บทที่ 12 ท้อง

ภายในห้องวีไอพี

เหนือตะวันเทเหล้าใส่แก้วนั่งไขว่ห้าง ก่อนจ่อน้ำเมากลืนลงลำคอ ความขมปร่าไม่มีผลต่อชายหนุ่มทั้งสิ้น เขาเอนหลังพิงโซฟา ในมือคีบบุหรี่ควันลอยโขมง

เวลาสองทุ่มพิพัฒน์เปิดประตูเข้ามาภายใน

“ไง ไอ้เหนือ” พิพัฒน์ล้มกายลงนั่งอย่างเพลีย เหนือตะวันเหล่สายตามองเพื่อน

“มึงหายไปไหนมา”

“ไปดูร้านที่สุพรรณบุรีมาว่ะ” พิพัฒน์มีร้าน กาแฟอยู่หลายที่ เขาเดินทางบ่อย

“กูนึกว่าไปกกสาวเสียอีก” ก่อนยื่นแก้วส่งให้

“โอ๊ย กูยังไม่พร้อม” พิพัฒน์หัวเราะ

“ฮึ กูเห็นมึงพูดแบบนี้ทุกที” เหนือตะวันคลี่ยิ้ม

กริ๊ง... กริ๊ง… มือถือของเหนือตะวันดังแทรกบทสนทนา

“ฮัลโหล เหนือ” เสียงแม่เกษกมล

(“ครับแม่”)

“ลูกกลับบ้านไหมคืนนี้”

(“กลับครับแต่ดึกหน่อยครับ ผมอยู่คลับ”)

“ลูกอยากกินอะไรไหม แม่จะทำไว้ให้”

(“อะไรก็ได้ ผมกินได้หมดครับ”)

“โอเค แม่ทำข้าวต้มไว้ให้ ลูกอย่ากลับดึกละ”

(“ครับแม่ รักแม่ครับ”) เหนือตะวันเก็บมือถือใส่กระเป๋ากางเกง พิพัฒน์นั่งหัวเราะ

“แม่กูโคตรเหมือนแม่มึงจริง ๆ” ก่อนยกเหล้าขึ้นกระดกพรวดหมดแก้ว

“เฮ้อ ไอ้เหนือกูมีเรื่องจะถามมึง เรื่องเนตร”

ชายหนุ่มตั้งใจจะถามเหนือตะวันหลายวัน แต่ไม่ค่อยได้มา หางตาเหนือตะวันชำเลืองมองคนถาม

“ทำไม”

“เนตรเล่าให้กูฟัง เรื่องที่มึงว่าเธอขโมยของ”

“อื้อ แหวนเพชรกูสั่งทำให้แม่หาย และวันนั้นลูกน้องมึงเข้าไปในห้องทำงานกู”

“แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอขโมยนะโว้ย”

“แต่เธอน่าสงสัยที่สุด”

เหนือตะวันมองไปยังด้านล่าง ที่เหล่านักเต้นกำลังสนุก

“มึงไม่ได้เห็นกับตา”

“ห้องทำงานกูมีกล้องวงจรปิด”

“เนตรทำงานกับกูตั้งแต่เรียน กูการันตีได้เธอไม่มีนิสัยขโมย”

“แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่ขโมย”

“เนตรเป็นเด็กที่ขยัน ทำงานส่งตัวเองเรียนจนจบ ไหนจะส่งเงินให้ยายอีก เธอนิสัยดีใช้ได้ทีเดียวแหละ”

“ฮึ เข้าข้างกันจัง” เหนือตะวันหมั่นไส้

“กูไม่ได้เข้าข้างเธอ”

“ไม่รู้แหละ ถ้ากูยังไม่เจอ เธอยังเป็นคนต้องสงสัยที่สุด”

“มึงไปห้องเนตรทำไมวะ” พิพัฒน์จ้องหน้าเพื่อน

“ไปหาของ” เหนือตะวันพูดเหมือนเป็นเรื่องปกติ

“คนอย่างเหนือตะวันยอมลดตัว ลงไปหาหญิงสาวถึงห้องเนี่ยนะ มันฟังไม่ขึ้น” พิพัฒน์คิดไปไกล

“ของกูหายก็ต้องไปเอาคืน ผิดหรือไงวะ”

“หวังว่ามึงคงไม่ได้ทำอะไรเนตร”

สำหรับสายตาของพิพัฒน์ เนตรนภาเป็นผู้หญิงที่สวย น่ารักคนหนึ่ง ขนาดเขายังแอบตกหลุมรัก

“แล้วเธอบอกมึงว่ากูทำอะไรไหมละ” เหนือตะวันหยั่งเชิง

“บอกอะไรวะ” คิ้วหนาขมวด มุมปากเหนือตะวันกระตุกยิ้ม โดยที่พิพัฒน์ไม่มีโอกาสได้เห็น เหนือตะวันยอมรับเนตรนภาน่ารัก แถมเขายังเป็นคนแรกของเธอ

ฟากฝั่งเนตรนภา

หญิงสาวจามอย่างไม่รู้สาเหตุ เธอจามจนน้ำตาไหล หากโบราณกล่าวไว้ คงมีคนพูดถึง เธอนั่งกินมะม่วงเปรี้ยวพร้อมดูทีวีไปด้วย แต่แล้วต้องหูผึ่ง เมื่อเสียงทีวีพูดถึงอาการคนท้อง เนตรนภาหน้าถอดสี มือสั่นระริก

เมื่อไล่นึกถึงรอบเดือน หญิงสาวถึงกับนั่งไม่ติด

ความกังวลเริ่มเกิดขึ้น ขออย่าให้เป็นแบบในทีวีนั้นเลย หากเกิดขึ้นจริงอนาคตของเธอจะเป็นอย่างไรกัน

แค่ตัวคนเดียวกับยายก็ว่ายาก ถ้าเด็กคนหนึ่งเกิดมาจะทำอย่างไร ค่าใช้จ่ายมีทุกวัน คิดเพียงเท่านี้น้ำตาก็ไหลนองใบหน้า ภาวนาขออย่าให้เกิดขึ้นกับเธอเลย

หากพลาดขึ้นมาคนที่เสียใจที่สุดคือยายจันทร์ผู้เลี้ยงมาแต่อ้อนแต่ออก หญิงสาวนั่งสะอื้นไห้จนตาบวมช้ำ จมูกแดงก่ำ

เหมือนโลกทั้งใบถล่ม หูอื้อตาลาย เมื่อสิ่งที่ยืนยันการตรวจครรภ์ทั้งสองอันมันขึ้นเหมือนกัน เนตรนภาทรุดกองที่พื้นห้องน้ำ สายตาจับจ้องอยู่แต่กับแท่งตรวจครรภ์ในมือ

“ท้อง” ริมฝีปากสั่นระริก น้ำตาไหลเปียกชุ่มจนหยดลงเสื้อ หญิงสาวนั่งหมดอาลัยตายอยาก

เสียงสะอื้นไห้ไหล่สั่นไหว พลางยกมือวางหน้าท้อง สุดท้ายสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดมันก็เป็นจริง สมองมึนเบลอไปชั่วขณะ เนตรนภาร้องไห้จนน้ำตาเหือดแห้ง

ดวงตาแดงบวมช้ำ หญิงสาวเสียใจแต่ไม่ฟูมฟาย มีเพียงไหล่ที่สั่นไหว ตัวคนเดียวยังอยู่ยากแล้วดันท้องขึ้นมาอีก การเลี้ยงเด็กคนหนึ่งมันลำบากมาก

เงินทองไม่ได้มีมากมาย แค่หากินไปวัน ๆ หลังจากวันนี้เป็นต้นไป ชีวิตของเธอก็ไม่เหมือนเดิม แล้วจะทำอย่างไร คิดขึ้นมาก็อดสูที่สุด

เนตรนภาคิดไปถึงยาย แกจะโกรธเกลียดไหม กับการที่หลานคนเดียวต้องท้องกับใครก็ไม่รู้ หาพ่อให้ลูกก็ไม่ได้ หญิงสาวกลัวไปต่าง ๆ นานา

หญิงสาวเดินออกจากห้องน้ำอย่างอ่อนแรง เธอล้มตัวลงนอนน้ำตายังไหลลงเปียกหมอน ก่อนดวงตาจะค่อยปิดลง

เวลาตีหนึ่งกว่า ๆ

คลิก…

ประตูห้องเนตรนภาถูกเปิดออกจากฝีมือของชายหนุ่มที่เคยมา ที่นอนอ่อนยวบพร้อมฝ่ามือร้อนลูบไล้เรียวแขน แสงไฟจากโคมไฟส่องสลัวพอให้แสงสว่างรำไร เหนือตะวันปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวเอง ก่อนกระชากมันทิ้งอย่างไม่ไยดี

ชายหนุ่มนั่งดื่มที่คลับ จิตใจเขาไม่อยู่กับตัว มันเอาแต่จดจ่อพร่ำเพ้อร้องเรียกอยากเจอหญิงสาว

“อื้อ” คนหลับเริ่มไม่เป็นตัวของตัวเอง เมื่อมีสิ่งรบกวนการนอน

เนตรนภายกมือขึ้นไล่ปัดก่อนพลิกกายนอนหงาย สิ่งก่อกวนยังไม่ยอมหยุด เธอลืมตาแต่มีอันต้องตกใจ เมื่อใบหน้าของใครบางคนอยู่ใกล้หน้าไม่ถึงคืบ

“อื้อ” ก่อนจะส่งเสียง กลับถูกเขาครอบครองเรียวปาก ข้อมือทั้งสองถูกรวบขึ้นเหนือศีรษะทันที หมดสิทธิ์จะปัดป้องตัวเอง

หญิงสาวบิดร่างเพื่อหนีการจับกุมและเหนี่ยวรั้งของคนบนร่าง กลิ่นน้ำเมาถูกส่งเข้าปากของหญิงสาว รสชาติปะแล่มชวนเวียนหัวจนอยากอาเจียน

ฝ่ามืออุ่นร้อนสอดเข้าใต้เสื้อนอน กอบกุมทรวงอกคู่ใหญ่

“อื้อ ปล่อยหนูนะ” ริมฝีปากตะเบ็งบอกชายหนุ่ม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป