึงซูเปอร์คาร์สีดำ ดวงตากลมโตลุกวาวเมื่อเห็นรถยนต์ราคาแพงจอดอยู่ตรงหน้า ใช่ว่าจะไม่เคยเห็น แต่ไม่เคยได้เข้าไปนั่งเลยต่างหาก

“มึงจะทำอะไร” โทนเสียงหนาทุ้มเอ่ยขึ้นทำให้มือขาวที่กำลังจะเปิดประตูรถหยุดชะงัก ก็คิดว่าจะเดินมาส่งอย่างเดียว

“ก็จะเข้าไปนั่งไง”

“ใครอนุญาต”

“ไม่เอาน่า คนกันเอง นี่กูแฟนมึงไง จำไม่ได้เหรอ” สิ้นคำคนตัวผอมก็เอาตัวเองเข้าไปนั่งในรถยนต์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าพยัคฆ์จะพูดอะไรเกี๊ยวก็ทำหูทวนลม ในเมื่อพ่อครูบอกว่าให้เขาสร้างความสัมพันธ์กับพยัคฆ์มากขึ้น เขาก็กำลังทำอยู่นี่ไง

ท้ายที่สุดพยัคฆ์ก็ต้องทำหน้าที่สารถีขับรถยนต์ออกมาด้วยความจำใจ บุญคุณมันค้ำคออยู่จะปฏิเสธก็ไม่ได้

“หอมึงอยู่ไหน กูจะไปส่ง”

“ไม่กลับ คืนนี้กูจะไปนอนห้องมึง”

พยัคฆ์ไม่เห็นด้วย เขาเป็นคนที่โลกส่วนตัวสูง ไม่ชอบให้ใครเข้ามาวุ่นวายในชีวิตมากเกินไป จะมีก็แค่คนสนิทอย่างโทนี่เท่านั้นที่สามารถเข้าออกห้องพักได้ ส่วนเกี๊ยวแทบจะไม่เคยได้คุยดีกันเลยด้วยซ้ำ

“ไม่ กูไม่ให้มึงไป”

“ไอ้ยักษ์ กูหน้าด้านขนาดนี้แล้วมึงจะปฏิเสธกูอีกเหรอ นี่เห็นหลังตีนกูไหม เจ้ากรรมนายเวรแกล้งกูชัด ๆ มึงอยากให้กูตายจริงใช่ปะ ไอ้เหี้ย โคตรใจดำ” ไม่พูดเปล่า เกี๊ยวยังเปิดรอยช้ำหลังเท้าให้คนขับรถดู

“มึงซุ่มซ่ามเองไอ้เกี๊ยว”

“กูช่วยมึงไว้ ถ้าไม่ได้กูมึงโดนรุมกระทืบตายห่าไปนานแล้วไอ้ยักษ์”

“ก็นอนหอใครหอมันไปสิวะ”

“เปลืองค่าไฟกูอะดิ ไปนอนห้องมึงเปิดแอร์เย็น ๆ สบายใจกว่าเยอะ”

“มึงสบายคนเดียวเถอะ”

“ก็ไม่เถียง”

“ทำไมมึงถึงได้หน้าด้านขนาดนี้วะ”

“เออ หน้ากูหนายิ่งกว่าปูนซีเมนต์ราดถนนอีก”

คนที่กำลังขับรถถอนหายใจอย่างปลงตก ในเมื่อเลี่ยงไม่ได้ ไหน ๆ ชีวิตเขาก็น่าเบื่อแล้ว เอาคนปากหมาไปนอนด้วยสักคืนจะได้ไม่เงียบเหงา “ก็ดี วันนี้กูจะสั่งพิมพ์งานแทนกูทั้งหมด อย่ามาร้องก็แล้วกัน”

“ก็ชิล ๆ ปะวะ แต่อย่าลืมเลี้ยงข้าวเย็นกูด้วยก็แล้วกัน”

พยัคฆ์หมดปัญญาจะไล่ แต่ไม่รู้เหตุใดถึงเลือกขับรถยนต์ตรงไปที่คอนโดของตัวเอง ทั้งที่จะโยนเกี๊ยวทิ้งตรงไหนก็ได้ด้วยซ้ำ

Take : สวัสดีนักอ่านทุกท่านค่ะ เดินทางมาถึงตอนที่สี่กันแล้ว บอกเลยว่าความหน้ามึนและสกิลการตื๊อของน้องเกี๊ยวเราคือยืนหนึ่งแบบไม่มีใครเทียบติด! จากที่แค่อยากขอเป็นแฟนเพื่อแก้เคล็ด ตอนนี้ยกระดับความเนียนด้วยการบังคับย้ายสัมภาระตามไปนอนห้องพยัคฆ์ซะเลย ก็แหม... หมอดูทักมาแล้วนี่นาว่าต้องทำตัวเหมือนแฟนจริง ๆ ถึงจะล้างอาถรรพณ์ดวงตกได้ งานนี้ต่อให้พ่อหนุ่มวิศวะของเราจะโดนบ่นหรือโดนสายตาดุใส่แค่ไหน ก็โนสนโนแคร์เพราะความเอาชีวิตรอดมันค้ำคออยู่!

ส่วนพยัคฆ์ปากร้ายของเราก็ปากบอกว่ารำคาญและไม่อยากให้วุ่นวาย แต่สุดท้ายก็ใจอ่อนยอมขับรถพาตัวแสบกลับห้องแถมยังต้องจำใจรับบทเป็นสารถีให้อีกต่างหาก บอกเลยว่าการใช้ชีวิตร่วมชายคาเดียวกันคืนนี้ระหว่างมาเฟียหนุ่มสุดฮอตกับคนดวงซวยจอมกวนประสาท จะต้องมีเรื่องให้ปวดหัวและลุ้นตามกันแบบหยุดไม่ได้แน่นอนค่ะ

เตรียมตัวมาลุ้นความสัมพันธ์ชวนปั่นป่วนของทั้งคู่ในตอนหน้ากันต่อได้เลยนะคะ รับรองว่าฟิน ป่วน และฮากว่าเดิมแน่นอน!

ฝากกดหัวใจ เพิ่มเข้าชั้นหนังสือ และคอมเมนต์พูดคุยติชมเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป