บทที่ 8 เสียใจ
ยกมือขึ้นผลักไสชายหนุ่มถอยห่าง แต่กลับถูกกดลงที่นอน เหนือตะวันร่างกายร้อนผะผ่าว เนื้อตัวปวดหนึบ เขากดจูบไล่ตามหน้าท้องแบนราบ
มือลูบไล้สีข้างทั้งสองส่งผลให้เนตรนภาขนลุกซู่ เกิดความวาบหวามในตัวจนต้องแอ่นอกเผยอครางเบา ๆ ชายหนุ่มเลื่อนมือถอดกางเกงนอนพร้อมแพนตี้จิ๋วลงข้อเท้า
จากนั้นจัดการเสื้อผ้าตัวเอง โน้มกายเข้าหาหญิงสาวอีกครั้ง เขาส่งจูบอย่างรัญจวน กลิ่นอายความหอมช่างเย้ายวนชวนให้ลิ้มลองยิ่งนัก
ต้นขาแกร่งดันเรียวขาเล็กแยกออกห่าง แกนบุรุษเพศโป่งพองจนปวดหนึบ เนตรนภาสัมผัสถึงความอุ่นร้อนตรงของหวง ความหวาดกลัวส่งให้เธอเริ่มต่อต้าน
แต่ความอ่อนหัดไม่ประสาของหญิงสาว กลับเอื้ออำนวยต่อชายหนุ่มอย่างมาก
“อื้อ ได้เวลาลงโทษคนโกหกซะที”
ใบหน้าที่แดงก่ำเหมือนอดทนต่อสิ่งตรงหน้า เนตรนภาร่างอ่อนปวกเปียกระทดระทวยเรี่ยวแรงถูกชายหนุ่มสูบหายไป นอนหายใจระรวย
หญิงสาวใบหน้าแดงก่ำรวมทั้งเนื้อตัวขึ้นเห่อแดง ดวงตาปรือเหมือนจะหลับกลับเบิกโพลงกว้าง รีบกระเถิบถอยหนีแต่ถูกเหนือตะวันจับไว้
“อย่าทำหนูเลยนะคะ หนูกลัว” เธอปล่อยโฮยกใหญ่ มือเริ่มยกขึ้นทุบตีชายหนุ่มอีกครั้ง
“หยุดดิ้น” เหนือตะวันเค้นเสียงเข้ม เขาบดเบียดบุรุษเพศเข้าหา สายตาพลางจับจ้องใบหน้าหวานที่เปียกชุ่มด้วยน้ำตา ชายหนุ่มกดตัวตนเข้าใส่ของหวง
“กรี๊ด... ฮือ เจ็บ หนูเจ็บ” คราวนี้เธอร้องไห้อย่างหนัก
“โอ้ เธอยังไม่เคยผ่านใครมาหรือ” เหนือตะวันคลี่ยิ้มอย่างพอใจ เนตรนภาออกแรงดิ้นแต่ถูกเหนือตะวันออกแรงขยับบดเบียดรุนแรง
“อื้อ อ๊ะ” เหนือตะวันมองคนใต้ร่าง เขาเห็นเธอกำผ้าปูที่นอนแน่น
ยามที่ชายหนุ่มรุกรานทุกการเคลื่อนไหวขยับตัวเร็วแรง เนตรนภารู้สึกเจ็บปวดเหมือนร่างกายจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ ริมฝีปากจิ้มลิ้มขบเม้มแน่น
เธอเลื่อนมือมาจับข้อมือเหนือตะวันจิกเล็บลงเนื้อ หวังช่วยระงับความรู้สึกบางอย่าง
“คุณ เนตรเจ็บ”
เธอหลับตาไม่อยากเห็นหน้าชายหนุ่ม เหนือตะวันรู้สึกเสียหน้าออกแรงกระแทกกระทั้น จนเธอปล่อยเสียงครางอย่างพอใจ
เนตรนภาเจ็บปวดรวดร้าวทั้งตัว ก่อนหน้าท้องหดเกร็งปลดปล่อยความต้องการ เหนือตะวันจับพลิกเนตรนภาคว่ำหน้าก่อนยกสะโพกขึ้นสูง
“คุณ” หญิงสาวตกใจรีบร้องเรียกชายหนุ่ม
“ไม่นะ อื้อ”
แกนบุรุษเพศเข้าภายในของหวง ชายหนุ่มเชิดหน้าครางสูดปากไม่หยุด เหนือตะวันออกแรงขยับเข้าออกไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย หยาดเหงื่อเกาะแพรวพราวทั่วทั้งร่าง
ชายหนุ่มโน้มกายทาบทับแผ่นหลัง เขากดจูบสร้างรอยทั่วทั้งตัวไม่ว่าด้านหน้าด้านหลัง
ส่วนล่างคงขยับเข้าออกรุนแรง เนตรนภาซบหน้าลงที่นอน ลมหายใจรุนแรง ลำคอแห้งผาก
เหนือตะวันยังคงกระแทกกระทั้นในกายเธอ ชายหนุ่มคลอเคลียแนบชิดไม่ห่าง ในที่สุดเขาก็ได้ปลดปล่อยความต้องการของตัวเอง
“ฉันชักติดใจเธอแล้วสิ สุดยอดจริง ๆ”
ก่อนถอดถอนตัวเองออกห่างหญิงสาว ทันทีที่ร่างกายเป็นอิสระ เนตรนภากัดฟันขยับกายถอยห่างคนตัวโตพร้อมคว้าผ้าห่มมาปกปิดเรือนกาย ร้องไห้ปานใจจะขาด
ขณะที่ชายหนุ่มแต่งตัวไม่สนใจหญิงสาวสักนิด
“หากไม่คิดจะคืนของให้ฉัน ฉันจะมาหาเอง”
ก่อนจะเปิดประตูออกไป เสียงร้องไห้ปิ่มจะขาดใจ ดังเล็ดลอดออกไปด้านนอก
คนที่คิดว่าไปแล้วกลับยืนสูบบุหรี่ได้ยินเสียงร้องไห้นั้นตลอดเวลา ก่อนที่เขาจะเดินจากไปโดยไม่หันหลังกลับมามอง
เนตรนภาร้องไห้จนแทบไม่มีน้ำตาให้ไหล ความสาวถูกใครก็ไม่รู้มาพรากไป เพราะคำครหาว่าเธอเป็นหัวขโมย เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นดังก้องในหัวใจ
ความเสียใจเกาะกินหัวใจ หมดสิ้นทุกอย่างสิ่งที่เธอเก็บรักษามาตลอดยี่สิบสามปี มันไม่หลงเหลือให้ภูมิใจอีกต่อไป ดวงตาแดงบวมช้ำ
ริมฝีปากแตกแห้ง เนื้อตัวเต็มด้วยร่องรอยการกระทำของชายหนุ่ม สุดท้ายร่างกายไม่ไหว หญิงสาวหลับทั้งคราบน้ำตาเกรอะกรังไหลลงเปียกหมอน
ดวงตาปิดลงพร้อมเสียงสะอื้นที่จางหายพร้อมลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ
ช่วงกลางดึก เนตรนภารู้สึกตัว เธอคลานลงเตียงอย่างยากลำบาก ฝืนกัดฟันเดินเข้าห้องชำระล้างคราบไคลสิ่งสกปรกที่ชายหนุ่มทิ้งไว้บนเรือนร่าง
ถึงจะขัดถูร่องรอยมันยังคงหลงเหลือให้เธอได้ดูต่างหน้า น้ำตาไหลพรากอีกครั้ง พร้อมเสียงคร่ำครวญระงม เธอใช้เวลาเพียงไม่นาน เพราะรู้สึกหนาว
ยาแก้ไข้ถูกหย่อนลงปากตามด้วยน้ำแก้วใหญ่ สองขาอันสั่นเทาแทบไม่มีแรงเดินไปที่นอน ร่างบางที่บอบช้ำทั้งกายและหัวใจล้มตัวลงนอน น้ำตาที่ไหลรินลงเปียกหมอนเป็นเพื่อนจนกระทั่งหลับใหล
ทางด้านเหนือตะวัน
เหนือตะวันกลับมาถึงคอนโดมิเนียมช่วงเวลาตีหนึ่งกว่า ๆ ชายหนุ่มถอดเสื้อผ้าโยนลงตะกร้า คว้าผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำ ร่างกายบึกบึนยืนใต้สายน้ำ สองมือค้ำผนังห้องน้ำ
ดวงตาคมเข้มหลับลง สมองคิดถึงแต่ภาพหญิงสาว เสียงร้องคร่ำครวญและผลักไสเขาออกห่าง กลิ่นอายเนื้อตัวที่ไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่น ๆ เธอตัวเล็กก็จริงแต่รูปร่างสัดส่วนนั้นใหญ่เต่งตึงเฉพาะทรวงอกสล้าง
เหนือตะวันสะบัดศีรษะไล่ความคิดเหล่านั้นออกจากสมอง “บ้าฉิบ” ก่อนเช็ดตัวและผมลวก ๆ พอเป็นพิธี
สวมชุดนอนทิ้งกายลงนอน พรุ่งนี้เขามีพบปะผู้ค้าที่จะมาร่วมลงทุนค้าขายในห้างสรรพสินค้า
ช่วงสายของอีกวัน
“อื้อ” เนตรนภาพลิกกายก่อนครางเบา ๆ ดวงตาหนักอึ้งเนื้อตัวปวดรวดร้าวระบม
สองมือค้ำที่นอนเพื่อพยุงร่างลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง อาการปวดหัวรุมเร้าเข้าเบ้าตา ก่อนใช้มือบีบนวดขมับเบา ๆ ลำคอแห้งผากทุกครั้งยามกลืนน้ำลาย
หญิงสาวฝืนร่างยกมือขึ้นกุมหน้าท้อง เดินเข้าห้องน้ำอย่างยากลำบาก
กริ๊ง... กริ๊ง… มือถือดังขึ้นขณะเจ้าของอยู่ในห้องน้ำ ทุกย่างก้าวต้องคอยสูดปาก
เนตรนภาเดินมาหยุดที่เตียงนอนอีกครั้ง มือลากคว้าหามือถือขึ้นมาดู เห็นเบอร์ของปริม เธอจึงกดหา
“ฮัลโหลปริม” น้ำเสียงแหบแห้ง
(“เฮ้ย เนตรทำไมเสียงเป็นแบบนั้น”) ปริมทักเสียงดัง
“เราไม่สบายปริม”
(“กินข้าวกินยาหรือยัง”) ปริมถามด้วยความเป็นห่วง
“อื้อ กินแล้ว”
