บทที่ 5 เพื่อนเก่า
ตอนที่5 เพื่อนเก่า
คิมหันต์
“วันนี้ไปกินข้าวเย็นที่บ้านพี่นะ” ผมชวนไข่มุกออกมาเพื่อให้เธอรู้สึกว่าผมยังเหมือนเดิมทุกอย่าง อีกทั้งยังต้องการให้เธอไปเผชิญหน้ากับใครอีกคนอย่างมีสิทธิ์เหนือกว่าด้วย
และผมเป็นคนให้ไข่มุกมาทำงานกับผมที่บริษัทของผมเอง ถึงแม้ว่าเธอจะทำอยู่ฝ่ายบัญชีก็ตาม เพราะเลขาคนนี้ทำงานมานานแล้ว ผมเลยไม่อยากเปลี่ยนเพราะความต้องการของตัวเองเลยต้องทนทำงานอยู่ห่างกัน แต่เราก็มักจะกินข้าวเที่ยงด้วยกันเกือบทุกวันที่ผมไม่ได้ติดงานข้างนอก
“จะดีเหรอคะ ปริมเธอจะไม่...” ไข่มุกพูดออกมาอย่างลำบากใจแบะไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่เมื่อนึกถึงใครอีกคนที่เธอเหมือนจะเกรงใจเสมอ แต่ผมก็แทรกขึ้นก่อนอย่างไม่สนใจคนที่เธอกังวลเลยสักนิด
“เธอจะเป็นอะไรก็เรื่องของเธอ มุกเป็นคนที่พี่รัก เป็นปัจจุบันของพี่ แล้วบ้านนั้นก็เป็นบ้านพี่ คนอื่นไม่มีสิทธิ์”
ผมพูดย้ำให้เธอได้รู้สถานะของตัวเองกับผู้หญิงอีกคนที่แตกต่างกันและไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเลยสักนิด อีกทั้งสิทธิ์ทุกอย่างในบ้านหลังนั้นก็เป็นของผม หากใครไม่พอใจก็แค่ออกไปเท่านั้น
“ถ้าพี่คิมว่าแบบนั้น มุกไปก็ได้ค่ะ” ไข่มุกได้ยินแบบนั้นก็พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มสบายใจขึ้นมาทันที ซึ่งมันก็ทำให้ผมยิ้มรับให้เธออย่างเอ็นดูและสบายใจไปด้วยอีกคนที่เธอยังยิ้มได้
ไข่มุกเป็นคนอ่อนโยน อ่อนหวาน เรียบร้อย เธอดีกับผมมาตั้งแต่ผมคบกับปริมระตาแล้ว และคอยหวังดีกับผมมาตลอด จนทำให้ผมหายโง่กับหลาย ๆ อย่างที่ไม่เคยรู้ตัว ซึ่งตอนนั้นผมอยู่กับเธอบ่อยจนสบายใจมาก และได้รู้ว่าเธอคิดกับผมมากกว่าพี่ ผมเลยตัดสินใจคบกับเธอในตอนที่ยุติทุกอย่างกับปริมระตาไปแล้ว
แต่ตอนแรกไข่มุกเธอก็ปฏิเสธผมเพราะบอกว่ายังไงผมก็แฟนเก่าของเพื่อนเธอ เธอไม่สบายใจจะคบเพราะกลัวปริมระตาจะรู้สึกไม่ดี
แน่นอนว่ายิ่งเธอแคร์ความรู้สึกของคนอื่นแค่ไหน มันก็ยิ่งทำให้ผมเห็นความดีและความใส่ใจของเธอเท่านั้น และผมก็ไม่ได้เห็นด้วยกับความคิดของเธอ บอกว่ามันไม่เกี่ยวเพราะระหว่างผมกับผู้หญิงคนนั้นตัดขาดไม่เกี่ยวข้องกันอีกต่อไปแล้ว และไม่มีวันจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกแน่นอน นั่นเลยทำให้ไข่มุกเลยยอมตอบรับความสัมพันธ์ครั้งนี้
และที่ผ่านมาเธอก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จนมันทำให้ผมลืมผู้หญิงคนนั้นไปได้ไม่ยากเลยสักนิด อีกทั้งยังรักไข่มุกจากใจจริงอีกด้วย ถึงมันจะดูไม่ดีที่คบกับเพื่อนของแฟนเก่า แต่แล้วยังไงล่ะ ก็บอกแล้วว่ายังไงผมกับผู้หญิงคนนั้นไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกันอีก เพราะฉะนั้นผมจะทำอะไรก็ได้ไม่ต้องเห็นแก่หน้าเธอเลยสักนิด เพราะนี่มันสิทธิ์และชีวิตของผม
หลังถึงเวลาเลิกงานผมก็ตรงกลับบ้านของตัวเองทันที และก็มาพร้อมกับไข่มุกเพื่อพาเธอมากินข้าวเย็นด้วยกันที่นี่ตามที่นัดหมายกันไว้ หรืออาจจะค้างคืนกันที่นี่ด้วยเลยก็ได้ ซึ่งปกติไข่มุกไม่ค่อยได้นอนบ้านผมเท่าไหร่หรอก ส่วนมากผมนี่แหละจะไปนอนที่คอนโดของเธอเอง
“มุกกลัวจังเลยค่ะ” ไข่มุกพูดขึ้นอีกครั้งด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลและไม่สบายใจอย่างเห็นได้ชัดขึ้นมาอีกครั้งเมื่อมาถึงบ้านของผมที่มีใครอีกคนอยู่ด้วย
“ไม่ต้องกลัว พี่ไม่มีทางให้ใครมาทำอะไรมุกได้ อีกอย่างที่นี่ก็บ้านพี่ มุกเป็นแฟนพี่”
ผมหันไปบอกไข่มุกพร้อมกับจับมือบางไว้อย่างให้กำลังใจ และเน้นย้ำความสำคัญของเธอที่มีมากกว่าผู้หญิงอีกคนในบ้านเพื่อคลายกังวล
“ค่ะ” ไข่มุกได้ยินแบบนั้นก็ส่งยิ้มให้ผมพร้อมตอบกลับมาเหมือนมีกำลังใจขึ้น ก่อนจะลงจากรถไปพร้อมกันและรอผมเดินอ้อมมาหาเธอก่อนจะจับมือเธอเดินเข้าบ้านเคียงข้างกันไป
และก็เจอกับปริมระตาที่เดินออกมารับผมด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ราวกับตัวเองเป็นเมียที่ผมยอมรับโดยไม่เจียมตัวสักนิด แต่เมื่อเธอได้เห็นใครอีกคนข้งากายผม มันก็ทำให้รอยยิ้มนั้นของเธอจะหุบลงแทบทันทีเมื่อเธอได้เห็นว่าผมเดินจูงมือเข้าบ้านมากับไข่มุก
ยอมรับเลยว่ารู้สึกดีและสะใจไม่น้อยจริง ๆ
“ปริม...” และพอไข่มุกได้เผชิญหน้ากับปริมระตา เธอก็เรียกชื่อเพื่อน(เก่า)ของเธอออกไปอย่างเบาหวิวราวกับลำบากใจอย่างมากกับการเผชิญหน้า
และแค่ฟังก็รับรู้ว่าเธอคงจะกลัวปริมระตาไม่น้อย เพราะนิสัยของปริมระตาที่ดูเหมือนจะนิ่ง หยิ่ง แต่เวลาเธอโกรธขึ้นมา ก็บ้าดีเดือดเอาเรื่องเหมือนกัน ซึ่งหากเกิดอะไรขึ้นมาไข่มุกไม่มีทางสู้เธอได้เลย
“แกมาทำไม!” แล้วก็อย่างที่พูดไปว่าเธอนิสัยเสียอย่างมากจนไม่น่าคบเลยสักนิด พอเห็นหน้าไข่มุกคำแรกที่ถามออกมาก็เป็นเสียงแข็งกร้าวอย่างไม่เป็นมิตรของปริมระตาเอ่ยถามออกมาอย่างไม่พอใจทันที
“.....” นั่นทำให้ไข่มุกบีบมือผมแน่นก้มหน้างุดขยับไปหลบหลังผมทันทีอย่างกลัวว่าอีกฝ่ายจะเข้ามาทำร้ายตอนไหนก็ได้
“ฉันจะพาใครมาต้องขออนุญาตเธอหรือไง!” ผมหันไปพูดเสียงแข็งกับปริมระตาทันทีที่เธอแสดงกิริยาแบบนี้กับแขกของผม และยังเป็นแขกคนสำคัญด้วย สำคัญกว่าเธอเสียอีก
ตอกย้ำให้เธอคิดได้สักทีว่าตัวเองไม่ได้มีสิทธิ์อะไรในบ้านหลังนี้จนผมต้องบอกกล่าวหรือเกรงใจสักนิด
“พี่อย่าลืมว่าพี่กับปริมแต่งงานกันแล้ว พี่ไม่ควรพาผู้หญิงคนอื่นมาที่บ้านแบบนี้!”
ปริมระตายังคงไร้ยางอายเน้นย้ำสิทธิ์ของตัวเองด้วยการหันมาจ้องมองผมอย่างไม่พอใจ ก่อนจะพูดออกมาเสียงแข็งอย่างไม่ยอมแพ้เหมือนกัน
“อย่าลืมว่านี่มันบ้านของฉัน ฉันจะทำอะไรพาใครมาก็เรื่องของฉัน ส่วนเธอมันก็แค่ผู้อาศัย!”
ผมเลยต้องย้ำให้เธอรู้สถานะตัวเองออกไปให้ชัด ๆ ว่าเธอไม่ได้มีสิทธิ์มาออกสิทธิ์ออกเสียงที่นี่กับผมแบบนี้เลยสักนิด แม้จะผ่านการแต่งงานมาแล้วก็ไม่ได้มีความหมายอะไรสำหรับผมเลยสักนิด
และเมื่อพูดจบผมก็เดินจูงมือของไข่มุกสวนเธอเข้าไปในตัวบ้านทันที เพราะตอนนี้ดูไข่มุกจะกลัวเธอมาก ๆ เลยแหละ ผมเลยไม่อยากให้ไข่มุกต้องเผชิญหน้ากับผู้หญิงคนนี้เท่าไหร่แม้ว่าผมจะปกป้องเธอได้และไม่ปล่อยให้ใครทำร้ายเธอก็ตาม
“ไม่ต้องกลัว พี่บอกแล้วว่าไม่มีใครทำอะไรมุกได้” ผมบอกกับไข่มุกออกไปอย่างปลอบประโลมเธอหลังจากนั่งลงที่โซฟาด้วยกัน เพราะตอนนี้ตัวเธอสั่นนิด ๆ เพราะความกลัว
“ขอบคุณพี่คิมมากนะคะ ที่ปกป้องมุก” ไข่มุกหันมาบอกผมออกมาอย่างหวาดกลัวพร้อมกับสวมกอดผมไว้แน่นเหมือนกับเป็นที่พักพิงของเธอ ซึ่งผมเองก็กอดเธอกลับไปอย่างปลอบประโลมไม่น้อย
“ถ้าพี่ไม่ปกป้องผู้หญิงที่พี่รัก แล้วจะให้พี่ปกป้องใครล่ะ”
