บทที่ 3 ลูกชายสุดที่รัก
ยังไม่ทันได้กด ประตูก็ถูกผลักเข้ามา
“กำลังจะโทรศัพท์ตามพอดี”
“อื้อ เดี๋ยวสั่งเด็กเอาของมาให้” เหนือตะวันโทรศัพท์ไปสั่งชุดเหล้า ไม่นานพนักงานก็ยกขึ้นมาวางบนโต๊ะ กลุ่มของเหนือตะวันมักจะมาที่คลับกันบ่อย โดยพวกเขามานั่งดื่มหรือไม่ก็พากันเล่นสนุกเกอร์ยามที่เหนื่อย ๆ
แก้วเหล้าถูกยกชนแก้วพร้อมกัน ก่อนพากันกรอกลงท้อง
“เป็นไงบ้างร้านมึงช่วงนี้พัฒน์ เห็นลูกค้าเยอะนี่หว่า” เหนือตะวันถาม
“อื้อ ลูกค้าเยอะ”
“วันนี้เด็กที่ร้านมึงไปส่งเค้กให้แม่กู กูยังไม่ได้จ่ายเงินมึงเลยว่ะ”
“อื้อ สะดวกก็จ่าย”
“เด็กในร้านมึง ไม่รู้จักกู”
“ใครวะ”
“ยัยตัวเล็ก ๆ ผมยาว ๆ”
พิพัฒน์คิดอยู่นาน ก่อนดีดนิ้วพูดขึ้น
“น้องเนตรเหรอวะ”
“ไม่รู้ไม่ได้ถาม ซื่อดีนะ”
“นิสัยดีด้วย”
“ฮึ ยืนเอ๋อแดก กลัวกูไม่จ่ายเงิน”
“ทีหลังมึงก็บอกน้องเขาสิวะ น้องมาทำงานได้เกือบปี อาจยังไม่รู้จักมึง”
“เฮ้ย คลายเครียดกัน พวกมึงจะมาคุยเรื่องงานอะไรกันตอนนี้ว้า” นายทักท้วง พิพัฒน์กับเหนือตะวันจึงพากันเปลี่ยนเรื่อง
ไม่นานสาวสวยประจำก็เข้ามาบริการหนุ่ม ๆ ตามที่ชายหนุ่มโทรศัพท์ตามมา เมื่อเริ่มเมาก็เริ่มล้วงควักจับบีบตามสไตล์ผู้ชาย เหนือตะวันสูบบุหรี่ปล่อยควันลอยขาวโพลน เขาเหยียดแขนยาวมองดูเพื่อน ๆ สนุกกับสาว ๆ ข้างกาย
ด้านล่างของคลับ
“ปริมอย่าดื่มเยอะเดี๋ยวเมา” เนตรนภาห้าม
“ไม่เป็นไรเนตร เราคอแข็ง” ปริมซึ่งมักจะมาเที่ยวบ่อย
“ลองดื่มดูได้นะเนตร”
“ไม่เอาเราดื่มไม่เป็น” ปกติเนตรนภาไม่ค่อยชอบมาสถานที่แบบนี้ เธอไม่ชอบคนเยอะหรือแสงสีพวกนี้ เสียงเพลงมันดังจนชวนให้ใจสั่น หากไม่ใช่ปริม เธอก็คงไม่ยอมมาด้วย เนตรนภานั่งดื่มเพียงน้ำหวานกับน้ำเปล่าเท่านั้น
ด้านเหนือตะวันขอตัวลงไปสำรวจ ตรวจความเรียบร้อย เขาดื่มไปเยอะแต่น้ำเมาไม่ได้มีผลกับเขา ที่จะโค่นเขาเมาได้ต้องเรียกว่าคอทองแดงก็ว่าได้ เสียงเพลงดังอึกทึกครึกโครม เหล่านักท่องเที่ยวพากันเต้นอย่างสนุกสุดเหวี่ยง รวมทั้งกลุ่มของเนตรนภา หญิงสาวนั่งที่โต๊ะเพียงคนเดียวรอเพื่อน ๆ ในร้านที่ลุกไปเต้นรวมกับคนอื่น ๆ
โต๊ะกลุ่มเนตรนภานั่งเกือบท้ายสุดอยู่ติดต้นไม้ แสงไฟส่องนำรำไร กลายเป็นว่าหญิงสาวเป็นที่สะดุดตาของใครบางคน เขาเพ่งมองเธออยู่นาน ก่อนที่เพื่อน ๆ ของเธอจะเดินจับกลุ่มมานั่งที่เดิม หลังพากันออกไปลุกเต้น
“เราขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะปริม”
“ไปถูกไหมเนตร”
“พาเราไปหน่อย”
“ตามเรามา” ปริมาภรณ์จูงมือเนตรนภาเดินไปห้องน้ำ สำหรับปริมเธอมาเที่ยวบ่อย จนรู้แทบทุกซอกทุกมุมของที่นี่ ทั้งสองเดินผ่านชายหนุ่มเจ้าของที่นี่ เขาหลบทางให้
“ฮึ นิสัยดี” เหนือตะวันนึกถึงคำพูดของพิพัฒน์
ราวยี่สิบนาทีสองสาวก็เดินกลับไปยังกลุ่มเพื่อน ๆ เขาจ้องมองอยู่นานก่อนละสายตา เดินไปสำรวจความเรียบร้อยที่อื่น
เวลาตีสอง…
“ไม่เมาใครว่าเราเมา ฮะ” เสียงปริมพูดอ้อแอ้แทบไม่รู้เรื่อง โชคดีที่ญาติของปริมมาด้วย
“ปริมเดินดีสิ” ปริมถูกหิ้วปีกออกจากร้าน และพากันขึ้นแท็กซี่กลับที่พัก
ทางด้านเหนือตะวันยืนล้วงกระเป๋า
“ไหนวะมึงบอกเด็กนิสัยดี”
“ใครวะ” เหนือตะวันชี้ออกนอกกระจก ให้พิพัฒน์ดูลูกน้องตัวเองที่ถูกหิ้วปีกอย่างทุลักทุเล
“ใช่เหรอวะ”
“อื้อ ก็เห็นพากันมาเป็นกลุ่ม รวมทั้งแม่เด็กดีของมึงด้วย”
“เลิกงานแล้ว กูไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวโว้ย”
“ดีแตกสิไม่ว่า” เหนือตะวันหัวเราะในลำคอ
“มึงจะไปยุ่งกับเธอทำไม มาดื่มกินกัน”
“อื้อ”
ทุกคนในห้องวีไอพีพากันเมาแทบควบคุมสติกันไม่ได้ ยกเว้นแต่เหนือตะวันที่ยังมีสติ จนทุกคนเริ่มไม่ไหว จึงขอตัวพากันกลับบ้าน โดยเมฆาได้รับอาสาจากเหนือตะวัน ให้ตามไปส่งเพื่อน ๆ เขา
“คุณเหนือจะกลับบ้านคืนนี้ไหมครับ”
หลังจากที่ไปส่งเพื่อน ๆ ของเจ้านายขึ้นรถและทยอยกลับบ้าน
“อื้อ งั้นกลับบ้านกันเถอะ ง่วงว่ะ” วันนี้แม่เขาเองก็บอกให้กลับบ้าน
“ครับ” เมฆาบึ่งรถพาเจ้านายหนุ่มกลับบ้านทันที
สาย ๆ วันถัดมา
“คุณเกษคะ ทำอะไรเยอะจังคะ” แม่บ้านรู้ใจพลางยิ้มชอบใจ
“ลูกเหนือมาเมื่อคืนจ้ะ” รอยยิ้มกว้างนานทีที่ได้เห็น
“คงเหนื่อยงานน่าดูนะคะ ไหนจะงานห้างสรรพสินค้า ไหนจะคลับบาร์อีก” แม่บ้านที่พ่วงด้วยแม่นมที่เลี้ยงชายหนุ่มมาแต่เกิด
“นั่นสิ แทนที่จะรีบหาเมียแต่งงานมีลูกเต้ากลับไม่ยอม เกษละเหนื่อยใจกับตาเหนือเหลือเกิน ไอ้เราก็อยากมีหลานกับเขาบ้าง สงสัยคงรอไปอีกนาน เผลอ ๆ คงอยู่แบบไร้ลูกหลานสืบสกุล เฮ้อ”
“คุณเหนือคงไม่อยากมีภาระมั้งคะ”
“มีเมียไม่ใช่ภาระนะจ๊ะ เมียคือเพื่อนคู่คิดคู่พากันสร้างต่างหาก”
“ดิฉันก็ไม่ได้หมายความแบบนี้ค่ะ”
“เกษเข้าใจความหมายดีจ้ะ” ด้วยความที่อยู่กันมานมนาน แค่มองตาก็รู้ว่ารู้ใจว่าคิดอะไร
“ยกของไปวางเถอะ เผื่อตาเหนือลงมาแล้วหิว”
เหนือตะวันลงจากห้องนอน กำลังจะเข้าครัวเพราะรู้ว่าผู้เป็นแม่มักทำกับข้าว แต่ต้องชะงัก เขาได้ยินคำพูดของคนทั้งสอง ก่อนจะเดินมานั่งรอที่โต๊ะทานข้าว เหมือนพึ่งลงมาจากห้องนอน
“อ้าว ตาเหนือ ลงมานานหรือยัง” เมื่อคุณเกษกมลกำลังยกอาหารออกจากห้องครัว
“พึ่งลงมาครับ” เหนือตะวันลุกขึ้นสวมกอดแม่พร้อมหอมแก้มฟอดใหญ่
“เอ๊ะ วันนี้มาแปลก”
“คิดถึงแม่จังครับ”
“คิดถึงแม่ก็มาบ้านบ่อยไปสิ ไม่ใช่เจอหน้าแล้วบอกคิดถึง แต่ขลุกอยู่แต่กับงาน” เหมือนน้อยใจลูกชาย
“งานเยอะครับแม่”
“จ้ะลูก อ้อ กาแฟไหม”
“ดีครับแม่”
