บทที่ 6 ตอนที่ 6 กระชับความสัมพันธ์
ตอนที่ 6 กระชับความสัมพันธ์
ความหนาวเย็นทำให้ทั้งสองขยับเข้ามากอดกันตามสัญชาตญาณ เกี๊ยวสะดุ้งตื่นจึงรีบดีดตัวออกมาด้วยความตกใจ เห็นเจ้าของห้องยังหลับไม่ตื่นบนเตียงนอนกว้าง จำได้ว่าเมื่อคืนก่อนนอนเขาหยิบหมอนข้างมากั้นกลางเอาไว้แล้วนี่หว่า สงสัยนอนดิ้น
แขกไม่ได้รับเชิญหยิบชุดนักศึกษาของพยัคฆ์ได้ก็ใส่แบบลวก ๆ แล้วออกมาโบกวินมอเตอร์ไซค์หน้าคอนโดมามหาวิทยาลัย สองเท้าเดินดุ่ม ๆ ตามทางฟุตพาท รอยเจ็บข้างมุมปากยังคงตอกย้ำให้ภาพความทรงจำของเมื่อวานไหลเวียนเข้ามาในหัวเป็นฉาก ๆ ท่อนเนื้อยาวโตคล้ายเนื้องอกที่คาปากเขาอยู่นั้น รสชาติเฝื่อนคาวยังคงติดปลายลิ้นไม่หาย ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันทำให้เจ้าตัวเผลอกลืนน้ำลายลงคอ
“ไอ้ยักษ์ รอกูหมดเคราะห์เมื่อไร กูจะต่อยให้หน้ายับเลย” คนตัวผอมบ่นพึมพำหัวเสีย ไม่รู้ว่าการได้ทำอะไรแปลกใหม่กับพยัคฆ์เมื่อคืน เป็นสิ่งที่ชอบหรือว่าเขากำลังไม่ยอมรับความจริงกันแน่
จังหวะที่เกี๊ยวเดินผ่านตึกคณะวิศวกรรม ทันใดนั้นเองสายตาก็เหลือบไปเห็นมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขับมาด้วยความเร็วสูง มันไม่ได้พุ่งมาทางเขานั่นเป็นเรื่องที่ดี แต่เกือบจะชนเด็กวิศวกรรมคนหนึ่งที่หน้าตาคุ้นเคย
“ไอ้พอร์ช” เสี้ยวเวลาเพียงน้อยนิด ทำให้คนที่เคยผ่านความตายมาตัดสินใจวิ่งจี๋ไปผลักคู่อริจนล้มไปกองทับกันบนสนามหญ้าข้างทาง ใบหน้าที่ห่างกันเพียงแค่คืบทำให้พอร์ชชะงักนิ่งไป เป็นเกี๊ยวที่ร้องโอดครวญแล้วหยัดกายลุกขึ้นมาก่อน จะให้มองดูคนตายต่อหน้าต่อตาโดยที่ไม่ช่วยได้ไง
“ขอบใจ” เป็นคำพูดสั้น ๆ จากพอร์ช ไม่คาดคิดว่าคนที่ช่วยจะเป็นเกี๊ยว
“กองไว้ตรงนั้นแหละ” คนดวงตกขมวดคิ้วแน่น รอยแดงที่ข้อศอกกระแทกพื้นเมื่อสักครู่ทำให้เจ็บ เขาไม่ได้สนใจคนที่เพิ่งช่วยเหลือเมื่อกี้ด้วยซ้ำ สองเท้าเดินดุ่ม ๆ ออกจากตรงนั้น กลับกลายเป็นว่าพอร์ชดันเดินตามหลังมาติด ๆ
“ตามกูมาทำไมวะ”
“ทำไมมึงถึงช่วยกู ทั้งที่...” คำพูดนั้นกลืนหายลงคอ ทว่าเป็นเกี๊ยวที่เอ่ยขึ้นมาแทน
“ทั้งที่เราเพิ่งต่อยกันไปเองน่ะเหรอ นี่ กูจะบอกอะไรให้นะ ถึงกูจะเกลียดมึงยิ่งกว่าขี้ แต่กูยังไม่อยากเห็นมึงตายหรอก ก็แค่ช่วยเพื่อนมนุษย์เท่านั้นแหละ กูไม่ได้อยากจะญาติดีกับมึงนักหรอก”
แต่แทนที่พอร์ชจะรู้สึกโกรธเคืองที่ถูกเปรียบเทียบกับสิ่งปฏิกูล กลับเดินเข้ามาควงแขนเกี๊ยวแล้วลากไปซื้อปลาสเตอร์แปะแผลที่ร้านสะดวกซื้อภายในมหาวิทยาลัย
จัดการแปะให้เสร็จเรียบร้อยโดยที่เกี๊ยวไม่ได้เต็มใจด้วยซ้ำ ก่อนจะพากันเดินออกมา
“ห้ามแกะนะมึง ถ้ามึงแกะ กูจะเอามาแปะใหม่”
“มึงจะเลิกยุ่งกับกูได้ยัง เลิกเดินตามกูได้แล้ว มันน่ารำคาญ”
“ถ้าเป็นเมื่อก่อนกูคงจะไม่ทำแบบนี้หรอก แต่ตอนนี้สงสัยกูต้องคิดใหม่แล้วว่ะ” เหตุการณ์เมื่อสักครู่มันทำให้พอร์ชเลิกมองเกี๊ยวเป็นศัตรูไปเลย เพราะหากไม่ได้มันเขาคงได้แข้งราขาหักไปนอนหยอดข้าวต้มที่โรงพยาบาลแล้ว
ที่จริงเมื่อสักครู่เกี๊ยวจะไม่ช่วยพอร์ชก็ได้ แต่เกี๊ยวยังเสี่ยงตายมาช่วย
“มึงน่าสนใจกว่าที่คิด”
“แต่กูไม่มีอะไรจะคิด แค่มึงไปไกลตีนกูก็พอ”
“เอาเบอร์มาก่อน แล้วกูจะไป”
“เรื่องไรกูจะให้”
“งั้นกูก็คงต้องตามตื๊อมึงแบบนี้จนกว่าจะได้”
สองเท้าที่กำลังเดินหยุดชะงักพร้อมกับเสียงถอนหายใจดังขึ้น “งั้นก็เอาโทรศัพท์มา กูจะกดเบอร์ให้”
เมื่อรับโทรศัพท์มาก็กดเบอร์แล้วส่งให้อีกฝ่าย ใบหน้าคมสวยกระตุกยิ้มร้ายเจ้าเล่ห์แล้วเดินออกมาจากตรงนั้น
อยากโทรก็โทรไปเถอะ เพราะเบอร์ที่ให้ไปเป็นของพยัคฆ์
ตกเย็นเกี๊ยวก็เดินมาดักรอที่รถยนต์ซูเปอร์คาร์ซึ่งจอดเด่นสง่าอยู่คันเดียว ไม่นานเจ้าของรถที่เพิ่งเรียนเสร็จก็เดินมา เช่นเคยว่าเกี๊ยวยังคงเอาตัวเองจับยัดใส่รถยนต์ให้อีกคนพามาเอาชุดนักศึกษาที่หอเพื่อที่จะใส่มาเรียนวันพรุ่งนี้
ในเมื่อไล่ไม่ไปพยัคฆ์ก็จำใจพาเกี๊ยวเข้ามาในคอนโด ไม่รู้ว่าทำไมคนรักความสงบอย่างเขาถึงยอมให้เกี๊ยวเข้ามายุ่งวุ่นวายกับชีวิตได้ง่าย ๆ แบบนี้เหมือนกัน
“มึงจะทำอะไร” ร่างสูงใหญ่เดินออกจากห้องนอนส่วนตัวเห็นเด็กวิศวะหน้าหวานกำลังงุ่นง่านอยู่ในครัว
“ต้มมาม่า”
“ห้องกูไม่มีมาม่า ไม่เคยกินหรอกอาหารขยะพวกนั้น” ที่คอนโดมีโซนครัวมาให้ก็จริง แต่พยัคฆ์ไม่เคยทำอาหารกินเองเลยสักครั้ง อย่างมากก็เอาอาหารที่ซื้อมาแช่แข็งไปเวฟ ถึงมันจะสะดวกสบาย แต่ก็ไม่เท่าตอนอยู่บ้าน เพราะที่นั่นมีแม่บ้านคอยรับใช้ตั้งแต่ตื่นนอนยันเข้านอนด้วยซ้ำ ทว่าเขากลับรู้สึกว่าบ้านไม่น่าอยู่เพราะว่าทะเลาะกับมารดาบ่อย จนทำให้เขาไม่สนิทกับแม่สักเท่าไร
“มึงรวยก็พูดได้ดิวะ แล้วคนจนอย่างกูก็ต้องพึ่งมาม่า จะบอกอะไรให้นะ นี่คืออาหารรสเด็ดของเด็กหอเลยนะเว้ย” พูดจบสัญญาณไฟที่กระติกน้ำร้อนก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวพอดี เกี๊ยวเดินเอาถ้วยมาม่าคัปมากดน้ำร้อนใส่พอประมาณ กลิ่นหอมลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ
“ก็ดี เอามาดิ กูหิวพอดี” ร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาคว้าถ้วยมาม่าจากมือเกี๊ยวไปกินอย่างถือวิสาสะ ในเมื่อเกี๊ยวไม่เกรงใจเจ้าของห้อง แล้วเขาจะเกรงใจมันไปเพื่ออะไร
มือใหญ่ตักมาม่าเข้าปาก รสชาติมันก็อร่อยดีใช้ได้ พยัคฆ์กินต่อโดยที่ไม่สนใจคนต้มที่กำลังยืนเท้าเอวด่า แต่ก็ไม่ได้ผล แถมมาม่ายังมีห่อเดียว เกี๊ยวอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“ไอ้ยักษ์ กูเอามาถ้วยเดียวนะเว้ย”
“งั้นก็ทนหิวไปแล้วกัน”
“งั้นมึงเอาค่ามาม่ามา กูจะลงไปซื้อใหม่” มือที่แบรอตรงหน้าพยัคฆ์ค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ ร่างสูงใหญ่วางถ้วยมาม่าที่กินหมดเกลี้ยงเอาไว้บนโต๊ะใกล้ ๆ ก่อนเดินมานั่งบนโซฟา คว้ามือถือจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาเล่นอย่างสบายใจเฉิบ
“กูไม่มีตังค์”
“ค่ามาม่าแค่สิบกว่าบาทปะไอ้เกี๊ยว มึงอย่ามาพูดเวอร์ กูไม่ได้โง่ จะให้กูเป็นแฟนปลอม ๆ ของมึงแล้วยังงกอีก แล้วงี้จะมาจ้างกูเป็นแฟน กระจอกฉิบหาย”
“ก็เดือนนี้แม่กูให้มาห้าพันนี่หว่า ค่าหอก็สามพันแล้วไหมวะ งานก็ไม่ได้ทำเหมือนเมื่อก่อน กูก็ต้องประหยัดกว่าเดิมดิ”
“แล้วทำไมมึงไม่ขอแม่เพิ่ม”
“ไม่เอาอะ แม่กูยิ่งเป็นความดันอยู่ เดี๋ยวขอเพิ่มแม่กูก็ต้องขยันเพิ่มสิ ให้แม่กูอยู่บ้านเฉย ๆ บ้างเถอะ”
พยัคฆ์เริ่มรู้สึกผิดที่กินมาม่าถ้วยนั้นหมด ตัดสินใจควักธนบัตรสีเขียวมายื่นให้เกี๊ยวจ่ายค่ามาม่าถ้วยนั้น แต่อยู่ ๆ อีกฝ่ายก็ไม่รับไว้
“กูเปลี่ยนใจแล้ว มาม่าถ้วยนั้นกูเลี้ยงมึงก็ได้”
พยัคฆ์ขมวดคิ้วมุ่นมองดูคนตัวผอมที่ทำหน้าเจ้าเล่ห์ คนอย่างเกี๊ยวคงไม่ยอมเสียเปรียบแน่นอน และเมื่อมันพูดต่อก็เป็นไปตามคาดจริง ๆ
“แต่มึงต้องพากูไปกินเบอร์เกอร์ในห้างแทน กูอยากกินแต่ไม่มีตังค์”
“ไม่เอา กูอิ่ม อยากนอน”
“แต่กูอยากกิน พากูไปหน่อย นะ ๆๆ” เกี๊ยวเดินเข้ามานั่งข้างร่างสูงใหญ่ เขย่าที่แขนออดอ้อนประหนึ่งเป็นแฟนกันจริง ๆ ยิ่งเห็นเสี้ยวหน้าคมเข้มใกล้ ๆ ยิ่งมีผลต่อใจของเกี๊ยวจนเริ่มรู้สึกตัวแล้วถอยห่างออกมาประมาณหนึ่งเมตร
“แล้วกูจะได้อะไร”
“แล้วมึงอยากได้อะไร”
“มึงมีประโยชน์อะไรกับกู นอกจากปากของมึง”
“ไอ้ยักษ์”
“ให้เวลาสามวิ ถ้ากางเกงกูยังไม่หลุด ปากมึงยังไม่อมจู๋ ก็อดกินเบอร์เกอร์”
“มึงคิดว่ากูเป็นคนเห็นแก่กินเหรอวะ”
“หนึ่ง”
“กูจะบอกอะไรให้”
“สอง”
“ถ้าไม่ใช่เพราะเบอร์เกอร์ กูไม่มีทางอมจู๋เน่า ๆ ของมึงเข้าปากหรอก”
พรึ่บ!
กางเกงสแล็กสีดำของพยัคฆ์ถูกปลดออกอย่างง่ายดาย ใบหน้าคมเข้มกระตุกยิ้มร้ายนิ่งมองเกี๊ยวจับท่อนเนื้อเข้าปาก อารมณ์กระสันทำให้เขากัดกรามแน่น ครางเสียงกระเส่าออกมาอย่างพอใจ ไม่คิดว่าปากของเกี๊ยวจะทำให้ชายหนุ่มพอใจได้มากมายขนาดนี้ แถมยังกระตุ้นความต้องการให้มากขึ้นกว่าเดิม
เรียวลิ้นเคลื่อนไหวโลมเลียอย่างช่ำชองราวกับผ่านการทำเรื่องแบบนั้นมาเจนสนาม ทว่าความจริงเกี๊ยวเพิ่งจะเคยทำแค่ครั้งเดียวก่อนหน้านี้กับพยัคฆ์เท่านั้น อย่างที่บอกว่ารสชาติเฝื่อนคาวมันติดอยู่ที่ปากทำให้คนรับรสควบคุมความต้องการตัวเองไม่ได้
“ปากมึงแม่งโคตรดี ดูดแรงขนาดนี้สงสัยจะหิวมากเลยสิท่า”
“หุบปากไปเลย”
“เขินเหรอ หน้าแดงเลย” มือใหญ่ยื่นไปเชยปลายคางให้เงยหน้า แต่กลับถูกคนตัวผอมปัดออกแล้วโมโหกลบเกลื่อนความเขินอาย
พยัคฆ์หัวเราะในลำคออย่างชอบใจ อยู่ ๆ ก็คิดว่าเวลามีอะไรอุดปากเกี๊ยวไม่ให้พูดแบบนี้ มันก็น่ารักไปอีกแบบเหมือนกัน
“น่ารัก”
“...” คนที่กำลังมีสิ่งใหญ่โตคาปากไม่ได้พูดอะไร เช่นเคยเขากลับชูนิ้วกลางให้เป็นการด่าทอแทน
“ของกูไม่ต้องชูนิ้วกลางหรอกมั้ง เพราะของจริงมึงก็กำลังอมอยู่”
“...”
“กระจอกฉิบ โม้กไม่เสียวสักนิด โคตรอ่อน”
เกี๊ยวเริ่มหงุดหงิด มองสิ่งที่อยู่ในปากด้วยอารมณ์อยากกัดให้ขาดคาปาก เขาตั้งหน้าตั้งตาขยับปากเพื่อลบคำสบประมาท กระทั่งส่วนที่แข็งกระตุกปล่อยน้ำคาวอุ่นร้อนเข้ามาในโพรงปาก ครั้งนี้พยัคฆ์ไม่ได้กดหัวจนไม่มีโอกาสเงยหน้าขึ้น แต่เกี๊ยวกลับชอบรสชาติคาวนี้จนเผลอดูดมันทุกหยาดหยดด้วยความรู้สึกเสียดาย
กว่าจะรู้สึกตัวอีกทีก็ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอ เกี๊ยวค่อย ๆ คายแกนกายที่เริ่มอ่อนปวกเปียกออกจากปาก
“คนอย่างมึงก็มีประโยน์ดีเหมือนกันนะ นอกจากเป็นแฟนปลอม ๆ ยังได้ปากไว้ระบายความเงี่ยนด้วย”
วาจาเชือดเฉือนน้ำใจทำเกี๊ยวกำหมัดแน่น แต่ทำอะไรไม่ได้ในเมื่อทุกอย่างมันเป็นสิ่งที่เขาเลือกเอง
หลังจากที่พยัคฆ์ใส่กางเกงเสร็จก็เดินผิวปากอารมณ์ดีกลับเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวหยิบลูกกุญแจ สายตาเหลือบไปเห็นข้อศอกของเกี๊ยวที่อีกฝ่ายพับแขนเสื้อขึ้นมาจนถึงข้อศอกมีปลาสเตอร์แปะอยู่
“แขนมึงไปโดนไรมาไอ้เกี๊ยว”
“ช่วยไอ้พอร์ชเมื่อเช้า มันจะถูกรถชน แล้วกูเป็นแผลมันเลยซื้อมาติดให้กู”
“มึงไม่ถูกกับไอ้พอร์ชไม่ใช่เหรอ” ไม่ใช่แค่เกี๊ยวที่ไม่ถูกกับพอร์ช แต่พยัคฆ์เองก็เช่นกัน เด็กสถาปัตย์มีแต่คนทำตัวกร่าง เคยมาหาเรื่องเขาหลายครั้งแต่ก็ถูกกระทืบกลับไปไม่รู้จักเข็ดหลาบ
“ก็ใช่ แต่อยู่ ๆ แม่งก็ตอแยกูไม่เลิก”
“ไม่ใช่ว่ามันชอบมึงเหรอ” พยัคฆ์ไม่พูดเปล่า สองเท้าเดินไปหยิบบางสิ่งบางอย่างในลิ้นชักตรงมาทางเกี๊ยว เอื้อมมือมาลอกที่แปะแผลอันเก่าทิ้งลงถังขยะแล้วแปะอันใหม่ให้แทน
“ก็เหี้ยละ”
“ดี เพราะกูก็ไม่อยากให้มึงยุ่งกับมันเหมือนกัน”
“ทำไมวะ”
“เพราะมึงยังเป็นแฟนกูอยู่ไง ก็เท่ากับเป็นคนของกู”
ได้ยินคำนั้นแล้วใจมันสั่นจนห้ามอาการไม่อยู่ แต่พอคำว่าแฟนปลอม ๆ มันไหลวนเข้ามาในหัวก็ดึงสติกลับมา
“เออ ๆ กูไม่ยุ่งหรอก”
“ดี แล้วก็อาบน้ำ กูจะพาไปกินเบอร์เกอร์ แต่ถ้าช้ามึงได้กินน้ำว่าวกูจนอิ่มแน่”
Take : สวัสดีนักอ่านทุกท่านค่ะ เดินทางมาถึงตอนที่หกกันแล้ว บอกเลยว่าความสัมพันธ์ของคู่นี้เขาพัฒนา (แบบป่วน ๆ) ไปอีกขั้นแล้วนะ! จากที่แรกเริ่มเดิมทีต่างคนต่างเขม่นและเหม็นขี้หน้ากันสุด ๆ แต่น้องเกี๊ยวของเราดันมีมุมใจบุญวิ่งไปช่วยชีวิตคู่อริอย่าง 'พอร์ช' ซะได้ เล่นเอาแฟนปลอม ๆ อย่างพยัคฆ์ออกอาการหวง (แบบเนียน ๆ) ชัดเจน แถมยังอาบน้ำเปลี่ยนแผลให้เองกับมืออีกต่างหาก
ส่วนเรื่องปากท้องกับเรื่องบนเตียง... เอ้ย เรื่องปากท้องกับหน้าที่แฟน งานนี้น้องเกี๊ยวก็ยอมแลกความอาย (และยอมอมอีกรอบ) เพื่อแลกกับเบอร์เกอร์ในห้าง บอกเลยว่าคนอะไรทั้งสู้ชีวิตและสู้จู๋เก่งเป็นที่สุด!
งานนี้ท่าทางว่ากำแพงความเย็นชาของพยัคฆ์จะเริ่มสั่นคลอนและหวั่นไหวกับความปากแจ๋วของเกี๊ยวเข้าจริง ๆ แล้วล่ะค่ะ เรื่องราวความสัมพันธ์หลอก ๆ ที่ชักจะเริ่มเลยเถิดไปกันใหญ่ จะพาฟินหรือพาปวดหัวขนาดไหน เตรียมมาลุ้นและเอาใจช่วยทั้งคู่ในตอนหน้ากันต่อได้เลยนะคะ!
ฝากกดหัวใจ เพิ่มเข้าชั้นหนังสือ และคอมเมนต์พูดคุยติชมเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
