บทที่ 7 Ep.7

บ้านพระพาย

โชติรสวางกระเป๋าสัมภาระทิ้งไว้ในห้องรับแขกภายในบ้านพระพายซึ่งเป็นชื่อเดียวกับเธอ บิดาเป็นผู้ตั้งชื่อบ้านตามชื่อของเธอตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อนสมัยที่เข้ามาเรียนต่อระดับปริญญาตรีในกรุงเทพฯ บิดาจึงซื้อบ้านหลังนี้ไว้เพื่อความสะดวกสบายของบุตรสาวคนโตเช่นเธอ

“อร ฝากเตือนทุกคนด้วยว่าห้ามบอกใครว่าฉันกลับมา ถ้าคุณพ่อโทร.มาให้บอกว่าคุณพระนางมาอยู่ที่นี้ เข้าใจหรือเปล่า” โชติรสสั่งทุกคนในบ้านทันที่มาถึง

“ค่ะคุณพระพาย” เอมอรหัวหน้าแม่บ้านรับคำง่าย ๆ ไม่ซักถามใด ๆ ต่อ

“เอาล่ะ อรเอาของพวกนี้ไปจัดไว้ที่ห้องของฉันด้วยแล้วกัน เดี๋ยวฉันจะออกไปข้างนอกสักครู่ บอกเสนาะให้เอารถออกด้วย”

โชติรสกล่าวพร้อมฝากสั่งงานถึงนายเสนาะสามีของเอมอรซึ่งเป็นคนขับรถของเธอตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ทั้งสองมีหน้าที่ดูแลบ้านหลังนี้ตั้งแต่เธอย้ายไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกาเมื่อสองปีก่อน เหลืออีกเพียงเทอมเดียวเธอก็จะเรียนจบปริญญาโทตามที่หวังไว้แต่เพราะเรื่องของน้องสาวทำให้เธอไม่สามารถทนเรียนต่อไปโดยปล่อยให้น้องสาวเผชิญหน้ากับปัญหาตามลำพังได้ เธอจึงดรอปเรื่องการเรียนไว้ก่อน หวังจะมาจัดการปัญหาทุกอย่างให้เรียบร้อย

ชินานางน้องสาวของเธอถึงแม้จะเป็นนักบริหารรุ่นใหม่ที่มีความสามารถมากแค่ไหน แต่เพราะอายุยังน้อยอีกทั้งเป็นลูกคนเล็กทำให้เป็นคนใจร้อน ถ้าปล่อยให้น้องสาวเผชิญปัญหาตามลำพังโดยที่เธอไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยแก้ไข โชติรสเองก็ยังไม่แน่ใจว่าชินานางจะไม่ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ไปกว่าเดิม

นายเสนาะนำรถมาจอดรอคุณหนูที่หน้าบ้านก่อนแล้วเมื่อเธอเดินออกมา คนรถวัยกลางคนจึงวิ่งอ้อมมาเปิดประตูรถให้เจ้านายสาวพร้อมกับวิ่งกลับขึ้นมาประจำที่นำ บีเอ็มดับเบิ้ลยู ซีรี่ยส์ 7 สีดำแล่นออกไปพร้อมรอฟังคำสั่งของโชติรสว่าจะให้เขานำไปที่ใด

“ไปเซ็นทรัลเวิลด์” โชติรสสั่งพร้อมกับเอนกายพิงเบาะท่วงท่าสบาย ๆ แต่สมองยังคงครุ่นคิดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับท่านชายนคเรศ วิษณุรังสรรค์อย่างไม่สามารถปัดความรู้สึกหนักใจออกไปได้เลย

“ครับคุณพระพาย” นายเสนาะรับคำ

“ตั้งแต่นี้เรียกฉันแค่คุณหนูไม่ต้องเอ่ยชื่อ” โชติรสกำชับ

“ครับคุณหนู” นายเสนาะรับคำโดยไม่มีข้อแม้

ทุกคนรู้ว่าคำสั่งของคุณโชติรสถือเป็นคำขาด แม้ว่าคุณโชติรสจะเป็นคุณหนูที่อ่อนโยนและใจเย็นอีกทั้งใจดีแค่ไหนแต่เรื่องความเด็ดขาดของเธอก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าความใจดีของเธอเช่นกัน เธอไม่ชอบให้ใครขัดคำสั่งและหากไม่ขัดคำสั่งของเธอ คุณโชติรสหรือคุณพระพายจะเป็นเจ้านายที่น่ารักที่สุดของทุกคนเลยทีเดียว

เสียงสายเรียกเข้าเป็นเพลงสากลทำนองสนุก ทำให้โชติรสหยิบโทรศัพท์มือถือของตนขึ้นมากดรับโดยไม้ต้องดูว่าเป็นสายเรียกเข้าของใคร เพราะมีเพียงคนเดียวที่จะโทร.หาเธอในเวลานี้

“ว่ายังไงจ๊ะพระนาง”

“พี่พระพายถึงบ้านแล้วใช่ไหมคะ” ชินานางถามพี่สาว

“จ้ะ แล้วพระนางล่ะอยู่ที่ไหนจ๊ะตอนนี้” โชติรสถามน้องสาว

“น้องอยู่แม่ฮ่องสอนค่ะ น้องถือโอกาสมาพักผ่อนซะเลยค่ะพี่พระพาย”ชินานางส่งเสียงสดใส

“อื้ม ดีแล้วล่ะ แล้วคุณพ่อสงสัยอะไรหรือเปล่า”โชติรสถามถึงบิดา

“ไม่ค่ะ ท่านคิดว่าพระนางไปอยู่ที่บ้านพี่พระพาย เพราะน้องเรียนท่านว่าอยากไปพบท่านชายนคเรศก่อนเพื่อศึกษากันและกันก่อนถึงวันหมั้น” ชินานางกล่าว

“ถ้าอย่างนั้นอีกสักครู่ท่านต้องโทร.ถามเอมอรแน่ ๆ ว่าพระนางมาถึงบ้านหรือยัง”

“แล้วพี่พระพายสั่งอรไว้หรือยังคะ” ชินานางถามพี่สาว

“เรียบร้อยจ้ะ คิดจะหลอกทุกคนก็ต้องทำให้แนบเนียน พระนางก็อยู่แม่ฮ่องสอนไปก่อนจนกว่าพี่จะเคลียร์ทางนี้ให้เรียบร้อยก็แล้วกัน”

“แล้วพี่พายจะทำอย่างไรต่อไปค่ะ” ชินานางถามด้วยความสงสัย

“คงต้องรอดูสักระยะ เดี๋ยวพี่จะบอกพระนางอีกที รอให้พี่แน่ใจอะไรบางอย่างซะก่อน”

“ค่ะ แล้วถ้านักข่าวเกิดจำพี่ได้...” ชินานางกังวล

“พี่ไม่ทำตัวให้เป็นข่าวแน่ ๆ พระนาง ไม่ต้องเป็นห่วง”โชติรสกล่าว

“ค่ะ ระวังตัวด้วยนะคะ ถึงยังไงน้องก็อดเป็นห่วงพี่ไม่ได้” ชินานางถอนหายใจหนักหน่วง

“ไม่ต้องเป็นห่วงพี่หรอกพระนาง น้องเองก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีด้วยล่ะ” โชติรสกำชับ

“ค่ะ น้องจะดูแลตัวเองอย่างดี พี่พายไม่ต้องห่วงน้องหรอกค่ะ”

โชติรสเก็บโทรศัพท์ของเธอลงในกระเป๋าใบหรูที่นำกลับมาจากอเมริกาและหยิบแว่นกันแดดสีดำอันโตเหมาะกับใบหน้าขึ้นมาสวม โชติรสดูโดดเด่นอย่างหญิงไทยแท้ ผมหยักศกน้อย ๆ ล้อมกรอบหน้ายิ่งทำให้เธอดูสง่างามจนใคร ๆ ต่างต้องให้ความสนใจยามพบเห็นหญิงสาว

สาวสวยซึ่งมีท่าทางมั่นใจสูง ท่วงทียามก้าวเดินสง่างดงามจนท่านชายธเนศวรซึ่งยังคงจำแม่สิงห์สาวที่พบกันโดยบังเอิญที่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิได้มิรู้ลืม เมื่อได้พบเธออีกครั้งในวันเดียวกันจึงทำให้ท่านชายต้องแย้มพระโอษฐ์ด้วยความพึงพอพระทัยแม้ในอ้อมพระกรของท่านจะมีคู่ควงสาวสวยคนล่าสุดดีกรีนางแบบแถวหน้าของประเทศอยู่ด้วยก็ตาม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป