บทที่ 8 Ep.8

“เอ๊ะ...ฝ่าบาท ทรงทอดเนตรใครอยู่เพคะ หม่อมฉันไม่ยอมจริง ๆ ด้วย”

รินรดา นางแบบแนวหน้าของเมืองไทยคนปัจจุบันจับพระกรของท่านชายธเนศวรกระชับเมื่อเห็นสายพระเนตรของท่านชายทรงทอดมองไปที่ใด ความหวาดระแวงเกรงว่าท่านจะทรงโปรดหญิงอื่นมากกว่าทำให้รินรดาต้องการตัดไฟเสียแต่ต้นลม ยิ่งเห็นผู้หญิงที่เป็นที่สนพระทัยของท่านด้วยแล้ว รินรดายิ่งร้อนใจ เพราะดูเพียงแวบเดียวก็รู้ว่าถ้าต้องแข่งกับผู้หญิงคนนั้น ไม่มีวันที่เธอจะชนะได้เลย ท่วงท่างามสง่าสมกับเป็นผู้ดีทุกย่างก้าวของโชติรส ทำให้รินรดาหวั่นเกรง

โชติรสชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อต้องเจอกับสายตาคู่เดิมทั้งที่เธอเพิ่งแยกจากเขามาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่แล้ว เธอรู้สึกไม่พอใจเมื่อเห็นสายตาเจ้าชู้ของผู้ชายคนนั้น ทั้งที่ในอ้อมแขนของเขายังควงหญิงสาวหน้าตาสะสวยที่แต่งตัวราวหลุดออกมาจากแม็คกาซีนต่างประเทศและเธอกำลังแสดงท่าทางไม่พอใจด้วยการส่งสายตาข่มขู่มาทางเธอ

‘ประสาท มีคู่รักอยู่แล้วยังมองผู้หญิงอื่นด้วยสายตาน่าเกลียดแบบนี้อีก ผู้ชายกะล่อน’

โชติรสได้แต่ตำหนิชายหนุ่มอยู่ในใจก่อนจะสะบัดหน้าหนีและเร่งฝีเท้าผ่านคนทั้งคู่ไปโดยไม่หันกลับไปมอง เธอจึงไม่ได้เห็นสายพระเนตรคมวาวที่จ้องตามแผ่นหลังตนอย่างมาดหมาย ริมพระโอษฐ์แย้มออกราวกับได้พบเจอสิ่งที่ทำให้ทรงพอพระทัยและตามหามานานแล้วอย่างไรอย่างนั้นเลยทีเดียว

ท่านชายธเนศวรทรงเสด็จตามหญิงร่างระหงที่ทรงสนพระทัยโดยไม่ใยดีต่อหญิงสาวอีกคนที่รีบเดินเร็วแทบจะเป็นวิ่งตามท่านมาติด ๆ ใบหน้าแต่งสวยนั้นเริ่มเผือดสีเมื่อเห็นท่านดำเนินตามหญิงสาวที่เพิ่งทรงได้พบโดยไม่สนพระทัยว่าข้างพระวรกายยังมีเธออยู่ด้วยเลยแม้แต่น้อย

“ฝ่าบาทจะเสด็จไหนเพคะ”  รินรดาวิ่งมาจนทันรั้งพระกรของท่านชายธเนศวรแน่น

“ปล่อยผม รินรดา แล้วคุณก็กลับไปก่อนได้เลย” ท่านชายธเนศวรทรงหยุดดำเนินก่อนจะหันกลับมารับสั่งกับหญิงสาวพลางแกะฝ่ามือเหนียวอย่างกับตีนตุ๊กแกที่รั้งข้อพระกรไว้มั่นไม่ยอมปล่อย

“ฝ่าบาท!”  รินรดาร้องเสียงตระหนกไม่คิดว่าจะโดนท่านชายธันขับไล่กันแบบนี้

“กลับไป”

ท่านชายทรงปลดแขนของเธอออกจากพระกรอย่างรวดเร็วและรีบเสด็จตามหญิงสาวที่เดินนำอยู่ข้างหน้าโดยไม่หันกลับไปสนทัยรินรดาซึ่งได้แต่ยืนกำไม้กำมือด้วยความโมโหอยู่ด้านหลังพระวรกาย ท่านไม่ใช่ท่านชายนคเรศที่จะทรงเป็นสุภาพบุรุษทุกกระเบียดนิ้วคอยรักษามารยาทกับสตรีทุกคน แต่ท่านคือท่านชายธเนศวรที่พร้อมจะทำทุกอย่างตามทัยองค์เองโดยไม่คำนึงต่อความเป็นบุรุษที่ต้องสุภาพ และก็ไม่มีใครกล้าว่าท่านต่อหน้าหรือลับหลังให้ทรงทราบแน่ ๆ เพราะหากทรงทราบและกริ้ว ท่านชายธเนศวรก็พร้อมจะเอาเรื่องคนผู้นั้นอย่างถึงที่สุด

โชติรสเดินเลือกซื้อนิตยสารที่มักจะมีคอลัมน์ซุบซิบไฮโซ เธอได้ยินว่าท่านนคเรศทรงมีพระอนุชาฝาแฝดแต่ที่เธอไม่เคยรู้ก็คือหน้าตาและนิสัยของท่านชายทั้งสององค์นั้นเหมือนหรือต่างกันเช่นไร เพราะฉะนั้นเรื่องแรกที่เธอจะต้องทำก็คือค้นหาประวัติเกี่ยวกับท่านชายองค์นี้เสียก่อน ชินานางน้องสาวของเธอเองก็ไม่เคยทราบว่าท่านชายทั้งสองพระองค์เหมือนหรือต่างกันเพราะไม่เคยคิดจะอยู่ในแวดวงเดียวกับท่านชายทั้งสอง ครอบครัวของเธอถึงแม้ว่าจะมีฐานะร่ำรวยแต่ก็เป็นครอบครัวนักธุรกิจบ้านนอกไม่ได้มีหน้าตาชื่อเสียงเทียบกันไม่ได้กับราชนิกุลสูงส่งอย่างท่านชายทั้งสององค์ ถึงแม้บิดาของเธอจะเป็นพระสหายสนิทของพระชนกท่านชายก็ตามที

โชติรสเลือกเปิดนิตยสารอยู่หลายเล่มแต่กลับไม่มีเล่มใดเลยที่มีพระรูปของท่านชายทั้งสอง ทำให้เธอรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่คนดังอย่างท่านชายแฝดจะไม่มีข่าวลงหน้าหนังสือบ้างเชียวหรือ

“เป็นไปได้ยังไง ทำไมไม่มีรูปของท่านชายทั้งสององค์เลยนะ” โชติรสรำพันเพียงลำพัง

“สวัสดีครับ เจอกันอีกแล้วนะครับ” ท่านชายธเนศวรทรงทักทายหญิงสาว

“คุณนั่นเอง ถ้าจำไม่ผิดดิฉันจำได้ว่าปฏิเสธที่จะทำความรู้จักคุณไปแล้วครั้งหนึ่งนะคะ” โชติรสกล่าวอย่างไว้ตัว

“อื้อ..ผมทราบว่าคุณไม่อยากเสวนากับผมเท่าไหร่นัก” ท่านชายธเนศวรทรงแย้มพระโอษฐ์

“อ้อ ยังดีนะคะที่อุตส่าห์จำได้ว่าดิฉันไม่อยากเสวนากับคุณ แล้วคุณยังข้องใจอะไรอีกล่ะคะถึงกล้าทิ้งคู่รักไว้แล้วตรงมาหาดิฉันแบบนี้” โชติรสกล่าวเสียงเย็น

“ไม่รู้เป็นยังไงสิ แค่เห็นคุณ ผมก็อยากแต่จะเสวนากับคุณคนเดียว ผมว่ามันคงเป็นบุพเพสันนิวาสทำให้เราได้พบกันถึงสองครั้งในวันเดียวกันนะครับ” ท่านชายธเนศวรทรงรับสั่งสุรเสียงทุ้มน่าฟัง ดวงพระเนตรหวานกรุ้มกริ่มกับรอยแย้มพระสรวลบนริมพระโอษฐ์ที่มองดูก็รู้ว่าทรงตั้งพระทัยโปรยเสน่ห์ใส่เธอเต็มที่

“แต่บังเอิญดิฉันไม่เชื่อเรื่องบุพเพสันนิวาสซะด้วยสิคะ แล้วที่สำคัญคู่รักของคุณคงไม่คิดเช่นเดียวกับคุณแน่ ๆ เห็นทีดิฉันคงต้องขอตัวนะคะไม่อยากถูกข้อหามือที่สามโดยไม่ตั้งใจ” โชติรสเหลือบสายตามองไปทางรินรดาที่จ้องหน้าเธอราวกับต้องการจะขู่ไม่ให้เธอยุ่งกับผู้ชายคนนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป