บทที่ 2 เหนือตะวัน

กริ๊ง กริ๊ง… มือถือของเหนือตะวันดังขึ้นอีกครั้ง

(“ครับคุณแม่”) เขารับสายแม่เกษกมล

“เหนือ วันนี้กลับบ้านไหมลูก”

(“ผมพึ่งถึงคอนโดมิเนียมเมื่อไม่นานนี้เองครับ”)

“อ้าวเหรอลูก วันนี้ประชุมเป็นยังไงบ้าง” ท่านเป็นห่วงลูกชาย ช่วงนี้เห็นบ่นเหนื่อย ๆ

(“ผ่านด้วยดีครับ”)

“โอเคเหนือ แม่ไม่รบกวนแล้วนะ ว่างมากินข้าวกับแม่บ้าง แม่เหงา”

(“ครับแม่ ว่างผมจะรีบเข้าไปหา รักแม่ครับ”)

“แม่รักเหนือเช่นกันจ้ะ” คุณเกษกมลอาศัยอยู่กับลูกชายเพียงสองคน หลังจากสามีเสียชีวิตด้วยโรคร้าย กว่าจะมีทรัพย์สินที่มีอยู่ทุกวันนี้ คุณเกษกมลต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมายหลายอย่าง รวมทั้งคนไม่หวังดีของเครือญาติที่อยากฮุบสมบัติของสามีที่ร่วมสร้างกันมาเพียงสองคน เมื่อธุรกิจเจริญก้าวหน้าและใหญ่โตขึ้น บรรดาญาติพี่น้องที่ไม่เคยยื่นมือช่วยเหลือ กลับอยากได้ส่วนแบ่งและผลประโยชน์ สุดท้ายก็ไม่สามารถทำได้

เมื่อเหนือตะวันเรียนจบจากเมืองนอก เข้ามาบริหารธุรกิจเองทั้งหมด กว่าเขาจะเรียนรู้งานทำให้ชายหนุ่มถอดใจและเสียน้ำตาไปเยอะ แถมถูกปองร้ายทำร้ายร่างกายบ่อยครั้งจนแทบจะถอดใจ แต่เพราะมีแม่ผู้เป็นแบบอย่างของการต่อสู้และอดทน

ทำให้ชายหนุ่มผ่านช่วงชีวิตเลวร้ายนั้นมาได้ อีกอย่างเขามีลูกน้องข้างกายอย่างเมฆาคอยช่วยเหลือ เมฆาเป็นลูกชายของคนขับรถให้พ่อแม่เขาสมัยเริ่มก่อตั้งห้างสรรพสินค้าแรก ๆ พวกเขาสนิทกันมาแต่เด็ก เมฆาขอดูแลเหนือตะวันมาจนถึงทุกวันนี้

สายตาคมเข้มละสายตาจากภายนอก เดินมาทิ้งตัวลงที่โซฟา เขานั่งกินเหล้าคนเดียว ก่อนล้มตัวลงนอนในที่สุดก็หลับจากความตึงเครียดและเหนื่อยล้า กระทั่งตะวันตกขอบฟ้า แต่คนหลับยังคงหลับใหลไม่รู้สึกตัว

เวลาสองทุ่ม

กริ๊ง กริ๊ง… มือถือเหนือตะวันดังขึ้น ชายหนุ่มสะดุ้งตื่น เขามองไปด้านนอกเห็นเพียงแสงไฟส่องสลัว เหนือตะวันลุกขึ้นนั่ง สะบัดศีรษะไปมาก่อนเสยผมลวก ๆ

(“ฮัลโหล”)

“คุณเหนือเข้าคลับไหมครับ” เมฆาโทรศัพท์ถามชายหนุ่ม

(“เดี๋ยวฉันไป ไม่ต้องมารับนะ”)

“ครับ”

(“เป็นไงบ้าง มีคนมาก่อกวนไหม”) เหนือตะวันถามไอ้พวกที่เมาแล้วหาเรื่องชกต่อยคนอื่น

“ไม่มีครับ ยังปกติดี” เมฆาคอยเดินสำรวจความเรียบร้อย

(“ฝากด้วยนะ เดี๋ยวฉันไป”)

“ครับ” ชายหนุ่มโยนมือถือลงที่นอน ก่อนเดินไปหาเสื้อผ้าสวมใส่ ขวดน้ำถูกกระดกลงลำคออย่างกระหาย จากนั้นจึงคว้ากุญแจรถ ออกจากห้องพัก เหนือตะวันขับรถยนต์คู่ใจมุ่งหน้าไปยังคลับสนุกเกอร์ ซึ่งเป็นแหล่งพักผ่อนของผู้คนทั่วไป แต่ภายในมีครบครัน

กริ๊ง กริ๊ง...

“สวัสดีครับคุณเหนือ วันนี้เพื่อนว่างไปคลับไหมครับ” เสียงพิพัฒน์ดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

(“กำลังไป มึงอยู่ไหน”)

“อื้อ กูว่าจะเข้าไปอาจดึกหน่อย”

(“มึงอยู่ไหนวะ”)

“ที่ร้าน ช่วยเด็ก ๆ เก็บร้าน”

(“เฮอะ มึงเนี่ยนะ”) เหนือตะวันเค้นหัวเราะ

“น้อง ๆ เขาเหนื่อยทั้งวัน ก็ช่วยน้องเขา”

(“เอ้อ ๆ สรุปมึงจะไปคลับไหม”)

“ไปสิวะ อาจดึก”

(“กูรอที่ร้าน”)

“ได้ครับคุณเหนือ” พิพัฒน์หัวเราะชอบใจ ชายหนุ่มยืนสูบบุหรี่อยู่หน้าร้าน หลังจากช่วยลูกน้องเคลียร์ร้านเสร็จ เขามองหญิงสาวตัวเล็กที่เดินง่วนภายในร้าน ก่อนเผลอคลี่ยิ้ม ในความขยันขันแข็งไม่เกี่ยงงาน ไม่ว่าจะใช้ให้ทำอะไรเธอทำได้หมด โดยไม่อิดออด

บทที่ 2 สนุกเกอร์คลับ

เหนือตะวันเดินเข้ามาในคลับด้วยท่าทีสง่างามที่หลายคนมักจะเอื้อนเอ่ย

“เป็นไงบ้างเมฆา” ชายหนุ่มทักทายลูกน้อง

“เรียบร้อยครับคุณเหนือ”

“อื้อ ไปดื่มเป็นเพื่อนกันหน่อย”

“ผมคงไปไม่ได้หรอกครับ สาว ๆ รอผมอยู่ครับ” เมฆาหัวเราะ

“เดี๋ยวกูถีบ ไปพักบ้าง” เหนือตะวันหยอก

“ครับ ผมรู้ดีครับว่าคุณห่วงผม” ก่อนผิวปากไปยังกลุ่มลูกน้องที่ดูแลคลับ

สำหรับสนุกเกอร์คลับของเหนือตะวัน มีครบวงจรโดยแยกเป็นโซน ๆ ไป มีโต๊ะสนุกเกอร์ไม่ต่ำกว่าห้าสิบโต๊ะ และยังมีคลับบาร์สำหรับต้อนรับนักเที่ยวที่ชอบเสียงเพลงและนั่งดื่ม พื้นที่บริเวณใหญ่กว้างขวาง ลูกค้าที่มาจะรู้ว่าแต่ละโซนอยู่ตรงไหน ห้องพักส่วนตัวอยู่ติดกับห้องวีไอพีที่เขาทำไว้นั่งดื่มกินกับเพื่อนฝูง

ชายหนุ่มเดินเข้าห้องทำงาน ซึ่งเป็นกระจกสีทึบสามารถมองเห็นทั้งสองฝั่ง ไม่ว่าจะเป็นโซนคลับบาร์และโซนสนุกเกอร์ สองเท้าพาดเหยียดยาวบนโต๊ะทำงาน มือคีบบุหรี่นั่งมองยังลูกค้าที่มากหน้าหลายตา ใคร ๆ ต่างรู้จักชื่อเสียงเรียงนามเขาเป็นอย่างดี ในกลุ่มนักท่องเที่ยว

เหนือตะวัน จินดาเมธาวัฒน์ หรือที่ทุกคนเรียก เหนือ ชายหนุ่มอายุสามสิบสี่ปี ทายาทเจ้าของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดหลายแห่ง อีกทั้งยังเป็นเจ้าของสถานที่ของสนุกเกอร์คลับแห่งนี้ ชายหนุ่มทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เขาเปิดคลับแห่งนี้มานานหลายปี นิสัยใจคอทุกคนจะรู้กันเป็นอย่างดี

เวลาสี่ทุ่ม

กริ๊ง กริ๊ง…

“มึงอยู่ไหนเหนือ”

(“คลับ”)

“กูกำลังถึง พวกไอ้น่านไอ้นายเดี๋ยวมา” สองแฝดคู่หูนรก ที่กลุ่มเขาตั้งให้

(“อื้อ ตามสบาย”)

“มึงพูดอย่างอื่นเป็นบ้างไหมวะไอ้เหนือ” พิพัฒน์แซว

(“กูไม่ใช่มึง”) เหนือตะวันยืนมองไปที่ลูกค้าที่กำลังสนุกโยกย้ายเต้นอย่างเมามัน

“แค่นี้แหละ”

(“อื้อ”)

น้ำเมาถูกกรอกลงลำคออย่างไม่ยี่หระ เหนือตะวันยืนล้วงกระเป๋ากางเกงมองไปรอบ ๆ เมื่อทุกอย่างเป็นระเบียบไม่มีปัญหา เขาก็หยุดมานั่งที่เก้าอี้ นั่งสูบบุหรี่ปล่อยควันพวยพุ่งคละคลุ้งทั่วห้อง

เมื่อชายหนุ่มอยู่ที่คลับก็เป็นอีกแบบ แต่เวลาไปที่ห้างสรรพสินค้าเขาก็เป็นอีกคน แต่ที่ไม่เปลี่ยนคือนิสัยที่รักความถูกต้อง เสียงโหวกเหวกดังขึ้นในห้องส่วนตัววีไอพี

“ไอ้เหนืออยู่ไหนครับ” น่านทำเสียงยาน

“สงสัยมันจะอยู่ห้องทำงานว่ะ” พิพัฒน์ทิ้งกายลงนั่งโซฟาแก้อาการเมื่อยล้า

“โทรศัพท์หามันหน่อยสิ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป