บทที่ 13 Ep.13

“กระหม่อมไม่ขัดข้องเลยฝ่าบาท” นายจรัญตอบทันทีด้วยความปลาบปลื้ม

“ถ้าอย่างนั้นผมคงขอตัวกลับกรุงเทพฯ วันนี้เลย แล้วผมจะขึ้นมาเที่ยวใหม่หลังจากแต่งงานกับชินานางแล้ว”

“กระหม่อม”

นายจรัญเดินออกไปส่งเสด็จท่านชายที่รถส่วนองค์ แม้จะรู้สึกยินดีที่ท่านชายเสด็จมารับสั่งด้วยองค์เองถือเป็นการให้เกียรติเขาและบุตรสาวอย่างสูงสุด เพราะจริง ๆ แค่ท่านโทรศัพท์มาบอกเท่านั้นก็เพียงพอ แต่นี่ท่านชายลงทุนเดินทางมาถึงเพชรบูรณ์เพียงแค่ต้องการมาบอกเรื่องนี้ด้วยองค์เอง

แม้นายจรัญจะเป็นพระสหายสนิทของพระองค์เจ้าธรเทวัญแต่เขากลับไม่รู้จักท่านชายทั้งสององค์นัก เพราะเขาเพิ่งมีโอกาสสนิทกับพระองค์เจ้าธรเทวัญเพียงไม่กี่ปีก่อนที่จะทรงสิ้นพระชนม์ และในตอนนั้นท่านชายทั้งสององค์ยังทรงศึกษาอยู่ต่างประเทศทั้งคู่ จวบจนท่านธรเทวัญทรงสิ้นพระชนม์ท่านชายทั้งสองจึงเสด็จกลับมา

ท่านชายธเนศวรทรงแย้มพระโอษฐ์เพราะนายจรัญดูเหมือนจะไม่รู้เลยว่าท่านไม่ใช่พระเชษฐา และถ้าท่านจะแต่งงานกับชินานางแทนเชษฐา นายจรัญก็คงไม่มีวันรู้ว่าท่านชายธนศวรต่างหากที่เป็นเจ้าบ่าวหาใช่ท่านชายนคเรศไม่ ถึงเวลานั้นทุกอย่างก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้อีกแล้วและนั่นทำให้ทรงรู้สึกสบายพระทัยพลางคิดถึงใบหน้าหวานกับเรือนร่างโปร่งระหงของแม่สาวหยิ่ง หากเธอรู้ว่าต้องแต่งงานกับท่านแทน เธอจะทำหน้าอย่างไร แต่ที่แน่ ๆ เธอไม่มีวันแก้ไขเหตุการณ์ให้เปลี่ยนแปลงไปจากที่ท่านทรงเป็นผู้กำหนดไว้ได้อย่างแน่นอน

ท่านชายธเนศวรทรงออกจากจังหวัดเพชรบูรณ์โดยไม่ทรงแวะที่ใดเลยแม้แต่พระตำหนักตั้งแต่บ่ายสองโมงมาจนถึงบ้านพระพายในเวลาทุ่มกว่าเพราะทรงคิดถึงใบหน้าหวานเชิดหยิ่งของหญิงสาวที่ยังไม่แน่พระทัยว่าเพราะเหตุใดจึงสะดุดตาในตัวเธอทันทีที่ได้พบครั้งแรกจนตามติดเธอเรื่อยมา

“ไม่ทราบว่าคุณมาพบใครคะ” เอมอรแม่บ้านของพระพายถาม

“ไปเรียนคุณชินานางว่าฉัน หม่อมเจ้านคเรศมาขอพบ” ท่านชายทรงรับสั่ง

“เพ..เพคะ ท่านชายนคเรศหรือเพคะ” เอมอรกะพริบตาปริบ ๆ อย่างทำอะไรไม่ถูก

“ใช่ ไปบอกคุณพระนางว่าฉันมาขอพบ” ท่านชายรับสั่งย้ำสุรเสียงเข้ม

“เชิญเสด็จไปรอด้านในก่อนเถิดเพคะ” เอมอรรีบเปิดประตูให้ท่านชายเสด็จเข้าไปด้านใน

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูหน้าห้องเบรกจังหวะก้าวเดินของโชติรสที่เพิ่งอาบน้ำเรียบร้อยและอยู่ในชุดนอนสีหวานราคาแพงที่เธอโปรดปาน แม้ชุดนอนนี้จะไม่โป๊นักแต่ผ้าเนื้อนิ่มก็แนบไปทุกสัดส่วน เธอหมุนตัวเดินกลับมาเปิดประตูและยกหัวคิ้วแสดงความแปลกใจเมื่อเห็นท่าทางของเอมอร แต่สิ่งที่รับฟังกลับยิ่งทำให้เธอรู้สึกแปลกใจมากขึ้นไปอีกเมื่อแม่บ้านร่างท้วมรายงานว่าใครต้องการพบเธอในยามค่ำคืนเช่นนี้ 

คนที่มาขอพบเธอนั้นเป็นถึงหนุ่มในฝันของสาว ๆ อย่างหม่อมเจ้านคเรศ  วิษณุรังสรรค์ แต่ท่านกำลังทำให้เธอเหนื่อยใจจนต้องระบายลมหายใจแรงก่อนจะหมุนตัวกลับไปคว้าเสื้อคลุมเนื้อนุ่มขึ้นสวมแทนเสื้อคลุมบางเบาที่ใช้เป็นประจำ และหันกลับมาสำรวจตัวเองอีกครั้งว่าเรียบร้อยพอที่จะลงไปรับเสด็จท่านชายได้หรือไม่ เพราะกรงพระทัยท่านชายจะต้องคอยนานเกินความจำเป็น

“ถวายบังคมเพคะฝ่าบาท” โชติรสกล่าวพร้อมทำความเคารพหม่อมเจ้าหนุ่ม

“ผมมารบกวนคุณสินะ”

ท่านชายธเนศวรทรงทอดเนตรมองหญิงสาวในชุดคลุมเนื้อนุ่มที่ทรงแน่พระทัยว่าภายใต้ชุดคลุมนั้นต้องเป็นชุดนอนเนื้อบางอย่างแน่นอน หญิงสาวตรงหน้าช่างงดงามราวรูปปั้นนางอัปสร เอวเล็กคอดกิ่วเหมาะกับร่างบอบบางน่าถนอมของเธอ ผิวนวลเนียนสีน้ำผึ้งรับกับดวงตากลมโตสวยซึ้ง ยิ่งพินิจท่านชายยิ่งทรงหลงใหลหญิงสาวตรงหน้าจนไม่อยากจะห้ามพระทัยไม่ให้ดึงร่างแน่งน้อยเข้ามากอดในอ้อมพระกร

“ฝ่าบาทเสด็จมาถึงบ้านหม่อมฉันในเวลาค่ำเช่นนี้ ไม่ทราบว่าทรงมีธุระสำคัญอะไรกับหม่อมฉันหรือเปล่าเพคะ”โชติรสไม่ตอบแต่กลับเป็นฝ่ายตั้งคำถามท่านชายด้วยความแปลกใจแทน เพราะไม่คิดว่าจะเสด็จมาพบเธอถึงบ้านในเวลาเช่นนี้

“ผมอยากจะมาบอกกับคุณว่าเดือนหน้าเราจะแต่งงานกันที่วังวิษณุรังสรรค์” ท่านชายทรงรับสั่ง

“เดือนหน้า! เป็นไปไม่ได้เพคะ หม่อมฉันยังไม่พร้อม” โชติรสปฏิเสธเสียงสูง ใบหน้าหวานซีดเผือดด้วยตระหนกกับรับสั่งของท่าน

“แต่ผมพร้อมและดูเหมือนคุณจรัญเองก็ไม่ขัดข้อง” ท่านชายธเนศวรทรงรับสั่งพร้อมกลั้นสรวล

“ฝ่าบาททรงทราบได้อย่างไรเพคะ ว่าพ่อของหม่อมฉันจะไม่ขัดข้อง” โชติรสเชิดหน้าถามเสียงแข็ง

“เพราะวันนี้ผมไปพบคุณจรัญมา และไม่เห็นว่าพ่อของคุณจะปฏิเสธหรือขัดข้องอะไรนี่” ท่านชายรับสั่งเบา ๆ

“ฝ่าบาทเสด็จไปพบพ่อของหม่อมฉันมาเหรอเพคะ” เธอถามเหมือนไม่เชื่อถือ

“ใช่ กลับจากเพชรบูรณ์ผมก็แวะมาหาคุณเลยนี่แหละ ทำไมล่ะมีปัญหาอะไรอย่างนั้นเหรอ” ท่านชายทรงเลิกพระขนง

“ทำไมฝ่าบาทไม่ทรงให้เวลาหม่อมฉันบ้าง” โชติรสเม้มริมฝีปากแน่น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป