บทที่ 14 Ep.14

“เวลาอะไร ก็ในเมื่อคุณพ่อของคุณเองที่เร่งให้ผมแต่งงานกับคุณ ทั้งที่ครั้งแรกผมปฏิเสธไปแล้วและคุณก็ไม่สามารถทำให้คุณพ่อของคุณเปลี่ยนใจยกเลิกสัญญาตามพินัยกรรมที่ท่านพ่อของผมทำไว้กับพ่อของคุณได้เอง ตอนนี้ผมเบื่อเรื่องพวกนี้เต็มทนก็คิดว่าทำให้มันจบ ๆ ไปก็แค่นั้น” ท่านชายธันทรงรับสั่งราวกับไม่แคร์

“แต่หม่อมฉันไม่ยอมเพคะ ยังไงหม่อมฉันก็ไม่ยอมให้มีงานแต่งงานในเดือนหน้าแน่นอนเพคะ” โชติรสเถียงเสียงดัง

“อย่างนั้นเรามาพนันกันไหมว่าคุณต้องยอมด้วยความเต็มใจ” ท่านชายธเนศวรทรงแย้มพระโอษฐ์

“เอาแต่พระทัย” โชติรสค้อนใส่ท่านด้วยความขัดเคืองใจ

“ใครว่าผมเอาแต่ใจ เพราะถ้าผมเอาแต่ใจจริงผมจะฉุดคุณไปจดทะเบียนสมรสกับผมพรุ่งนี้เลยต่างหาก”

“หม่อมฉันไม่มีวันยอม” โชติรสกล่าวอย่างมั่นใจ

“ฮึฮึ คุณท้าผมหรือเปล่านะลูกแมวน้อย” ท่านชายธันทรงสรวลเสียงเบา

“หม่อมฉันไม่กล้าท้าทายฝ่าบาทหรอกเพคะ” โชติรสตอบเสียงสะบัดแม้จะไม่ชอบสรรพนามที่ท่านชายเรียกขานเธอแต่โชติรสก็ไม่อยากต่อปากต่อคำกับท่านชายนัก

“ผมไม่เคยคิดว่าจะแต่งงานกับคุณเลยนะลูกแมวน้อยของผม กระทั่งได้พบคุณ ผมก็รู้ทันทีว่าไม่สามารถปล่อยให้คุณหลุดมือไปอย่างแน่นอน” ท่านชายธเนศวรทรงแย้มพระโอษฐ์เจ้าเล่ห์นักในสายตาของโชติรส

“หม่อมฉันก็ไม่คิดว่าจะต้องแต่งงานกับฝ่าบาทเพราะทรงเจ้าเล่ห์และเจ้าชู้ยิ่งกว่าผู้ชายคนไหนที่หม่อมฉันเคยพบ”

“ฮึฮึ คงเป็นเพราะบุพเพสันนิวาสถึงทำให้ผมได้พบและตกหลุมเสน่ห์ของคุณตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอ”

“หม่อมฉันไม่แน่ใจว่าฝ่าบาททรงตกหลุมรักแรกพบมาแล้วกี่ครั้งกันแน่”

ท่านชายธเนศวรทรงสืบพระบาทเข้ามาจนชิดร่างบางระหงของโชติรส ปลายพระหัตถ์ยกขึ้นเชยคางมนแหงนหงายเพื่อสบตากลมพลางแย้มพระสรวลกว้าง รับสั่งสุรเสียงทุ้มหวานทำเอาโชติรสได้แต่ยืนมึนงงเพราะไม่ทันตั้งตัว เธอไม่คิดว่าท่านชายจะทรงเข้าประชิดตัวไวขนาดนี้

“คุณเป็นคนแรกที่ผมตกหลุมรัก ลูกแมวน้อย”

ทรงรับสั่งพร้อมแนบพระโอษฐ์หนาประทานจุมพิตหวามไหวกับเรียวปากอิ่มของโชติรสที่กำลังอยู่ในภวังค์จนเผลอเผยอริมฝีปากขึ้นจึงคล้ายเธอเต็มใจตอบรับพระโอษฐ์ร้อนที่ครอบครองเรียวปากอิ่มของตนเองอยู่ในขณะนี้ พระหัตถ์แข็งแรงประคองเอวบางรั้งตัวเธอแนบพระวรกายจนอกอวบเบียดชิดพระอุระและทรงสัมผัสได้ถึงแรงเต้นจากก้อนเนื้อใต้อกนุ่มนั้น  พระชิวหาล่วงล้ำเข้าหยอกล้อในโพรงปากหวานประหนึ่งหลอกล่อให้หัวใจดวงน้อยสะท้านไปกับสัมผัสของท่าน ทรงหวังเพียงจะสามารถทำให้เธอพลั้งตกลงมาในหลุมเสน่ห์ขององค์เองได้บ้าง

จูบ ใครคิดว่าไม่สำคัญ อยู่ดี ๆ เพลงรักยุคพระเจ้าเหาที่คนทั้งประเทศคงยังจำได้ติดหูก็ดังก้องอยู่ในหัวที่กำลังหมุนโครงเครงของโชติรส ดูเหมือนโลกทั้งใบสะดุดหยุดนิ่งจนเธอรู้สึกเหมือนกำลังต้องมนต์สะกด ร่างกายอ่อนแรงทำให้ต้องยึดพระกรแกร่งซึ่งโอบกระชับรอบเอวของเธอไว้เป็นที่พึ่ง

ดวงตากลมหรี่ลงครู่หนึ่งก่อนจะพริ้มหลับปล่อยให้ท่านชายธเนศวรทรงเป็นผู้นำทางโดยเธอทำได้แค่เป็นผู้ตามที่ไม่รู้ประสีประสาเท่านั้น ไม่ว่าจะทรงพาเธอไปที่ใดในเวลานี้ โชติรสคงไร้แรงที่จะขัดขืน  แม้เมื่อแผ่นหลังบอบบางสัมผัสได้ถึงความนุ่มของโซฟาตัวใหญ่กลางห้องรับแขก เธอก็ยังไม่สามารถเรียกสติกลับคืนมาได้เลย

สัมผัสของท่านชายทรงนิ่มนวลแฝงไปด้วยความเว้าวอนเสียจนใจสาวเต้นไม่เป็นส่ำ โชติรสได้แต่ภาวนาให้ตนเองมีกำลังใจและฉุดรั้งสติกลับคืนมาให้ได้โดยเร็วเพราะเวลานี้สมองเธอขาวโพลนคิดอะไรไม่ค่อยจะออกเลยจริง ๆ แม้ท่านชายธเนศวรจะทรงละพระโอษฐ์จากริมฝีปากของเธอแล้ว แต่พระอังคุฐที่โลมไล้บางเบากับริมฝีปากอวบอิ่มและสุรเสียงทุ้มรับสั่งเซ็กซี่ข้างหูเธอขณะนี้ก็ร้ายกาจไม่แพ้พระโอษฐ์ร้อนผ่าวของท่านเลยแม้แต่น้อย

“ลูกแมวน้อยจ๋า คุณรู้ไหมว่าคุณทำให้ผมแทบคลั่งแค่ได้จูบเดียวของคุณ ผมแทบควบคุมตัวเองไม่ให้สัมผัสคุณไม่ไหวแล้ว คุณรู้ไหมลูกแมว เป็นไปได้ผมอยากให้พรุ่งนี้เป็นวันแต่งงานของเราซะเลย”

พระสุรเสียงแผ่วเบาที่ได้ยินทำให้โชติรสถึงกลับต้องแอบระบายลมหายใจ กะพริบตาปริบ ๆ มึนงงไปกับสถานการณ์ตรงหน้า ใจหนึ่งอยากต่อต้านเมื่อถูกทรงกระทำจาบจ้วงเหมือนไม่ให้เกียรติกันแต่แปลกที่ร่างกายกลับยินยอมพร้อมใจเพียงแค่ได้อยู่แนบชิดพระวรกายล่ำสันเช่นที่เป็นอยู่ ร่างกายเหมือนจะไร้เรี่ยวแรงไม่สามารถต้านเสน่ห์แห่งบุรุษเพศของท่านชายองค์นี้ได้เลย

“ปล่อยหม่อมฉันเถิดเพคะ  เราเพิ่งได้พบกันเพียงไม่กี่วัน ฝ่าบาทก็ทรงหักหาญหม่อมฉันได้ถึงเพียงนี้”

“ลูกแมวน้อยคนดี ผมไม่คิดจะล่วงเกินคุณมากไปกว่านี้เลยจริง ๆ แต่จะห้ามไม่ให้ผมแตะต้องคุณบ้าง ผมคงทำไม่ได้จริง ๆ ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกัน ผมก็ฝันเห็นแต่หน้าคุณ อยากกอด อยากสัมผัสคุณ ผมคงตกหลุมเสน่ห์ของคุณเข้าแล้วโชติรส” ท่านชายทรงอ้อนรำพัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป