บทที่ 3 Ep.3

ท่านชายทรงประทานจุมพิตหล่อนเป็นครั้งแรกในคืนนั้นพร้อมคำสารภาพรักอันอ่อนหวานที่หญิงสาวจำได้ไม่มีวันลืมความรู้สึกตื่นเต้นในครั้งนั้นเพราะหล่อนสามารถกุมพระหทัยหม่อมเจ้าหนุ่มรูปหล่อไว้ในมือได้ แม้หล่อนจะรู้ว่าฐานะของท่านชายไม่ได้มั่นคงเท่าไรนัก แต่ก็คงจะมีมากพอที่จะสามารถเลี้ยงครอบครัวได้แบบสบาย ๆ ท่านเองก็ทรงทราบว่าฐานะของหล่อนไม่สู้จะดีเช่นกัน แต่ดูเหมือนท่านชายจะไม่ทรงสนพระทัย ยังทรงรักและให้คำมั่นสัญญาว่าจะแต่งงานกับหล่อน และคนอย่างนาถนารีก็จำคำสัญญานั้นได้เป็นอย่างดี

หล่อนหมุนกายสำรวจความเรียบร้อยของตนเองหน้ากระจกบานใหญ่อีกครั้งก่อนจะค่อย ๆ เยื้องย่างลงมาจากชั้นบนอย่างเชื่องช้าเมื่อได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาจอดในบริเวณบ้านซึ่งหล่อนทราบดีว่าจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคนรักอย่างท่านชายนคเรศ

ท่านชายทรงประทับคอยคนรักอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ของบ้านจตุรกรกระทั่งเสียงฝีเท้าเบา ๆ ทำให้ทรงหันพระพักตร์กลับไปทอดเนตรร่างระหงของนาถนารีซึ่งก้าวเข้ามายืนอยู่ตรงกลางระหว่างช่องประตูห้องรับแขก หล่อนส่งยิ้มอ่อนหวานพร้อมถวายบังคมดูงามน่ามองจนพระหทัยหม่อมเจ้าหนุ่มเต้นแรง คนรักของท่านสวยเสียจนทรงภูมิพระทัยที่ได้หล่อนมาครอบครองในฐานะคู่รัก รูปร่างหญิงสาวโปร่งระหง สวยบาดตา ผิวของหล่อนผุดผาดชวนมอง งามดั่งรูปปั้นจากจิตกรฝีมือดี

“นาถ”

ทรงเสด็จประทับยืนเคียงหญิงสาวพรางเอื้อมพระหัตถ์กุมมือเรียวยกขึ้นจรดพระโอษฐ์ นี่เป็นครั้งแรกในรอบสามเดือนที่ทรงได้พบกับหล่อน เนื่องจากทรงติดภารกิจต้องเดินทางไปมาต่างประเทศบ่อยครั้งทำให้ท่านไม่ค่อยมีเวลานัก อีกทั้งยังทรงยุ่งอยู่กับพินัยกรรมของพระชนก ทำให้ท่านชายทรงรู้สึกกลัดกลุ้มไม่มีแก่ใจจะมาพบคนรัก

ทรงดึงตัวหญิงสาวเข้าสู่อ้อมพระกรพร้อมประทานจุมพิตบนเรียวปากอิ่มอย่างดูดดื่มให้สมกับความคิดถึงที่ต้องห่างไกลกันหลายเดือน ทรงรู้สึกคล้ายเวลาที่ไม่ได้พบเจอหล่อนช่างแสนยาวนานเสียเหลือเกินและหากต้องอภิเษกสมรสตามพินัยกรรม ท่านคงไม่มีสิทธิ์ได้ใกล้ชิดคนรักอย่างนี้อีกแล้ว

นาถนารีเองก็ได้ข่าวลือเรื่องภาระหนี้สินของราชสกุลวิษณุรังสรรค์ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ท่านชายต้องเข้าพิธีอภิเษกสมรสตามที่พินัยกรรมระบุเพื่อปลดภาระหนี้สิ้นทั้งหลายอยู่บ้าง ตามที่เธอได้ฟังมาคล้ายกับว่าเจ้าหนี้ของท่านไม่ได้ต้องการทรัพย์สินคืน หากต้องการให้ลูกสาวได้เข้าร่วมราชสกุลวิษณุรังสรรค์เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจบางอย่างมากกว่า กรอปกับเป็นพระสหายคนสนิทของพระชนก ทำให้ท่านชายซึ่งกำลังอยู่ในห้วงแห่งความกลัดกลุ้มพระหทัยห่างหายบ้านจตุรกรไปนานถึงสามเดือน

“ฝ่าบาทเพคะ” นาถนารีเรียกเมื่อท่านชายถอนพระโอษฐ์และไม่ทรงรับสั่งอันใดนอกจากทอดเนตรสบตากับหล่อนนิ่ง ๆ พระขนงขมวดปมกลางพระนลาฏเหมือนทรงกำลังตัดสินพระทัยที่จะกล่าวบางอย่าง

“นาถครับ ที่ผมมาหาคุณในวันนี้เพราะผมมีเรื่องสำคัญจะบอกกับคุณ คุณคงพอรู้อยู่บ้างว่าผมมีหนี้สินมากมายที่ต้องรับผิดชอบในฐานะหัวหน้าครอบครัว ผมจึงไม่สามารถดึงคุณมาลำบากร่วมกับผมได้ เราคงต้องพักเรื่องการแต่งงานไปก่อน ผมอยากขอให้คุณรอผมอีกสักระยะได้หรือเปล่าครับ”

“หม่อมฉันก็พอทราบเรื่องอยู่เหมือนกันเพคะ ฝ่าบาททรงต้องทำตามพระประสงค์ของพระชนกที่ระบุไว้ตามพินัยกรรมให้ทรงเษกสมรสกับบุตรสาวเจ้าหนี้ใช่ไหมเพคะ” เธอบีบเสียงเศร้าพรางชม้ายตาสบพระเนตร

“ตอนแรกผมเองก็คิดไม่ถึงว่าฐานะของเราจะแทบถึงขั้นล้มละลาย คิดว่ายังพออยู่ได้อย่างไม่ขัดสน แต่ความจริงที่เพิ่งทราบ มันวุ่นวายมากกว่านั้นนัก ผมจึงไม่สามารถทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับคุณได้ทั้ง ๆ ที่ผมรักคุณเหลือเกินครับนาถ”

“หม่อมฉันทราบเพคะ และหม่อมฉันเองก็รักฝ่าบาทมากเช่นกัน”

นาถนารีเอนตัวเข้าอิงพระอุระพรางผ่อนลมหายใจออกช้า ๆ ด้วยความขมขื่น ถึงแม้จะทราบว่าทรงต้องเสกสมรสกับสตรีที่มิได้ทรงเสน่หา แต่ความใกล้ชิดที่ต้องประทานให้กับหม่อมในท่านนั้นเล่าจะวางใจได้อย่างไร ไม่ช้าอาจทรงแปรเปลี่ยนพระทัยไปจากหล่อนได้ แต่จะให้หล่อนรั้งท่านชายไว้กับตนเองหล่อนคงทำไม่ได้เช่นกันเพราะถึงหล่อนจะรักท่านนัฏเพียงใด หล่อนก็ไม่สามารถอยู่โดยปราศจากความร่ำรวยหรูหราได้เรื่องแต่งงานกับท่านชายจึงไม่อยู่ในความคิดของหล่อนอีกต่อไปแต่ครั้งจะให้ตัดใจจากท่านหล่อนก็ทำไม่ได้

“อีกหน่อยฝ่าบาทคงลืมหม่อมฉันเมื่อทรงได้ใกล้ชิดกับผู้หญิงคนนั้น หล่อนโชคดีกว่าหม่อมฉันนัก”

นาถนารีเงยหน้าจากพระอุระสบพระเนตรท่านอย่างเว้าวอนด้วยดวงตาหวานปนเศร้า กลัวเหลือเกินว่าต่อไปท่านชายจะไม่เห็นหล่อนอยู่ในสายพระเนตรอีก หล่อนแตะมือเบา ๆ กับพระพักตร์สบเนตรท่านนิ่งราวจะอ้อนวอนขอไม่ให้ทรงลืมหล่อน

“ผมไม่มีวันลืมคุณหรอกนาถ คุณจะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ผมรัก”

“ฝ่าบาท...”

ท่านชายนคเรศทรงใช้พระหัตถ์ทั้งสองประคองวงหน้าคนรักไว้และประทานจุมพิตเธออย่างดูดดื่ม ร่างในอ้อมพระกรสะท้านแต่ยังบรรจงตอบสนองสัมผัสจากท่านอย่างเร่าร้อนปานกัน นานกว่าครู่ใหญ่ ท่านชายจึงเป็นฝ่ายปล่อยหล่อนเป็นอิสระ หญิงสาวรีบทวงสัญญาจากท่านด้วยน้ำเสียงวิงวอน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป