บทที่ 7 ตอนที่ 7 ห้ามนอกกายนอกใจ

ตอนที่ 7 ห้ามนอกกายนอกใจ

ผ่านมาเกือบเดือน ความสัมพันธ์ของเกี๊ยวและพยัคฆ์เริ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน สิ่งที่พ่อครูแนะนำชี้ทางให้แก้กรรมเห็นผลจริง เพราะการที่เกี๊ยวได้ทำตัวใกล้ชิดสนิทสนมกับพยัคฆ์จนเหมือนแฟนกันจริง ๆ นั้น มันทำให้เกี๊ยวพ้นจากเรื่องซวย ชีวิตราบรื่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน นั่นยิ่งทำให้คนที่ผ่านความตายมาแล้วมีความศรัทธาแรงกล้าต่อพ่อหมอยิ่งขึ้นไปอีก

เช้าวันนี้เกี๊ยวยังคงตื่นนอนบนเตียงกว้าง ข้างกันเป็นพยัคฆ์ที่ใช้ขาเท่าท่อนซุงข้างหนึ่งก่ายลำตัวเขาจนหนักอึ้ง เขาเริ่มคุ้นชินกับการที่ต้องตื่นมาแล้วเจอหน้าพยัคฆ์ที่นอนตื่นสาย จนบางครั้งเกี๊ยวก็สงสัยเหมือนกันว่าก่อนหน้านี้มันอยู่มาได้อย่างไรโดยไม่มีคนปลุก

เกี๊ยวเดินเข้ามาอาบน้ำ ร่างผอมขาวยืนอยู่หน้ากระจก เขายกมือขึ้นมาจับรอยแผลที่มุมปาก ตลอดหลายวันมานี้ปากของเขาถูกใช้งานบ่อยมาก ต่อให้จะบอกว่าเจ็บ แต่ไอ้เวรนั่นก็ไม่เคยปรานีเลยสักนิด

กูคิดผิดหรือคิดถูกที่เอามึงมาเป็นแฟน แม่งหื่นฉิบหาย

แต่น่าแปลกที่เกี๊ยวกลับไม่ได้รังเกียจอย่างที่ควรจะเป็น พอนึกถึงกลิ่นคาวของน้ำสีขาวขุ่นก็ดันเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นึกแล้วก็โมโหตัวเองจริง ๆ

“มึงไม่ได้ชอบ ไอ้เกี๊ยว จะอ้วก อ้วกออกมาดิวะ” หนุ่มวิศวะพยายามสะกดจิตตัวเอง เดินเข้าไปทำท่าโก่งคออ้วกที่ชักโครก แต่ก็แสดงไปอย่างนั้นราวกำลังโกหกร่างกายของตัวเอง

พอนึกถึงสิ่งที่เคยอมอยู่ในปากก็เกิดอารมณ์กระสัน ท่อนเนื้อขนาดเจ็ดนิ้วแข็งตั้งเป็นลำรอการปลดปล่อย หงุดหงิดจะตายแต่ก็ต้านความต้องการไม่ไหวจึงต้องช่วยตัวเองพลางหลับตานึกถึงรสชาติที่คุ้นเคย

“เสียวว่ะ ไอ้ยักษ์” นอกจากจะควบคุมความต้องการของตัวเองไม่ได้แล้ว ก็ยังยั้งปากไม่ได้เช่นกัน เสียงครางถูกกลบด้วยเสียงน้ำจากฝักบัวที่เจ้าตัวเปิดเอาไว้ให้ดัง เกรงว่าเจ้าของชื่อที่เขาครางจะตื่นมาแอบฟัง ยิ่งนึกถึงดุ้นเอ็นใหญ่ยาวประดับไปด้วยเส้นเลือดก็ยิ่งทำให้ซาบซ่านส่งเกี๊ยวแตะขอบสวรรค์ได้อย่างรวดเร็ว

คนเพิ่งเสร็จกิจจัดการล้างคราบสีขาวขุ่นที่พุ่งใส่กำแพงออกไปจนหมด แล้วอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวเดินออกมาจากห้องน้ำ สายตาเหลือบไปเห็นเสี้ยวหน้าคมคร้ามของคนที่กำลังนอนหลับ อยู่ ๆ ในใจก็เกิดความรู้สึกบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้

สายตากวาดมองกล้ามเนื้อที่แน่นทุกส่วนโผล่พ้นผ้าห่มสีเข้ม แต่ก่อนจะคิดไปไกลกว่านี้เกี๊ยวก็ส่ายหัวไปมาเพื่อดึงสติ จากนั้นก็เดินไปปลุกพยัคฆ์ให้ลุกขึ้นแต่งตัว ส่วนเขาต้องรีบไปเรียนคาบเช้าจึงล่วงหน้าเดินทางออกมาก่อน โดยที่โทรตามน้ำขิงให้มารับหน้าคอนโด

พอมานั่งอยู่หน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ก็ถูกสายตาของเพื่อนในกลุ่มจับจ้องมองราวกับเป็นนักโทษ ยอสเริ่มสอบปากคำอย่างละเอียด เท่าที่รู้มาเกี๊ยวกับพยัคฆ์เป็นแฟนปลอม ๆ กันก็จริง แต่ต่างฝ่ายต่างใช้ชีวิต ไม่รู้ว่าทั้งคู่ไปแอบกระชับความสัมพันธ์จนถึงขั้นนอนด้วยกันแล้วตอนไหน

“โอ๊ย! กวนส้นตีนเก่งแบบไอ้ยักษ์กูไม่เอามาทำแฟนจริง ๆ หรอก ถ้าไม่ใช่เพราะว่าพ่อครูทัก กูไม่มีทางไปนอนกับมันหรอก” คนเชื่อเรื่องดวงรีบอธิบายยาวเหยียดฟังดูคล้ายกับกำลังแก้ตัว

“มึงจะแสดงสมบทบาทไปเปล่าไอ้เกี๊ยว แค่คบแก้เคล็ด มึงไม่จำเป็นต้องไปนอนด้วยกันก็ได้” ยอสยังคงสอบสวนด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“อันนี้กูเห็นด้วยกับไอ้ยอส แค่แฟนกันไม่ต้องถึงขั้นนอนด้วยกันหรอกมั้ง” หญิงสาวคนเดียวของกลุ่มเอ่ยเสริม ถึงว่าพักหลังมานี้เกี๊ยวถึงได้ปฏิเสธให้เธอไปส่งที่หอ เพราะจะไปนอนที่คอนโดของพยัคฆ์นี่เอง

“ก็กูไม่รู้นี่ว่าคนเป็นแฟนกันต้องทำอะไรกันบ้าง”

“ก็เลยเก็บเสื้อผ้าไปอยู่กับเขาซะเลยว่างั้น”

“เออ”

“แต่กูว่ามึงมีความลับอะไรปิดบังกูหรือเปล่า” ยอสหรี่ตานั่งจับผิดอยู่นาน รอยแผลข้างมุมปากเป็นมาหลายวันแล้วยังไม่หายสักที นั่นยิ่งสร้างความกดดันให้เกี๊ยวจนออกอาการได้เป็นอย่างดี

“อะไร ไม่มี”

“แล้วปากมึงไปโดนอะไรมา”

เกี๊ยวเริ่มทำตัวไม่ถูก ยกมือขึ้นมาลูบแผลตรงมุมปาก จะให้บอกยังไงดีว่ามันเป็นเพราะเขาอมกระจู๋ยักษ์คับปาก โดนล้อตายห่าเลย

“กูเป็นร้อนใน”

“ก็เหี้ยละ ร้อนในอะไรเป็นนานขนาดนี้” ยอสยื่นหน้าเข้ามามองบาดแผลใกล้ ๆ เกี๊ยวผ่อนลมหายใจแล้วผลักหน้าเพื่อนออก

“งั้นมึงก็ไปหาหมอบ้างนะไอ้เกี๊ยว ถ้าไม่หายเดี๋ยวไอ้ยอสมันจะไม่สบายใจ” น้ำขิงเอ่ย

“เออ ๆ ถ้าอีกสามวันไม่หาย กูจะไปหาหมอ พอใจพวกมึงยัง”

“ดี”

คนถูกจับผิดเลือกหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน เพราะไม่อยากตอบคำถามเรื่องแผลข้างปาก เกรงว่าจะแสดงพิรุธให้เพื่อนเห็น ส่วนชายหนุ่มหัวทองก็เอาแต่นั่งหรี่ตามองเกี๊ยวอยู่ตลอดเวลา ทำเอาน้ำขิงส่ายหัวไปมาด้วยความระอา พฤติกรรมของเกี๊ยวดูแปลกไปเธอมองปราดเดียวก็รู้ แต่ในเมื่อเกี๊ยวไม่อยากบอกพวกเขาก็ไม่อยากคาดคั้นอะไรอยู่แล้ว

ตกเย็นเกี๊ยวเดินทางมาที่หอตัวเอง เปิดประตูห้องเข้าไปก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงพร้อมกับความรู้สึกเหนื่อยล้าและโหวงเหวงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน วันนี้พยัคฆ์บอกว่าไม่กลับมานอนคอนโดเพราะมีธุระสำคัญต้องไปทำซึ่งเกี๊ยวเองก็ไม่ได้ถามต่อ แต่อีกใจก็อดคิดไม่ได้เหมือนกันว่าป่านนี้จะไปทำอะไร ที่ไหน และกับใคร

“ช่างหัวแม่งดิ” ใบหน้าคมสวยสะบัดเต็มแรงเพื่อสลัดใบหน้าของแฟนกำมะลอออกไปจากหัวสมอง เดินเข้าไปอาบน้ำ กินข้าว ทำงานที่อาจารย์สั่งจนเสร็จ กระทั่งเวลาล่วงเลยมาเกือบสามทุ่มเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น สายตาเหลือบไปเห็นเป็นชื่อของยอสก็ขมวดคิ้วแน่น

“ดึกขนาดนี้แล้ว จะโทรมาทำไมวะ”

[ฮัลโหล ไอ้เกี๊ยว มึงอยู่ไหน]

“อยู่หอ มีอะไร ถ้าจะชวนไปผับบอกแล้วไงว่าไม่ไป”

[เปล่า แค่จะบอกว่ากูเจอไอ้ยักษ์ที่นี่]

“ช่างแม่งดิ จะไปเที่ยวไหนก็เรื่องของมัน กูไม่ใช่แฟนมันจริง ๆ สักหน่อย” ถึงอย่างนั้นเกี๊ยวก็แอบเสียความรู้สึกเหมือนกัน แท้จริงแล้วธุระของมันก็คือการไปเที่ยวผับนี่เอง

[แต่มันมีผู้ชายน่ารัก ๆ มานั่งตักด้วยนะ ถ้าให้เดาน่าจะเป็นพวกเด็กดริงก์อะ ส่วนเรื่องที่พวกมันจะไปต่อกันอันนี้ก็...]

“มันจะไปตายที่ไหนก็เรื่องของมัน ไม่ต้องมารายงานกู”

[มึงไม่กลัวมันโดนยิงตายเหรอ]

“คนอย่างไอ้ยักษ์มันไม่พลาดท่าโดนเล่นซ้ำสองหรอก ดีไม่ดีวันนี้มันพกปืนไม่ต่ำกว่าสิบกระบอก แค่นี้แหละ จะนอน”

สายถูกตัดไปแล้วพร้อมกับโทรศัพท์ที่ถูกเหวี่ยงลงบนที่นอน เสียงลมหายใจฮึดฮัดบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเกี๊ยวกำลังหงุดหงิด ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองเป็นอะไร ก่อนเสียงริงโทนจะดังขึ้นมาอีกครั้ง เกี๊ยวกดรับอย่างไวโดยที่ยังไม่ทันดูหน้าจอ

“แล้วเสือกโทรมาหากูอีกทำไมวะ ก็บอกแล้วไงว่าเรื่องของแม่งมัน” ตะเบ็งเสียงแข็งใส่เพื่อน โมโหเลือดขึ้นหน้าโดยไม่รู้สาเหตุ

[ก็โทรมาบอกเรื่องพ่อครูไง แกเป็นอะไรไอ้เกี๊ยว] ทว่าโทนเสียงของหญิงวัยกลางคนกลับดึงสติของเกี๊ยวจนต้องยิ้มแห้งออกมา

“อ้าวแม่! ผมก็นึกว่าเพื่อนโทรมาชวนไปเที่ยว ขอโทษ ๆ”

[เวลาคุยกับเพื่อนก็หัดใจเย็นบ้าง นิสัยแบบนี้ใครจะไปคบ]

“ปกติผมใจเย็นตลอดนั่นแหละ แล้วนี่แม่โทรมาซะดึกมีอะไรเหรอครับ”

[จะคุยเรื่องคนที่แกไปขอคบด้วยนั่นแหละ]

“ทำไมเหรอแม่”

[คนที่ชื่อยักษ์อะไรนั่น มีแฟนหรือยัง]

“ก็ผมไง”

[แม่หมายถึงแฟนที่มันคบจริง ๆ อะ]

“เท่าที่คุยก็ไม่มีนะ แม่มีอะไรหรือเปล่า”

[ค่อยโล่งอก ก็พ่อครูเขาบอกว่านอกจากไอ้ผู้ชายดวงแข็งคนนั้นจะเป็นแฟนกับเอ็งแล้ว ก็อย่าให้มันไปคบกับคนอื่น เดี๋ยวดวงของมันจะช่วยอะไรแกไม่ได้]

“รวมถึงคู่นอนด้วยไหม”

[มันก็เหมือนกันนั่นแหละ]

เมื่อวางสายของแม่เกี๊ยวก็มานั่งขมวดคิ้ว การที่ห้ามพยัคฆ์มีอะไรกับคนอื่นจะถือว่าบาปไหม เขาเป็นลูกผู้ชายย่อมเข้าใจดีว่ามันต้องการการปลดปล่อยมากแค่ไหน

เกี๊ยวตัดสินใจกระหน่ำโทรหาแฟนกำมะลอ แต่ไร้ซึ่งการตอบรับ จนกระทั่งโทรไปหายอส ไม่นานก็ได้ยินเสียงเพลงดังแทรกเข้ามาจากปลายสาย

[มีอะไรอีกไอ้เกี๊ยว กูกำลังได้ที่เลย] ยอสหมายถึงกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกับสาวที่เรียกมานั่งบนตัก

“มันกลับบ้านหรือยัง”

[ฮะ! ใครนะ พูดเสียงดัง ๆ หน่อยสิ]

“กูถามว่าไอ้ยักษ์มันกลับบ้านหรือยัง”

[อ๋อ แฟนมึงน่ะเหรอ ยังนั่งจู๋จี๋อยู่กับไอ้หนุ่มหน้าหวานคนเดิมนั่นแหละ]

“ดี งั้นมึงดูมันไว้อย่าให้คลาดสายตา เดี๋ยวกูไป” เกี๊ยวสั่งขณะเดินมาสวมกางเกงยีนอย่างเร่งรีบ คนกำลังจะนอนแล้วแท้ ๆ มีแต่เรื่องแต่ราว

สายโทรศัพท์ถูกตัดไปแล้ว เกี๊ยวรีบวิ่งออกจากห้องอย่างรีบร้อนกลัวไม่ทันการณ์ ความเงี่ยนของพยัคฆ์ไม่เข้าใครออกใครเสียด้วย แถมไม่รู้ว่าป่านนี้มันจะไปขึ้นสวรรค์กับคนอื่นถึงชั้นดาวดึงส์หรือยัง

‘อยากอยู่สงบสักวันก็ทำไม่ได้ เพราะไม่อยากดวงตกแล้วต้องตายโหง นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะเนี่ย’

ใช้เวลาไม่นานเกี๊ยวก็เดินทางมาถึงผับแห่งหนึ่ง เสียงเพลงดังพร้อมกับลูกค้าต่างโยกย้ายสรีระด้วยความสนุกสนาน คนตัวผอมเดินฝ่าฝูงคนขึ้นมาด้านบนโซนวีไอพี ขนาดยอสที่นั่งโต๊ะด้านข้างยังเอ่ยเรียกให้มาร่วมโต๊ะด้วยไม่ทัน

เห็นทีว่าจุดประสงค์การมาผับของเกี๊ยวในวันนี้จะเป็นพยัคฆ์

หนุ่มวิศวะสืบเท้าเข้ามากลางวงเหล้า พุ่งเข้าไปนั่งเอาตัวเบียดแทรกกลางระหว่างเด็กเสิร์ฟหน้าหวานกับแฟนกำมะลอ สร้างความตกใจให้กับเพื่อนในโต๊ะเป็นอย่างมาก ทั้งเพื่อนสนิทอย่างโทนี่ และเพื่อนร่วมคลาสที่นัดกันมาสังสรรค์หลายคน

ต่างฝ่ายต่างหันมามองหน้ากัน คำถามแสดงออกมาทางสีหน้าชัดเจนว่าพยัคฆ์กับเกี๊ยวไปสนิทสนมกันตั้งแต่เมื่อไร

“ขยับหน่อย มันเบียด ทางที่ดีเชิญไปบริการโต๊ะอื่น” ใบหน้าคมสวยว่าพร้อมขมวดคิ้วแน่น ทำเอาเด็กเสิร์ฟหน้าหวานเม้มปาก ในเมื่อมองไปทางพยัคฆ์แล้วเขาไม่ได้พูดอะไรต่อจึงยอมเดินออกไป ลูกค้าคนนี้ทั้งหล่อทั้งรวยก็ต้องเสียดายเป็นธรรมดา

“เอ้าดื่ม ๆ ไม่ต้องเกรงใจ” คนหน้าด้านหันมาเอ่ยเมื่อเห็นคนในวงเหล้าอ้าปากค้าง เกี๊ยวหยิบแก้วเหล้าของพยัคฆ์ขึ้นมาชนกับเพื่อนของพยัคฆ์อย่างถือวิสาสะ

“ทำอะไรของมึง เลิกกวนประสาทสักวันมันจะตายไหมไอ้เกี๊ยว” พยัคฆ์ว่าเสียงแข็งพอให้ได้ยินกันแค่สองคน เกี๊ยวไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ พลางส่งยิ้มยียวนให้แฟนปลอม ๆ

“กูอาจจะตายโหงได้เลยแหละ”

พยัคฆ์ถอนหายใจหงุดหงิด อยากจะเปิดศึกทะเลาะกับเกี๊ยวตรงนี้แต่ก็เกรงว่าเพื่อนร่วมโต๊ะจะแตกตื่น หันไปหาโทนี่มันก็พยักหน้าให้เป็นอันว่ารู้กัน

พยัคฆ์นั่งอยู่ไม่นานก็เห็นคนคออ่อนเริ่มเมาได้ที่ พูดคุยสนิทสนมกับเพื่อนของเขาได้อย่างง่ายดาย มือแกร่งคว้าแขนเกี๊ยวได้ก็ลากตัวออกมาด้านนอกแล้วเหวี่ยงลงที่พื้นเต็มแรง

“โอ๊ยยยย! กูเจ็บนะโว้ย เหวี่ยงมาได้”

“มึงทำเหี้ยอะไร”

“ก็ไม่ได้ทำไร แค่ไล่ผู้ชายคนนั้นไปเอง มึงจะโมโหอะไรนักหนา”

“แล้วมึงไม่คิดจะให้กูเอากับใครเลยเหรอ” พยัคฆ์เริ่มมีอารมณ์โทสะ เขาเป็นผู้ชายย่อมมีความต้องการเรื่องอย่างว่าเป็นธรรมดา

“ใช่ มึงห้ามเอากับคนอื่น” คนเมากลัวตายจนเห็นแก่ตัว เอาแต่ตัวเองไม่ได้นึกถึงคนอื่น ความต้องการทางเพศมันห้ามกันไม่ได้ แต่ถ้าเขาไม่ทำเช่นนี้ดวงของพยัคฆ์ก็จะไม่อุปถัมภ์ แล้วการจะหาบุคคลในทำนายแบบนี้อีกก็เป็นเรื่องที่ยากมาก

“แต่กูเงี่ยน พอใจยัง แค่ปากมึงมันไม่พอไงเกี๊ยว”

“แต่กูยังไม่อยากตาย มึงจะว่ากูงมงายมากเกินไปก็ได้นะเว้ย ไม่เป็นกูมึงแม่งไม่รู้หรอก” เขาหยัดกายลุกขึ้นยืนพูดเสียงแข็ง ดวงตาฝืดปรือเล็กน้อย นัยน์ตามีสารความเหลวคลอหน่วย ทำเอาคนตัวสูงอารมณ์อ่อนลงเล็กน้อย

“แล้วมึงจะให้กูทำไง ไหนลองพูดมาซิ มึงจะยอมให้กูเอาแทนไหมล่ะ ไหน ๆ ก็แสดงเป็นแฟนปลอม ๆ กันแล้วนี่ เอากันด้วยก็คงไม่แปลก มึงว่าไง”

“มะ ไม่ดีหรอก”

“ถ้างั้นมึงก็ไปหาแฟนใหม่เถอะ เพราะกูก็ทนความเงี่ยนไม่ได้เหมือนกัน” โทนเสียงหนาทุ้มไม่พอใจ พยัคฆ์สืบเท้าเดินมาขึ้นรถยนต์ แต่แทนที่เกี๊ยวจะสลดแล้วยอมปล่อยพยัคฆ์ไป กลับวิ่งตามไปเปิดประตูรถยนต์เข้ามานั่งด้านข้าง

“ขึ้นมาทำไม”

“กูยอม ยอมให้มึงเอาก็ได้”

“มึงแน่ใจแล้วเหรอ”

“เออ แน่ใจ”

แค่เสียซิงมันไม่ตายหรอก แต่ถ้าเขาเสียพยัคฆ์ไปต้องตายโหงตามที่พ่อหมอบอกแน่ ๆ

Take : วัสดีนักอ่านทุกท่านค่ะ เดินทางมาถึงตอนที่เจ็ดกันแล้ว บอกเลยว่าความพีคในตอนนี้คือทวีคูณแบบสุด ๆ! จากที่ต่างคนต่างอยู่และตกลงกันแค่เรื่องคบกันปลอม ๆ แต่น้องเกี๊ยวของเราดันโดนแม่โทรมาเตือนเรื่องกฎเหล็กข้อห้ามเด็ดขาด... ว่าห้ามให้พยัคฆ์ไปนอกกายนอกใจเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นดวงแข็ง ๆ ที่จะช่วยต่อชีวิตอาจจะหลุดลอยและทำให้กลับไปเผชิญเคราะห์กรรมถึงขั้นตายโหงอีกรอบ!

ด้วยความกลัวตายขึ้นสมอง งานนี้คนปากเก่งอย่างน้องเกี๊ยวเลยต้องรีบแจ้นพุ่งตัวไปตามหึงตามหวงถึงผับ แถมพอพยัคฆ์ยื่นคำขาดด้วยความหงุดหงิดว่าทนเงี่ยนไม่ไหว น้องเกี๊ยวก็เลยต้องตัดสินใจยอมสละโสด (และยอมเสียตัวแบบจำใจสุด ๆ) เพื่อแลกกับการรักษาชีวิตรอดของตัวเองไว้ บอกเลยว่าคนสู้ชีวิตแบบนี้ต้องยกตำแหน่งยอดเยี่ยมแห่งปีให้เลยค่ะ!

ความสัมพันธ์ของทั้งคู่กำลังจะก้าวข้ามจาก "แฟนปลอม ๆ" ไปสู่ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งขึ้นจริง ๆ แล้ว งานนี้มาลุ้นกันค่ะว่าค่ำคืนนี้ในคอนโดของพยัคฆ์จะเดือดระอุและอลหม่านขนาดไหน เตรียมตัวมาติดตามและให้กำลังใจน้องเกี๊ยวในตอนหน้ากันต่อได้เลยนะคะ!

ฝากกดหัวใจ เพิ่มเข้าชั้นหนังสือ และคอมเมนต์พูดคุยติชมเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป