บทนำ
แต่มันกลับเจ็บยิ่งกว่าเมื่อสุดท้ายผู้หญิงคนใหม่ที่เขาคบหา กลับเป็นเพื่อน(ที่เคยคิดว่า)สนิทของเธออย่างไม่มีใครรู้สึกผิด
และนั่นก็ทำให้เธอเลิกคว้าโอกาสที่จะเอาทุกอย่างกลับคืนมาเป็นของตัวเองอีกครั้งอย่างไม่แคร์ความรู้สึกใคร ตอบรับแต่งงานกับเขาจากเรื่องบังเอิญที่ถูกหยิบยื่นให้
แต่ชีวิตการแต่งงานจะดำเนินไปได้อย่างไร เมื่อคนหนึ่งยังรัก ส่วนอีกคนยังคงเกลียดกันไม่เคยเปลี่ยน และยังมีตัวแปรอย่างแฟนใหม่ของเขาอยู่ในความสัมพันธ์นี้เสมอ
บท 1
ตอนที่1 สู่ขอ
ปริมระตา
“แม่อยากจะมาสู่ขอปริมให้ตาคิมน่ะลูก” เสียงของหญิงวัยกลางคนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แน่วแน่และใจดีอบอุ่นเสมอระหว่างบอกจุดประสงค์ของตัวเองออกมา
“เอ่อ ปริมว่าไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้นะคะ” ฉันได้ยินแบบนั้นก็ปฏิเสธออกไปอย่างเกรงใจและลำบากใจไม่น้อย เพราะไม่อยากให้เรื่องราวมันเป็นเรื่องใหญ่แบบนี้และไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้ด้วยเช่นกัน
“ไม่ได้หรอกลูก บุญคุณที่หนูช่วยลูกสาวแม่ไว้ ยังไงแม่ก็ต้องตอบแทนให้ถึงที่สุด” คุณนภายังคงยืนยันความคิดเดิมของตัวเองออกมาอย่างหนักแน่นไม่เปลี่ยนใจราวกับคิดมาดีแล้ว
ส่วนเรื่องราวนั้นมันก็ไม่มีอะไรมากนักหรอก แค่วันนั้นครีมลูกสาวของคุณนภาโดนผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ตั้งใจเข้ามาทำร้ายด้วยการจะฉุดเธอ แต่ฉันที่ผ่านไปเห็นพอดีก่อนและได้ตัดสินใจเข้าไปช่วยเธอเอาไว้ทันจนปลอดภัยกันทั้งสองคน แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ทำให้ตัวเองได้รับบาดเจ็บจากมีดที่ผู้ชายคนนั้นหมายจะป้องกันตัวและถ่วงเวลาเพื่อหาทางหนีจนฉันต้องนอนโรงพยาบาลรักษาตัว แต่ดีที่แผลไม่ได้ลึกและโดนจุดสำคัญอะไรเลยไม่ได้อันตรายถึงแก่ชีวิตและรอดมาได้อย่างน่าสะพรึงกลัวไปเหมือนกัน
“ไม่เป็นไรจริง ๆ ค่ะ ยังไงก็คนกันเองทั้งนั้น” ฉันเองก็ยังคงยืนยันความคิดเดิมออกไปอย่างไม่ได้คิดมากอะไรกับการช่วยเหลือครั้งนั้นเลยสักนิด
แม้มันจะเป็นความคิดที่เสี่ยงและอันตรายต่อตัวเองมากในตอนนั้น แต่สถานการณ์คับคันและเป็นคนรู้จักกันด้วยอยู่แล้ว พอเห็นแล้วก็คิดอะไรไม่ออกและไม่มีเวลาคิดอะไรมากด้วยนอกจากเข้าไปช่วย
“ไม่ได้หรอกลูก ถ้ามันจำหน้าหนูได้แล้วคิดกลับมาทำร้ายหนูจะทำยังไง ยังไงตอนนี้หนูก็อยู่กับแม่แค่สองคน ถ้าหนูมีคนดูแลหนูแม่จะได้สบายใจด้วย”
แต่คุณนภาก็ยังคงพูดขึ้นอย่างแน่วแน่ด้วยเหตุผลออกมาพร้อมกับหันไปมองหน้าแม่ฉันด้วยรอยยิ้ม ราวกับว่าสิ่งที่คิดท่านคิดและพูดออกมามันคือที่สุดแล้ว
“.....” เหมือนกับฉันเองก็หันไปมองหน้าแม่อย่างลำบากใจขอความเห็นและความช่วยเหลือด้วยไม่ต่างกัน เพราะเรื่องนี้นับว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่ฉันไม่ได้ตั้งตัวและตั้งรับไว้ก่อนเลย
“แม่แล้วแต่ลูกตัดสินใจเลย” แม่ที่รับรู้ความคิดของฉันจึงตอบกลับฉันมาอย่างที่ท่านเองก็คงตัดสินใจแทนฉันในเรื่องนี้ไม่ได้ และไม่รู้ว่าต้องเลือกทางไหนด้วยเช่นกัน
“ไม่เป็นไรจริง ๆ ค่ะ ปริมเต็มใจช่วย” ฉันหันกลับไปตอบคุณนภาด้วยประโยคเดิมอีกครั้งจากความรู้สึกจริงของตัวเอง และคิดว่าการตอบแทนแบบนี้มันมากไปเกินกว่าจะรับไหวด้วย ยังไงถ้าเกิดเราเห็นคนอื่นเดือดร้อน เราพอช่วยได้เราก็ช่วย ยิ่งเป็นคนกันเองกันด้วย
“นะปริม แม่ขอร้องเถอะ ถ้าปริมไม่ยอมรับน้ำใจจากแม่ตรงนี้ แม่ต้องรู้สึกติดค้างและไม่สบายใจแน่เลย”
แล้วคุณนภาก็พูดขึ้นอีกครั้งอย่างไม่สบายใจและกดดันฉันทางอ้อม หวังให้ฉันตอบรับความต้องการของท่านออกมาอย่างขอร้องไปในตัว
“แต่...” ฉันรู้สึกลำบากใจหนักกว่าเดิมกำลังจะหาข้ออ้างที่พอสมเหตุสมผลขึ้นมาเพื่อหวังว่าท่านจะเข้าใจเพราะไม่รู้จะพูดยังไงเหมือนกัน แต่ก็ถูกท่านดักทางขึ้นก่อน
“นะลูก ปริมก็รู้ว่าแม่อยากได้หนูเป็นลูกสะใภ้แค่ไหน เอาเป็นว่างานจะมีขึ้นเร็ว ๆ นี้แน่นอน”
คุณนภายังคงพูดออกมาอย่างไม่ปิดบังความรู้สึกที่เคยมีต่อฉันในอดีตจนถึงปัจจุบัน พร้อมกับสรุปทุกอย่างเรียบร้อยจนหมดด้วยตัวเองคนเดียวราวกับมัดมือชกกันเสียอย่างนั้น
“ก็ได้ค่ะ” ฉันลังเลกับตัวเองอย่างลำบากใจไม่น้อย แต่สุดท้ายฉันก็ตอบรับท่านออกไปอย่างทำอะไรไม่ได้เพราะความหนักแน่นของท่านทำให้ฉันเกรงใจและลำบากใจ และอีกอย่างในใจลึก ๆ ของฉันถึงแม้ว่าจะกลัว แต่ฉันก็ไม่ปฏิเสธหรอกว่าอยากให้มันเป็นแบบนี้...
แล้วเมื่อฉันตอบรับออกไปผู้ใหญ่ก็เลือกคุยรายละเอียดกันต่ออีกหน่อยโดยที่ฉันก็นั่งเงียบฟังอย่างเดียว
ฉัน ปริมหรือปริมระตา ตอนนี้อายุ 26 ปี นิสัยก็เป็นคนทั่ว ๆ ไป มีดีมีร้ายปะปนกันตามสถานการณ์ เป็นคนไม่ค่อยยอมแพ้กับอะไรง่าย ๆ จนกว่าจะพยายามอย่างถึงที่สุดไม่ให้รู้สึกเสียดายตามหลัง
ฉันเป็นลูกสาวคนเดียวของบ้านตอนนี้อยู่กับแม่สองคน พ่อกับแม่เลิกรากันไปนานแล้ว และทางเราก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับพ่ออีก ตอนนี้ฉันทำงานเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง สถานะของตอนนี้ก็คือโสดสนิท(ลืมรักเก่าไม่ได้) ไม่เปิดใจให้ใคร จนกว่าจะได้บอกความจริงกับแฟนเก่าที่เลิกรากันไปเพราะความเข้าใจผิดอย่างหนัก และสถานการณ์ตอนนั้นมันทำให้เหตุผลเป็นเพียงคำแก้ตัวและฟังยังไงก็ไม่ขึ้น
“ปริมจะเอาแบบนี้จริง ๆ เหรอลูก” หลังจากครอบครัวของคุณนภากลับไปแล้วเหลือฉันกับแม่เพียงสองคน แม่ก็หันมาถามฉันขึ้นอีกครั้งเพื่อความแน่ใจกับเรื่องที่นับว่าไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลย
“ค่ะแม่” แม้ฉันจะยังคงลังเลอยู่ไม่น้อย แต่สุดท้ายฉันก็ยังคงยืนยันออกไปอย่างหนักแน่นเป็นครั้งแรกเมื่ออยู่กับแม่ แม้ว่าแรกเริ่มเดิมทีจะไม่ได้หวังถึงขนาดนี้แต่เมื่อมีโอกาสมาถึงตัวแล้วฉันก็จะคว้าไว้อย่างไม่หลีกเลี่ยงและอาจจะดูเห็นแก่ตัวไปบ้างในบางมุมก็ตาม
“แม่ยอมรับการตัดสินใจของลูกนะ แต่แม่แค่เป็นห่วง” แม่พูดออกมาอย่างไม่ได้มีปัญหาติดขัดกับการตัดสินใจของฉันแต่ก็อดกังวลไม่ได้กับทางเลือกนี้เหมือนกัน ซึ่งฉันก็รู้ดีเช่นกันว่าแม่เป็นห่วงฉันเรื่องอะไร
“แม่ไม่ต้องห่วงปริมนะคะ อย่างน้อยปริมก็จะใช้โอกาสนี้พูดทุกอย่างที่มันค้างคาให้หมด แต่ถ้าพยายามแล้วมันไม่มีอะไรดีขึ้น ปริมจะถอยออกมาแน่นอนค่ะ”
ฉันบอกแม่ออกไปด้วยรอยยิ้มและความแน่วแน่อย่างไม่คิดอะไรมากเพื่อให้แม่สบายใจ จนแม่ยอมยิ้มออกมาอย่างเบาใจกับความคิดของฉัน
คิมหันต์
“แม่ก็รู้ว่าผมคบกับไข่มุกอยู่ แล้วแม่จะมาบอกให้ผมแต่งงานคืออะไรครับ”
ผมถามแม่ออกไปอย่างไม่เข้าใจและไม่พอใจอย่างมากกับการตัดสินใจเองของแม่แล้วค่อยมาโยนภาระให้ผมรับผิดชอบ ยิ่งรู้ว่าผู้หญิงอีกคนคือใครยิ่งทำให้รับไม่ได้เป็นอย่างมาก
“คิมก็รู้ ว่าหนูปริมช่วยน้องเราไว้ ถ้าไม่ได้หนูปริมวันนั้น ป่านนี้น้องจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้”
แม่ผมพูดออกมาด้วยเหตุผลและความจริงจังต่อเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ราวกับรู้สึกติดค้างกับการช่วยเหลือครั้งนั้นเป็นอย่างมาก
“เราก็ตอบแทนเขาเป็นอย่างอื่นสิครับ ทำไมต้องให้ผมแต่งงานด้วย”
ผมถามออกไปอย่างไม่พอใจและไม่เข้าใจเหมือนเดิมกับการตัดสินในนี้ของแม่ เพราะวิธีการตอบแทนเรื่องพวกนี้มันมีมากมายหลายวิธีให้เลือกทำ อีกอย่างผู้หญิงแบบนั้นใครจะไปอยากแต่งงานด้วยกันล่ะ ผ่านมาตั้งเท่าไหร่และอะไรมาบ้างก็ไม่รู้
“แต่แม่เห็นว่าวิธีนี้มันดีที่สุดแล้วที่จะตอบแทนเขา เงินทองบ้านนั้นเขาก็ไม่ได้ขัดสนอะไร สิ่งของแม่ก็คิดว่าให้อะไรไปมันก็คงไม่พอ”
แม่พูดอธิบายออกมาอย่างมีเหตุมีผลของตัวเองอีกครั้งให้ผมคิดตาม แต่สำหรับผมยังไงมันก็ฟังไม่ขึ้นเลยสักนิด
“แม่ก็รู้ว่าผมรักไข่มุก และที่สำคัญผมเกลียดเธอ!” ผมยืนยันความรู้สึกของตัวเองออกไปอย่างหนักแน่นให้แม่ได้รับรู้ ซึ่งแน่นอนว่าแม่เองก็รู้ดีด้วยเช่นกัน ว่าผมเกลียดผู้หญิงคนนั้นมากแค่ไหน
“แม่รู้ แต่ว่าแค่ปีเดียวนะลูก อย่างน้อยให้ได้ตอบแทนเขาไปจนคิดว่าพอ แล้วถ้าถึงตอนนั้นลูกจะหย่าแม่ก็จะไม่บังคับ” แม่พูดออกมาอย่างขอร้องพร้อมกับข้อเสนอและระยะเวลาที่ชัดเจนออกมาให้มันดูง่ายขึ้น
ซึ่งเวลาหนึ่งปีสำหรับผมที่ต้องอยู่กับผู้หญิงแบบนั้นมันนานไม่ต่างกับสิบปีเลยสักนิดจนไม่อยากยอมรับเลยด้วยซ้ำ แค่วันเดียวหรือแค่นาทีเดียวผมก็ไม่อยากอยู่ใกล้เธอแม้แต่น้อย
“แม่ขอร้องนะลูก แม่รู้ว่าคิมรู้สึกยังไงแต่ว่าแค่ปีเดียวแม่สัญญา หรือถ้าระหว่างนี้เป็นหนูปริมเองที่เขาขอหย่าเองโดยไม่ต้องรอให้ถึงปี อันนั้นก็เป็นสิทธิ์ของคิมเลยลูก”
แม่ยังคงขอร้องและพูดขึ้นอีกครั้งด้วยคำมั่นสัญญา พร้อมกับทางเลือกอีกทางที่ถ้าเกิดขึ้นจากอีกฝ่ายก็จะไม่ติดปัญหาอะไรด้วยเหมือนกัน
“ก็ได้ครับ” ผมได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่ายและทำอะไรไม่ได้ เพราะผมที่ไม่มีทางปฏิเสธก็ได้อยู่แล้วก็เล่นไปตกลงกับทางนั้นเรียบร้อยก่อนแล้ว จึงทำได้เพียงตอบรับแม่ออกไปส่ง ๆ
เพราะแม่ผมอยากได้ปริมระตาเป็นลูกสะใภ้ตั้งแต่แรกแล้ว แต่มันดันเกิดเหตุที่ผมกับเธอเลิกกันกันก่อน จนมาตอนนี้ที่มีเรื่องที่ต้องรู้สึกติดค้างตอบแทน แน่นอนว่าเหตุผลนอกจากอยากจะตอบแทน แม่ผมคงจะใช้โอกาสนี้ในการสานสัมพันธ์ให้ผมกับปริมระตากลับมาคืนดีกันแน่นอน แต่บอกไว้เลย ว่าแม่ต้องผิดหวัง
และหนึ่งปีที่ผมจะได้หย่ากับเธอ แต่ไม่ต้องห่วงหรอกเพราะระหว่างนี้ผมจะทำให้เธอเจ็บปวดจนต้องร้องขอหย่าจากผมตั้งแต่อาทิตย์แรกเดือนแรกด้วยตัวเองแน่นอน
ผม คิมหรือคิมหันต์ ตอนนี้อายุ 29 ปี นิสัย ขรึม พูดน้อย เป็นคนอบอุ่นกับคนรักและครอบครัว แต่ก็เป็นดั่งซาตานกับคนที่เกลียด พร้อมจะร้ายและเลวได้อย่างไม่ปราณีโดยเฉพาะคนที่มันทำกับผมก่อน
ผมเป็นพี่ใหญ่ของบ้าน มีน้องสาวคนหนึ่งที่ค่อนข้างบอบบางและอ่อนแอ ที่บ้านทำธุรกิจหลายอย่างและตอนนี้ผมดำรงตำแหน่งเป็นประธานบริษัทแทนพ่อ ส่วนเรื่องที่ต้องแต่งงานอย่างไม่พอใจนั้นเพราะว่าตอนนี้มีคนรักอยู่แล้ว ที่สำคัญคนที่ต้องแต่งงานด้วยคือคนที่ เกลียดมากที่สุดในชีวิต
“ขอบใจมากนะลูก” แม่ได้ยินคำตอบรับแบบนั้นก็พูดขึ้นอย่างดีใจไม่น้อย ซึ่งต่างจากผมตอนนี้มากที่เหมือนต้องตกอยู่ในนรกทั้งเป็นทั้งที่ยังไม่เริ่มด้วยซ้ำ
แต่ไม่เป็นไร ในเมื่อเธออยากจะเข้ามาในชีวิตผมอีกครั้ง ผมก็จะทำให้เธอรับรู้ว่าการอยู่กับคนที่เกลียดเธอ มันทรมานแค่ไหน สิ่งที่ผมทรมานที่ต้องอยู่กับเธอในอีกไม่นานมันจะต้องไปตกอยู่ที่เธอแทน เธอจะได้จำไปจนวันตาย
บทล่าสุด
#55 บทที่ 55 ปล่อยวาง(พิเศษ4)
อัปเดตล่าสุด: 5/28/2026#54 บทที่ 54 เกลียดชัง(พิเศษ3)
อัปเดตล่าสุด: 5/28/2026#53 บทที่ 53 อยากมีน้อง(พิเศษ2)
อัปเดตล่าสุด: 5/28/2026#52 บทที่ 52 ควมสุข(พิเศษ1)
อัปเดตล่าสุด: 5/28/2026#51 บทที่ 51 สายไปไหม(จบ)
อัปเดตล่าสุด: 5/28/2026#50 บทที่ 50 รับแทน
อัปเดตล่าสุด: 5/28/2026#49 บทที่ 49 อย่าอยู่
อัปเดตล่าสุด: 5/28/2026#48 บทที่ 48 ขอคุยด้วย
อัปเดตล่าสุด: 5/28/2026#47 บทที่ 47 ใครบางคน
อัปเดตล่าสุด: 5/28/2026#46 บทที่ 46 คนที่รอคอย
อัปเดตล่าสุด: 5/28/2026
คุณอาจชอบ 😍
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
พันธะร้ายนายสถาปัตย์
!! หมับ !!
“หึ...เดี๋ยวนี้หัดเที่ยวนิหว่า”
“ทำไม หรือพี่ไทม์ที่พี่ตาม ตามฉันมานี้ เปลี่ยนใจ คิดจะสนใจฉัน” คนตัวเล็กไม่พูดเปล่า ปลายฝันที่ถูกฤทธิ์แอลกอฮอล์เขาครอบงำ เผยรอยยิ้มเย้ยยันให้กับคนตัวสูง แต่นั้นคำพูดของเธอกับทำให้เขาหงุดหงิดที่เธอนั้นท้าทายเขา
“สน ไม่สนมันจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อ เธอเป็นเมียฉันแล้ว” น้ำเสียงรอดไรฟันเอ่ยกับคนตัวเล็ก แต่นั้นปลายฝันกับไม่คิดสนใจคำพูดร้ายการที่แดกดันเธอ ไหนๆ พี่ไทม์ก็ทักทายฉันแล้ว ทักทายสามีหน่อยเป็นไง ปลายฝันถือวิสวะ โอบแขนเข้าต้นคอคนตัวสูง
“ เดี๋ยวนี้พี่ไทม์เปลี่ยนใจ เห็นฉันเป็นเมียพี่ไทม์ แล้วเหรอคะ พูดอีกสิคะ พูดดังๆ ให้คนสวยของพี่ได้ยินไปเลยสิคะ” คนตัวเล็กไม่พูดเปล่า แต่กับแกล้งซุกใบหน้าสวยหวานหน้าเข้าหาแกล้งยั่วโมโห นั้นยิ่งพลานทำให้ไทม์หงุดหงิดที่ถูกเด็กดื้ออย่างปลายฝันลวนลามตน ยัยเด็กแสบ กล้าดียังไงยั่วโมโหเขา ยังๆ ไม่รู้ตัว
“ปลายฝัน...”
“ที่พี่ไทม์ เห็นฉันเป็นเมียพี่นี่ คืนนี้คุณคนสวย คนนั้นลีลาไม่เด็ดเท่าฉันละสิ ” ปลายฝันยิ้มเย้นยัยให้กับคนนิสัยไม่ดี เจอหน้าก็หาเรื่องเลย ไหนๆ ก็เข้ามาทักทายแล้ว เอาหน่อยละกัน
“ทำไมจะไม่เด็ดละ เด็กๆ ที่ฉันเลี้ยงดู ทั้งสวย และเด็ดกว่าเธอหลายร้อยเท่า ดูจากขนาดไซส์ ขนาดหน้าอก...”-
ไม่มีเมีย..ก็ไม่มีชีวิต
เสียงของเขาเย็นชาและบาดหู “คุณเป็นภรรยาของผม มีหน้าที่ตอบสนองความต้องการทางร่างกายของผมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย”
“สงครามเย็นของเรายังไม่จบนะ!” การขัดขืนของฉันไร้ประโยชน์ เขาได้สอดใส่เข้ามาในร่างกายของฉันแล้ว
มืออันเย็นเฉียบของเขาลูบไล้หน้าอกของฉัน ชีวิตแต่งงานห้าปี กับการมีเซ็กส์นับครั้งไม่ถ้วน ทำให้เขารู้ดีว่าจะปลุกเร้าอารมณ์ความต้องการของฉันได้อย่างไร
ในจังหวะที่ร่างกายของฉันสั่นระริกและกำลังจะแตะขอบสวรรค์ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นกะทันหัน เขาหยุดการกระทำทันที เอามือปิดปากฉันไว้ แล้วกดรับสาย
ปลายสายเป็นเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นมาเบาๆ ว่า “ที่รักคะ ฉันอยู่ที่นี่แล้วนะ”
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
ลุ้นรักซีอีโอร้าย (Inevitable Love)
"ถ้ากลัวผมจะทำเหรอ?" ซีอีโอหนุ่มย้อนถามถามด้วยน้ำเสียงเรียกร้องสิทธิ์เต็มที่ "สรุปว่าเด็กในท้องนี่... ลูกของผมใช่ไหม?"
หนึ่งคืนที่ผิดพลาด... กลายเป็นความลับที่ตราตรึงไปชั่วนิรันดร์
‘ไพลิน พิทักษ์โยธิน’ ทายาทสาวพันล้าน คืนสุดท้ายในลอนดอนควรเป็นการเฉลิมฉลองการเรียนจบที่แสนหวาน แต่เธอกลับตื่นขึ้นมาบนเตียงของชายแปลกหน้าพร้อมกับความสาวที่สูญสลายไป
ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีคำขอโทษ มีเพียงความละอายและความเจ็บปวดที่เธอฝังลึกไว้เพียงลำพัง
จนกระทั่งรอยผิดพลาดในคืนนั้นเริ่มงอกเงยขึ้นในครรภ์!
‘มาร์คัส แกร์ริสัน’ ซีอีโอหนุ่มผู้ยืนอยู่บนยอดของอาณาจักรเทคโนโลยีโรโบติกส์ระดับโลก เขาเป็นทั้งอัจฉริยะและปริศนา ร่ำรวยแต่เย็นชา ปิดกั้นหัวใจจากความรักมานานนับปี
ทว่าหญิงสาวแปลกหน้าในคืนนั้นหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงรอยเล็บที่สลักลึกบนแผ่นหลังและความโหยหาที่กัดกินใจเขาจนไม่อาจลบเลือน
เมื่อโชคชะตาเหวี่ยงทั้งคู่ให้มาเจอกันอีกครั้งในฐานะคู่ค้าทางธุรกิจ มาร์คัสจำเจ้าของรอยเล็บบนแผ่นหลังได้แม่นยำตั้งแต่วินาทีแรก
ยิ่งเห็นหน้าท้องที่เริ่มนูนเด่น เขาก็ยิ่งมั่นใจว่านั่นคือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา
ความรักที่หายไป
เขายังพาผู้หญิงที่ฉันเกลียดมาอยู่ต่อหน้าฉันแล้วพูดว่า "ลินทร์พิตาตั้งท้องแล้ว"
ทุกคนรู้ว่าฉันรักวรธันย์หมดหัวใจ เพื่อเขา ฉันยอมเสียสละทุกอย่างที่มี แม้กระทั่งทำให้ปลายนิ้วที่ใช้เล่นเปียโนของฉันบาดเจ็บอย่างถาวรเพื่อช่วยชีวิตเขา...
พวกเขาทุกคนหัวเราะเยาะฉัน แต่ฉันก็เซ็นเอกสารหย่าอย่างเด็ดเดี่ยวและจากไปตลอดกาล
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
พยาบาลที่รักของนายจอมเหวี่ยง
"แหม ผู้ชายเพอร์เฟกต์ดูแลตัวเองได้มันจืดชืดจะตายค่ะ มะลิชอบดูแลคนไข้ดื้อๆ ปากแข็งแบบคุณคิรินมากกว่า... ท้าทายดี!"
ใครจะไปคิดว่า 'คิริน' ท่านประธานจอมเหวี่ยงที่เอาแต่ขังตัวเองในห้องและไล่พยาบาลออกเป็นว่าเล่น จะต้องมายอมสิ้นฤทธิ์ให้พยาบาลจบใหม่หน้ามึนอย่าง 'มะลิ'
จากที่ตั้งป้อมเกลียดชัง ทำไปทำมา... กำแพงที่กั้นไว้กลับพังทลายไม่มีชิ้นดี
และจากคนไข้ปากร้ายที่เอาแต่ไล่ตะเพิดเธอในวันนั้น กลายเป็นคนไข้สายรุกที่ขยันชวนพยาบาลส่วนตัวทำ 'กายภาพบำบัด' บนเตียงทุกคืนไปซะได้













