บทที่ 6 อย่าคิดมาก
ร้านกาแฟ ประตูร้านถูกผลักเข้ามาพร้อมเสียงกริ่งดังขึ้น
“สวัสดีค่ะคุณลูกค้า อุ๊ย”
เสียงดังก่อนเจ้าตัวจะมอง หญิงสาวเอี้ยวตัวเพื่อดูลูกค้า แต่ต้องตกใจเมื่อใบหน้าชายหนุ่มอยู่ใกล้แทบจะชนใบหน้าเธอ หญิงสาวรีบถอยหลัง
ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปาก เขาไล่มองใบหน้าหญิงสาว
“คุณต้องการอะไรคะ ทำไมมองหนูแปลก ๆ”
“อ้อ หนูต้องขอโทษคุณด้วยนะคะ ที่ทำกาแฟหกใส่เสื้อคุณ”
“ฮึ” เขาเอาแต่สำรวจหญิงสาว
“คุณมีอะไรคะ”
“เธอเอาอะไรของฉันไป” ปากหยักขยับช้าไป
“เอาอะไร หนูไม่ได้เอาอะไรของคุณมาสักหน่อย” เนตรนภาขมวดคิ้ว
“ไอ้พัฒน์รับหัวขโมยแบบเธอเข้าทำงานได้ยังไง”
“ขโมย หนูไปขโมยอะไรของคุณคะ”
“เธอใช่ไหมที่เข้าไปในห้องทำงานฉัน”
เหนือตะวันคลี่ยิ้มพร้อมสืบเท้าเข้าหา เนตรนภาถอยหลังกรูด
“ใช่ค่ะ พี่ผู้หญิงใช้ให้หนูเข้าไปเอาเสื้อสูทให้คุณ ไม่ได้หยิบอะไรออกมานะคะ”
หญิงสาวมึนงงไปกันใหญ่ อยู่ ๆ ถูกกล่าวหาว่าเป็นขโมยหน้าตาเฉย
“โกหก” เหนือตะวันประชิดตัวคว้าต้นแขนเนตรนภา กระชากปะทะแผงอกเขา ทำให้หญิงสาวเซ
“อื้อ หนูพูดความจริงไม่ได้โกหก” เขาออกแรงบีบจนหญิงสาวเบ้หน้าด้วยความเจ็บ ปริมาภรณ์ออกมาเห็นเหตุการณ์พอดี เธอรีบเข้าช่วยเหลือเพื่อน
“ทำอะไรเพื่อนฉัน” เธอรีบผลักชายหนุ่มออกจากเนตรนภาและยืนขวางหน้า ชายหนุ่มยิ้มอย่างชอบใจ
“ถามเพื่อนเธอสิ เอาอะไรฉันไป” เหนือตะวันจ้องหน้าคนที่อยู่ด้านหลัง เค้นเสียงทุ้มเข้มจนคนฟังหวาดกลัว
“คุณเป็นผู้ชายทำร้ายผู้หญิงได้ยังไงกัน” ปริมาภรณ์ต่อว่า
“ฉันแค่มาตามของของฉันคืน ยังไม่ได้ทำร้ายอะไรเพื่อนเธอด้วยซ้ำ อย่ากล่าวหา”
“เอ๊ะ” ปริมอารมณ์ขึ้น เขาเป็นผู้ชายแบบไหน โกหกหน้าตาย เห็นกับตาว่าทำร้ายเนตรนภา
เนตรนภาพยายามดึงแขนเพื่อน ไม่ให้ต่อว่าชายหนุ่ม เธอรู้ว่าเขาเป็นเพื่อนของพิพัฒน์ อีกอย่างไม่อยากให้เพื่อนต้องเดือดร้อน
“ปริมหยุดเถอะเพื่อนคุณพัฒน์” เมื่อได้ยินเนตรนภาบอกปริมาภรณ์ถึงกับกลืนน้ำลายลงลำคอ แต่เธอยังไม่ยอมลดละ
“อ้อ เป็นเพื่อนกันนี่เอง คนรวยนี้ชอบวางอำนาจจังนะคะ”
“ฮึ” เหนือตะวันยกยิ้มมุมปาก สายตาเย้ยหยันมองผ่านไปยังเนตรนภา
“ขอโทษค่ะคุณ หนูไม่ได้เอาอะไรของคุณมาจริง ๆ ค้นตัวหนูก็ได้ค่ะ”
“วันนี้ฉันไม่มีเวลาต่อปากต่อคำกับพวกเธอ แต่วันหลังฉันไม่ยอมปล่อยเธอไว้แน่”
ชายหนุ่มล้วงกระเป๋ากางเกงเดินออกจากร้านอย่างมีแผนการ จะให้เขาค้นตัวเธอใครมันจะโง่เอาของที่ขโมยมาไว้ในตัว
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อนร่วมงานต่างพากันถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพราะทุกคนต่างรู้ว่าเนตรนภามีนิสัยอย่างไร เธอไม่มีวันหยิบฉวยเอาของใครมาง่าย ๆ ต้องเกิดเหตุเข้าใจผิดอะไรกันแน่นอน
เหนือตะวันหัวเสียเป็นอย่างมาก ตั้งแต่โตมายังไม่เคยมีใครอวดดีกล้ายอกย้อนกล้าดีกับเขาเพียงนี้ เขาคาดโทษหญิงสาวที่เป็นหัวขโมย
“ว่ายังไง” เมื่ออยู่ภายในรถ
“รู้ที่อยู่เธอแล้วครับ”
“อื้อ ดี” ริมฝีปากยิ้มอย่างพอใจ
“ไปไหนต่อครับ” ชายหนุ่มดูเวลาก่อนขยับปาก
“ไปคลับ”
“ครับคุณเหนือ”
สายตาเข้มเพ่งมองไปนอกตัวรถ ของที่หายมันสำคัญกับเขามาก เพราะเขาสั่งทำให้กับคนที่รักสุดหัวใจ ซึ่งเหลือไม่กี่อาทิตย์ก็จะถึงวันสำคัญ ชายหนุ่มต้องเอาคืนให้ได้
สนุกเกอร์คลับ
สองเท้าเดินสำรวจความเรียบร้อย พร้อมทักทายนักเล่นสนุกเกอร์ เหนือตะวันเป็นที่รู้จักกว้างขวางของนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง
“สวัสดีครับคุณเหนือ” ลูกน้องที่คอยดูแล
“สวัสดีมีอะไรบ้างไหม”
“เรียบร้อยดีครับ”
“อื้อ ฝากด้วยนะ”
“ครับ ไม่ต้องห่วงครับ”
“ขอบใจ”
สองเท้าเดินปะปนกับคนอื่น ๆ ก่อนจะเดินขึ้นห้องพักส่วนตัว
ด้านเนตรนภาคิดไม่ตกกับคำครหา เธออยากรู้ว่าอะไรที่มันหาย ชายหนุ่มจึงได้ตามมาที่ร้าน ปกติเขาแทบไม่ย่างก้าวมาในสถานที่แบบนี้
นอกเสียจากเจ้าของร้านนัดมาร่วมทานกาแฟ ถ้าลำพังอย่าได้หวังจะเห็นหน้า จิตใจที่เหม่อลอย ไม่ได้ยินลูกค้าที่สั่งกาแฟ จนเพื่อนต้องสะกิดแขน เนตรนภาถึงได้ออกจากภวังค์
“ขอโทษค่ะลูกค้า”
“ลัตเตร้อนไม่หวานและก็เค้กวานิลลาหนึ่งที่”
“ได้ค่ะ ลูกค้านั่งรอได้เลยค่ะ” แม้ลงมือชงกาแฟให้ลูกค้า แต่จิตใจกลับว้าวุ่นคิดแต่เรื่องของเจ้าของห้างสรรพสินค้า
เธอคิดไปถึงหากเขาแจ้งความเอาตำรวจมาจับ อนาคตเธอดับแน่
“อื้อ” หลังจากยกกาแฟส่งลูกค้า ก็กลับมายืนหน้าเคาน์เตอร์
“เนตร คิดเรื่องช่วงบ่ายเหรอ” ปริมออกมาจากหลังร้าน
“อื้อ ปริมถ้าเขาแจ้งความเราจะทำยังไง”
“ไม่เห็นต้องกลัว เราไม่ผิด”
“เขามีเงินมีอำนาจนะ”
“มีแล้วไงเนตร ตำรวจเขาต้องตรวจสอบจนแน่ใจถึงจะจับ เธอคิดมาก”
แม้ปริมจะหวั่นใจไม่น้อย หากเพื่อนไม่ผิดไม่เห็นต้องกลัว
“อื้อ ช่างเถอะอะไรจะเกิดก็ปล่อย” เธอไม่ผิดจะกลัวอะไรกัน
“ทำใจให้สบายใจ อย่าคิดมาก”
“ขอบใจนะปริม”
เมื่อถึงเวลาเลิกงานร้านถูกปิดลง สองสาวเดินกะหนุงกะหนิงกลับห้องพักเหมือนเฉกเช่นทุกวัน
ร้านกาแฟของพิพัฒน์มีพนักงานเข้างานไม่ตรงเวลากัน เพื่อสลับสับเปลี่ยนเวลาเข้างาน ที่เขาทำแบบนี้พนักงานจะได้ไม่เหนื่อยเกินไป เพราะลูกค้าเยอะ
“กลับห้องดี ๆ นะเนตร อย่าคิดมาก”
“อื้อ ขอบใจปริมมาก” ปริมยืนมองเนตรนภาเดินเข้าไปในซอยห้องพัก จากนั้นเธอจึงกลับห้องตัวเอง
