บทที่ 6 Ep.6

“แล้วทำไมพระนางไม่ปฏิเสธคุณพ่อให้เด็ดขาดไปเลยล่ะ”โชติรสถามด้วยความสงสัยเพราะปกติน้องสาวของเธอดื้อและไม่ยอมลงให้บิดาง่าย ๆ มิหนำซ้ำยังกล้าขัดคำสั่งของบิดาออกบ่อย ๆ

“คุณพ่อขู่น้องว่าถ้าน้องไม่ยอมทำตามคำสั่งของท่าน คุณพ่อจะให้พี่พระพายกลับมาทำหน้าที่นี้แทนน้อง”

“อ๋อ...อย่างนี้นี่เองหรอกเหรอ”โชติรสทำหน้าครุ่นคิดสักครู่

“น้องจะทำยังไงดีคะพี่พระพาย น้องกลุ้มใจเหลือเกินค่ะ” ชินานางอยากจะร้องไห้เมื่อคิดว่าต้องแต่งงานกับท่านชายนคเรศทั้ง ๆ ที่เธอกับท่านไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

“พี่ขอเคลียร์งานพรุ่งนี้ก่อน แล้วอาทิตย์หน้าพี่จะกลับเมืองไทย” โชติรสตอบน้องสาวด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น

“กลับเมืองไทย! พี่พระพายจะกลับมาบ้านเหรอคะ”ชินานางร้องถามเสียงสูง

“ไม่ได้กลับบ้านจ้ะ แต่พี่จะกลับไปพบท่านชายนคเรศที่กรุงเทพฯ แทน”โชติรสตอบ

“ไปกรุงเทพฯ ลำพังอย่างนั้นเหรอคะพี่พระพาย” ชินานางถามด้วยความเป็นห่วงพี่สาว

“จ้ะ พี่ว่าท่านชายคงไม่รู้หรอกว่าชินานางกับโชติรสหน้าตาเป็นยังไง เพราะฉะนั้นพี่จะไปในฐานะชินานาง และงานนี้คุณพ่อจะต้องไม่รู้ว่าพี่กลับเมืองไทยแล้ว” โชติรสวางแผนกับน้องสาว

“พี่พระพายจะทำยังไงกับเรื่องนี้คะ” ชินานางถามด้วยความกังวล

“พี่อยากไปเห็นกับตาก่อนว่าท่านชายนคเรศทรงเป็นคนแบบไหนกันแน่ แล้วพี่ถึงจะตัดสินใจอีกครั้งว่าควรทำยังไงกับปัญหานี้ดี น้องเองก็ควรหลบออกจากบ้านไปอยู่ที่อื่นสักพัก แต่ที่สำคัญเราต้องบอกกับคุณพ่อว่าจะลงมาพบท่านชายที่กรุงเทพ ฯเพื่อทำความรู้จักและศึกษานิสัยใจคอกันและกันก่อนที่จะถึงวันอภิเษก คุณพ่อจะได้ไม่สงสัย” โชติรสนัดแนะแผนการกับน้องสาว

“ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้น้องจะบอกคุณพ่อตามที่พี่พระพายบอกค่ะ” ชินานางรับปาก

“ดีจ้ะ”

หนึ่งอาทิตย์ถัดมา ณ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ

เครื่องบินล่อนลงจอดบนรันเวย์สนามบินได้ครู่หนึ่ง หญิงสาวรูปร่างโปร่งระหงสูงประมาณ 174 เซนติเมตรดูโดดเด่นบวกกับความสวยของเธอสะดุดทุกสายตาให้พากันจับจ้องมองร่างเพรียวด้วยความสนใจ โชติรสเข็นสัมภาระตรงออกมาโดยไม่ใส่ใจมองใครทั้งสิ้น หน้าตาของเธอเข้มแบบผู้หญิงไทยแท้ ๆ ผิวสีน้ำผึ้งนวลเนียนสวยชวนมอง ดวงตากลมวาวราวกับนัยน์ตากวาง จมูกโด่งรั้นรับกับริมฝีปากอิ่มได้รูป

บุคลิกมาดมั่นทวงท่าดั่งนางพญาด้วยการเยื้องย่างดั่งนางสิงห์ ท่าทีมั่นใจกรอปกับเสน่ห์ในตัวเธอทำให้สายตาแทบทุกคู่ถูกสะกดไว้ที่ร่างระหงและหนึ่งในสายตาเหล่านั้นก็คือราชนิกุลหนุ่มรูปงาม พระนามของท่านคือ หม่อมเจ้าธเนศวร วิษณุรังสรรค์พระอนุชาในหม่อมเจ้านคเรศ วิษณุรังสรรค์คู่หมายของชินานาง

ท่านชายธเนศวรทรงทอดพระเนตรท่าเยื้องย่างของหญิงสาวด้วยสายพระเนตรแวววาวราวกับสิงห์หนุ่มพบคู่ ทรงยอมรับว่าไม่เคยพบผู้หญิงคนไหนน่าสนใจแต่แรกเห็นอย่างเจ้าเธอเลยสักครั้ง มุมพระโอษฐ์แย้มขึ้นด้วยความพอพระทัย

“สวย อวบ หุ่นดีจริง ๆ ให้ตายสิสาวน้อย” ทรงรับสั่งกับองค์เองเบา ๆ พระเนตรพราวทอดมองท่าเยื้องย่างของเธอไม่กะพริบ

สงสัยว่าพระเนตรคมจะมีแรงดึงดูดอย่างแรง เพราะทรงทำให้โชติรสต้องกะพริบตาถี่เมื่อเหลียวมองไปทางที่ท่านทรงประทับอยู่พอดี ดวงตาคู่สวยจับภาพชายหนุ่มรูปงามที่กำลังจ้องมองเธอดวงตาวาวหวานฉ่ำซ้ำยังส่งยิ้มเจ้าชู้ให้ทั้ง ๆ ที่เธอและเขาเพิ่งเคยพบกัน ผู้ชายคนนั้นทำราวกับรู้จักและเคยพบปะกันมาก่อน เขาไม่เพียงแต่จ้องมองหากยังเดินตรงเข้ามาจับรถเข็นสัมภาระของเธอรั้งไว้หน้าตาเฉย

“เอ๊ะ!...เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ไม่ทราบว่าคุณมาขวางดิฉันทำไมคะ”โชติรสถาม

“เพราะผมอยากรู้จักคุณนี่ครับคนสวย ไม่ทราบว่าคุณจะรังเกียจไหมถ้าหากผมอยากจะทำความรู้จักกับคุณไว้บ้าง”

“ขอโทษค่ะ ดิฉันไม่สะดวกจะทำความรู้จักกับคนแปลกหน้า”

โชติรสเชิดหน้าอย่างถือดีพร้อมกับกล่าว จากนั้นเธอจึงยืดตัวตรงดันรถเข็นสัมภาระเลี่ยงจากไปโดยไม่หันกลับมามองหนุ่มคนดังกล่าวอีก ยอมรับกับตัวเองว่าไม่ชอบหนุ่มเจ้าชู้คนนี้ แค่เพียงเห็นผู้หญิงสวยก็พร้อมที่จะเข้ามาทักทายทำท่าหว่านเสน่ห์ใส่ ที่สำคัญเธอไม่ได้มากรุงเทพฯ เพราะต้องการทำความรู้จักกับหนุ่ม ๆ คนไหนทั้งสิ้นนอกจากท่านชายนคเรศ  วิษณุรังสรรค์

ท่านชายธเนศวรทรงถูกพระทัยหญิงสาวที่เดินเลี่ยงจากไปโดยไม่สนใจท่านอย่างที่ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำแบบนี้กับท่านมากก่อน ผู้หญิงส่วนใหญ่แค่เพียงทรงแย้มพระโอษฐ์ ทอดเนตรสบตาก็ต่างพร้อมจะหยิบยื่นไมตรีให้ท่านกันทั้งนั้นเว้นแม่สาวนัยน์ตากวางคนนี้ที่ไม่เพียงปฏิเสธไมตรีที่ทรงเต็มพระทัยประทานให้ แต่เธอยังกล้าเดินสะบัดหน้าจากไปโดยไม่หันกลับมามองท่านเลยด้วยซ้ำ

“เราต้องได้พบกันอีกครั้งแน่ ๆ แม่สิงห์สาว”ท่านชายธเนศวรทรงแย้มพระโอษฐ์น้อย ๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป