บทที่ 8 ตอนที่ 9 แกล้งหึง
ตอนที่ 9 แกล้งหึง
ยังนอนไม่เต็มอิ่มเกี๊ยวก็ต้องถ่างตาลุกขึ้นมาแต่เช้า เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็ปาไปเกือบตีสาม ไม่รู้ว่าพยัคฆ์ไปตายอดตายอยากเรื่องอย่างว่ามาจากไหน แม่งไม่เบาเลยจริง ๆ
“โอ๊ะ!” ทว่าเมื่อหยัดกายลุกขึ้นมาก็ปวดร้าวที่บั้นท้าย กิจกรรมบนเตียงอันเร่าร้อนทำให้เขาปวดร้าวจนร่างกายแทบแตกเป็นเสี่ยง ๆ เมื่อสายตาเหลือบไปมองตัวต้นเหตุที่หลับสบายใจเฉิบ ก็อยากจะต่อยแม่งให้ตายกันไปข้างหนึ่งจริง ๆ
วันนี้มีสอบเก็บคะแนน เกี๊ยวจึงจำใจกัดฟันลากสังขารมาอาบน้ำ ร่องรอยคราบน้ำเหนียวแห้งกรังติดผิว กว่าจะถูออกก็นานพอสมควร
“ไอ้เหี้ยยักษ์ ฝากไว้ก่อนเถอะมึง” ไม่รู้เมื่อไรจะได้เอาคืน แต่ความเจ็บที่แล่นไปทั่วร่าง รวมทั้งรอยแดงตามลำตัวมันทำให้เขาอารมณ์คุกรุ่น เกี๊ยวไม่ได้โทษพยัคฆ์เสียทีเดียว แต่โมโหตัวเองต่างหากที่หลงคารมไปกับไฟสวาท จนไม่สามารถควบคุมความต้องการของตัวเองได้ การถูกกระตุ้นช่องทางหลัง เขากลับชอบมันมากจริง ๆ
กว่าจะอาบน้ำเสร็จก็เกือบครึ่งชั่วโมง เห็นพยัคฆ์เดินงัวเงียมาหยิบผ้าขนหนูเข้าไปในห้องน้ำ เขาจึงมานั่งเป่าผมหน้ากระจก
“ไอ้เกี๊ยว มึงรีดผ้าให้กูหน่อยดิ” ร่างสูงใหญ่เดินออกมาจากห้องน้ำ หยดน้ำเกาะพราวตามร่างกาย ด้างล่างมีเพียงผ้าขนหนูสีขาวพันรอบเอวเอาไว้เท่านั้น
“ของมึงก็รีดเองดิ เกี่ยวไรกับกู”
“แค่นี้ทำให้ผัวไม่ได้หรือไงวะ” พยัคฆ์เดินเข้ามาเลือกชุดนักศึกษาก่อนจะโยนกางเกงไปบนเตียง ส่วนตัวเองเดินเข้ามาเบียดร่างผอมให้ออกห่างจากหน้ากระจก หยิบครีมขึ้นมาทาหน้า โดยไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าเกี๊ยวเพิ่งปฏิเสธเขาเมื่อกี้
“มึงจะเอายังไง กูบอกแล้วไงว่าไม่รีด”
“เอาแน่ แต่เอาท่าหมานะ ถ้ามึงไม่ทำตามที่กูบอก” เสี้ยวหน้าคมเข้มหันมาทำยียวนใส่
“ฝากไว้ก่อนเถอะมึง”
“ฝากท่าหมาไว้น่ะเหรอ มึงก็หื่นใช่เล่น”
“ไอ้ยักษ์!”
“เรียกชื่อกูตอนครางยังไม่พอหรือไงไอ้เกี๊ยว หรือที่กวนประสาทกูไม่หยุดเพราะอยากโดนท่าหมาจริง ๆ”
เกี๊ยวกำหมัดแน่นด้วยความหงุดหงิด พยัคฆ์จงใจกวนประสาทชัด ๆ เขาจึงใช้ร่างกายกระแทกไหล่อีกฝ่ายเมื่อทำอะไรไม่ได้ ช่องทางหลังเขายังเจ็บอยู่ มันยังไม่พร้อมใช้งานในตอนนี้
รีดไปก็บ่นไป ถ้าเพื่อนมาเห็นว่าเกี๊ยวทำแบบนี้ให้ไอ้เวรนี่คงไม่พ้นโดนแซวว่าเป็นมนุษย์เมียขี้บ่น ใครจะเชื่อว่าเกี๊ยวต้องมาทำอะไรแบบนี้ให้คนอื่น
เสร็จแล้วเกี๊ยวก็เดินลงมาด้านล่าง ปกติเขาจะรอพยัคฆ์เพราะไม่อยากเสียค่ารถ แต่วันนี้เลือกจะเดินมานั่งที่ป้ายรถเมล์ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากคอนโด
ปรี๊น!
เสียงแตรรถบิ๊กไบก์ดังขึ้นหลายครั้ง ใบหน้าคมสวยขมวดคิ้วมุ่นเงยขึ้นมองก็เห็นนักศึกษาชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่งนั่งคร่อมอยู่ ใบหน้าภายใต้หมวกกันน็อกใบนั้นไม่ต้องเดาให้เสียเวลาก็รู้ว่าเป็นพยัคฆ์
“มึงไปเถอะ เดี๋ยวกูรอรถ”
“มึงมีสอบไม่ใช่เหรอ”
ร่างใหญ่ล่ำสันเดินลงมาดึงเกี๊ยวให้ตามมาที่รถ ก่อนจะโยนหมวกกันน็อกให้หนึ่งใบ
“มึงเป็นเหี้ยอะไรไอ้เกี๊ยว ตั้งแต่เช้าแล้วนะ เป็นเมนส์หรือไง”
“กูไม่ใช่ผู้หญิง”
“งั้นก็วัยทอง”
“กูยังไม่แก่”
“งั้นเป็นอะไร ไหนตอบกูมาสิ”
“ก็มึง!” เกี๊ยวหยุดไว้เพียงแค่นั้นแล้วเม้มปากแน่น ภาพเหตุการณ์ที่ร่วมสวาทกันไหลเข้าหัวมาเป็นฉาก ๆ ทำให้ใจเต้นรัว พยัคฆ์เหมือนจะรู้จึงผ่อนลมหายใจ
“ถ้ามึงไม่เต็มใจเสียตัวให้กูขนาดนั้น มึงก็ไปหาคนอื่นเป็นแฟน เพราะกูเองก็ไม่อยากทำกับคนที่ไม่เต็มใจ”
พอได้ยินแบบนั้นรอยเคร่งเครียดระหว่างคิ้วของเกี๊ยวก็หายไป เริ่มปรับอารมณ์กลับมาเป็นปกติ
“กูไม่เป็นไรหรอก แค่ครั้งแรก มึงก็ให้โอกาสกูทำใจหน่อยดิวะ”
“กูจะถามมึงอีกครั้งว่ามึงโอเคหรือเปล่า”
“โอเคสิวะ ไม่มีอะไรไม่โอเค”
“งั้นก็ยิ้ม เพราะถ้าเป็นแฟนกูแล้วทำหน้าเหมือนส้นตีนแบบนี้กูก็ไม่เอาด้วยหรอก”
“กูไม่ยิ้ม”
“ถ้ามึงไม่ยิ้มกูจับจูบตรงนี้อะ”
เกี๊ยวมองไปรอบ ๆ ป้ายรถเมล์มีผู้คนเดินไปมาค่อนข้างเยอะ คนบ้าบิ่นอย่างพยัคฆ์มีเหรอจะพูดเล่น หลังจากนั้นคนตัวเล็กกว่าก็เลือกยิ้มแบบยิงฟันใส่แล้วก็กลับมาหน้างอเหมือนเดิม
“กูยิ้มแล้ว พอใจหรือยัง”
“ยัง”
“เอาอะไรอีก”
“เมื่อเช้าไอ้พอร์ชโทรมาหากู มึงได้เอาเบอร์กูให้มันหรือเปล่า”
คนเชื่อเรื่องดวงได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะตัวโยน แตกต่างจากพยัคฆ์ที่ทำสีหน้าเคร่งขรึม เพราะรู้สึกไม่ค่อยโอเคสักเท่าไร
“เออใช่ มันมาขอเบอร์กู กูเป็นคนให้เบอร์มึงไปเองแหละ”
“กูบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าอย่าไปยุ่งกับมัน”
“ก็ไม่ได้ยุ่ง”
“ไม่ยุ่งแล้วที่มันโทรมาหากูคือไร”
“ก็... นานแล้ว ตั้งแต่บอกว่าไปช่วยตอนมันจะโดนรถชนน่ะ”
“อย่าให้กูรู้นะว่ามึงยังยุ่งกับพวกมันอีก” น้ำเสียงและใบหน้าที่จริงจังทำให้เกี๊ยวเริ่มทำตัวไม่ถูก ก่อนใบหน้าคมคายจะขยับเข้ามากระซิบใกล้หูพอให้ได้ยินกันสองคน
“ถ้าไม่เชื่อฟัง มึงโดนกูเอาทั้งวันทั้งคืนแน่” ตามด้วยเสียงหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวขาคร่อมบิ๊กไบก์ เกี๊ยวจึงคว้าหมวกกันน็อกมาใส่ด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะคร่อมรถตามขึ้นมา
“เกาะเอวไว้ดิ มึงอยากตกหรือไง”
“กูไม่เกาะ”
“งั้นก็ตามใจ ตกไปตายกูไม่รับผิดชอบนะ”
พยัคฆ์จงใจออกตัวรถแรง ๆ ทำเอาคนซ้อนด้านหลังตกใจคว้าเอวแกร่งมากอด ความเร็วแรงทะลุนรกทำให้เกี๊ยวจำต้องกอดอีกฝ่ายแน่น ๆ เพราะเหตุการณ์เฉียดตายมันทำให้เขาเริ่มกลัว
กว่าจะมาถึงมหาวิทยาลัยก็เฉียดฉิว เกี๊ยวกระโดดลงจากรถจนลืมเจ็บ รีบโยนหมวกกันน็อกให้พยัคฆ์ แล้ววิ่งสี่คูณร้อยไม่สนใจความเจ็บไปสอบเก็บคะแนน โดยที่มีใครบางคนยืนมองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยโทสะ
พอร์ชไม่ชอบเอาเสียเลย ที่เห็นไอ้ยักษ์สนิทสนมกับไอ้เกี๊ยว
ทางด้านพยัคฆ์ก็เดินเข้ามาที่ตึกคณะบริหารท่ามกลางเสียงกรี๊ดกร๊าดของสาว ๆ เขาได้รับคำถามจากพวกเธอที่ทำให้หนุ่มตัวท็อปของคณะไปไม่เป็น ไม่รู้ว่าตัวเองควรบอกพวกเธอว่าอย่างไร
“ข่าวลือที่พี่ยักษ์เป็นแฟนกับพี่เกี๊ยววิศวะเป็นเรื่องจริงเหรอคะ”
พยัคฆ์หันไปมองตัวช่วยอย่างโทนี่ที่ทำเพียงแค่ไหวไหล่แล้วเดินหนีไปนั่งเก้าอี้ใกล้ ๆ ไม่ช่วยอะไรแถมยังหัวเราะใส่อีก เพื่อนเวรจริง ๆ
“คือ...” จะตอบว่าเป็นแฟนกันปลอม ๆ ก็กลัวมันจะส่งผลกระทบต่อดวงของเกี๊ยว เรื่องพวกนี้เขาไม่ค่อยเชื่อก็จริง แต่ก็เข้าใจว่าคนที่เชื่อจะค่อนข้างงมงาย
“ว่ายังไงคะพี่ยักษ์” สาวสวยรุ่นน้องทั้งสองยังคงคาดคั้น
“อ๋อ ครับ พี่เป็นแฟนกับไอ้เกี๊ยว”
เป็นคำตอบที่ทำให้พวกเธอผิดหวัง ก่อนจะเดินคอตกออกไป
“มึงแม่งไม่คิดจะช่วยกูเลยไง” ร่างสูงใหญ่เดินเข้ามานั่งตรงข้ามกับโทนี่ ฝรั่งตาน้ำข้าวเงยหน้าจากหน้าจอมือถือหัวเราะคิกคักชอบใจ
“ขำอะไร ตลกมากเหรอสัส”
“ขำมึงไง ตอบว่าเป็นแฟนไอ้เกี๊ยวได้เต็มปาก”
“ก็ไม่ได้เต็มใจบอกสักหน่อย ที่บอกไปแบบนั้นเพราะจะได้ไม่มีใครมายุ่งกับกูด้วยไง มึงก็รู้ว่ากูรักสงบมากแค่ไหน”
“ก็เพราะมึงโลกส่วนตัวสูงแต่ยอมให้ไอ้เกี๊ยวไปกินนอนที่คอนโดนี่แหละ ทำให้กูเริ่มสงสัย”
“มึงหยุดคิดไปเลย คนอย่างไอ้เกี๊ยวกูไม่มีทางหลงรักมันหรอก”
“กูยังไม่ทันได้พูดอะไรเลย มีแค่มึงนั่นแหละที่คิดเองเออเอง ร้อนตัวเข้าไปทุกที”
พยัคฆ์ได้ยินแบบนั้นก็ปาขนมที่สาว ๆ ให้มาเมื่อครู่ใส่โทนี่ด้วยความหงุดหงิด ทำไมชอบแซวเรื่องไอ้เกี๊ยวจัง เขาเนี่ยนะจะชอบคนปากหมาแบบมัน ไม่มีทาง
“กูไม่ได้คิดอะไรกับไอ้เกี๊ยว”
“จ้าพ่อ ไม่คิดก็ไม่คิด”
“ดี”
“ก่อนจะแก้ตัวกับกู มึงหาคำแก้ตัวให้คนที่มึงชอบหน่อยไหม เผื่อวันไหนเขากลับมา ตัวใครตัวมันนะโว้ย”
“ใคร”
“อ้าว ลืมไปแล้วเหรอ ก็ทิวาไง ไหนบอกจะรอเขา”
พยัคฆ์ชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อของคนที่แอบชอบ “เรื่องนั้นกูตกลงกับไอ้เกี๊ยวแล้ว ถ้าวันหนึ่งทิวากลับมาแล้วเขาไม่ชอบ กูก็จะยกเลิกสัญญาปัญญาอ่อนนี่ แล้วกูกับมันก็จะเป็นคนที่ไม่รู้จักกันเหมือนเดิม”
“มึงจะทำได้เหรอ”
“แล้วทำไมกูจะทำไม่ได้”
“แต่มันช่วยมึงไว้นะ”
“ก็ต้องเห็นแก่ตัวก่อนปะวะ ไม่เคยได้ยินเหรอ เอ็นดูเขาเอ็นเราขาด ถ้าช่วยเขาแล้วทำให้ตัวกูเดือดร้อน ก็ไม่เอาด้วยหรอก”
Take : สวัสดีนักอ่านทุกท่านค่ะ เดินทางมาถึงตอนที่เก้ากันแล้ว บอกเลยว่าความสัมพันธ์ของคู่นี้เขาเริ่มมีความผูกพัน (แบบมึน ๆ ปนซึมลึก) เข้ามาเรื่อย ๆ แล้วนะ! หลังจากผ่านคืนอันเร่าร้อนมาได้ น้องเกี๊ยวของเราก็ต้องตื่นมาพบกับความปวดร้าวตามระเบียบ แถมยังโดนพ่อหนุ่มพยัคฆ์แกล้งแซวและใช้งานสารพัด แต่ปากก็บอกว่าไม่ไหว ๆ สุดท้ายก็ยอมตามใจเขาตลอด ซ้ำร้ายพยัคฆ์ยังเริ่มแสดงความเป็นเจ้าของชัดขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งเรื่องหึงเบอร์โทรศัพท์ของพอร์ช ทั้งยังยอมรับกับคนอื่นหน้าตาเฉยว่าเป็นแฟนกับเกี๊ยวอีกต่างหาก!
แต่ทว่า... ท่าทีที่ดูเหมือนจะเริ่มใจอ่อนและหวั่นไหวของพยัคฆ์ กลับสะดุดกึกเมื่อเพื่อนสนิทอย่างโทนี่เอ่ยถึง 'พี่ทิวา' รักแรกที่พยัคฆ์ยังคงเฝ้ารอมาตลอด งานนี้พยัคฆ์ถึงกับลั่นวาจาออกมาอย่างชัดเจนว่าถ้าวันหนึ่งทิวากลับมา เขาพร้อมจะยกเลิกสัญญาปลอม ๆ นี้ทิ้งทันที!
โอโห... ฟังแบบนี้แล้วเจ็บจี๊ดแทนตัวแสบของเราจริง ๆ ค่ะ ถ้าน้องเกี๊ยวบังเอิญมาได้ยินเข้าคงได้อกหักดังเป๊าะ (หรือวิ่งไปหยิบมีดมาไล่แทงพยัคฆ์รอบสองแน่ ๆ) งานนี้ความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของทั้งคู่จะดำเนินต่อไปในทิศทางไหน และถ้ารักแรกกลับมาจริง ๆ พยัคฆ์จะทำอย่างไร เตรียมมาลุ้นและเอาใจช่วยน้องเกี๊ยวกันต่อในตอนหน้านะคะ รับรองว่าเข้มข้น ดราม่าปนฟินแน่นอน!
ฝากกดหัวใจ เพิ่มเข้าชั้นหนังสือ และคอมเมนต์พูดคุยติชมเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
