บทที่ 12 หัวใจเต้น

คืนนั้น ดาด้าต้องอยู่เวรดึกเป็นครั้งที่สอง...

หลังจากส่งมอบเคสให้แพทย์เวรถัดไปเรียบร้อยแล้ว เธอยังไม่รีบกลับหอพัก แต่แวะเข้าไปในห้องสมุดของโรงพยาบาลซึ่งเปิดให้บริการยี่สิบสี่ชั่วโมง เพื่อทบทวนเรื่อง Electrolyte Imbalance (ภาวะเกลือแร่ในร่างกายไม่สมดุล) ประเด็นสำคัญที่ทำให้เธอพลาดไปเมื่อวาน

แสงไฟสีเหลืองนวลยามดึกภายในห้องสมุดเงียบสงบราวกับหลุดมาอยู่อีกโลกหนึ่ง มีเพียงเสียงพลิกกระดาษและเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังแผ่วเบาแทรกความเงียบ ดาด้านั่งก้มหน้าก้มตาจดบันทึกอย่างตั้งใจ จนไม่ทันสังเกตว่ามีใครบางคนเดินเข้ามาหยุดยืนที่โต๊ะตรงข้าม

"ยังไม่กลับอีกเหรอ"

เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังขึ้นกะทันหันจนดาด้าสะดุ้งเงยหน้าขึ้นมอง

"อาจารย์ราม!" เธออุทานเบา ๆ ด้วยความตกใจ "อาจารย์ยังไม่กลับอีกเหรอคะ"

"มีเคสด่วนต้องรอผลแล็บ" เขาตอบสั้น ๆ พลางวางแก้วกาแฟดำลงบนโต๊ะ สายตาคมกริบเหลือบมองกองหนังสือนับสิบเล่มตรงหน้าเธอ "อ่านเรื่อง Electrolyte อยู่เหรอ"

"ค่ะ หนูอยากทำความเข้าใจให้แน่นขึ้น จะได้ไม่พลาดอีก"

รามณรงค์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเลื่อนเก้าอี้ขยับเข้ามาใกล้โต๊ะของเธอมากขึ้นอย่างไม่คาดคิด "ตรงไหนที่ไม่เข้าใจ... ลองอธิบายมา"

ดาด้าอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบใช้นิ้วชี้ไปยังตารางเกลือแร่ในสมุด "ตรงนี้ค่ะ หนูยังสับสนเรื่องกลไกการชดเชย เวลาค่าโพแทสเซียมผิดปกติร่วมกับภาวะไตวายเฉียบพลัน"

ชายหนุ่มหยิบปากกาออกจากกระเป๋าเสื้อกาวน์ แล้วเริ่มลากเส้นวาดแผนภาพอธิบายอย่างเป็นระบบลงบนกระดาษโน้ตของเธอ น้ำเสียงทุ้มลึกอธิบายรายละเอียดทีละขั้นตอนอย่างใจเย็น ไม่มีท่าทีรำคาญหรือเร่งรีบแม้แต่น้อย ต่างจากภาพลักษณ์อาจารย์หมอดุเนียบที่ทุกคนยำเกรงโดยสิ้นเชิง

ดาด้าจ้องมองมือหนาที่ขยับปากกาอย่างคล่องแคล่วนั้นเงียบ ๆ ริมฝีปากบางอมยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว หญิงสาวเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมใคร ๆ ถึงยกย่องว่าเขาเป็นอาจารย์ที่เก่งที่สุด เพราะทุกคำอธิบายของเขาทั้งชัดเจน เฉียบคม และเข้าใจง่ายเหลือเกิน

"เข้าใจหรือยัง"

เขาเงยหน้าขึ้นถามหลังอธิบายจบ ระยะห่างระหว่างใบหน้าทั้งสองที่ใกล้กันเกินคาด ทำให้ดาด้าต้องรีบเอนตัวถอยหลังเล็กน้อยด้วยความประหม่า

"เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณอาจารย์มากเลยนะคะ" เสียงของเธอสั่นพร่าอย่างที่ไม่เข้าใจตัวเอง

รามณรงค์จ้องมองใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงระเรื่อตรงหน้าเงียบ ๆ ก่อนจะรีบเบือนสายตาหนีไปทางอื่นอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นระรัวผิดปกติ ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ห่างหายไปนานหลายปีค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาในอกโดยไม่ทันตั้งตัว

"ดึกมากแล้ว รีบอ่านให้จบแล้วกลับไปนอน" เขารีบลุกขึ้นยืนราวกับต้องการหลบหนีบางสิ่ง "พรุ่งนี้ต้องขึ้นเวรแต่เช้า อย่ามาสายล่ะ"

"ค่ะอาจารย์ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ"

ร่างสูงก้าวเดินจากไปทันทีโดยไม่หันกลับมามองอีก ทว่าเมื่อพ้นประตูห้องสมุด รามณรงค์กลับต้องหยุดยืนนิ่งอยู่กับที่ มือหนายกขึ้นแตะอกซ้ายที่ยังคงเต้นแรงไม่ยอมหยุด

"...เป็นอะไรไปนะ" เขาสูงพึมพำกับตัวเองแผ่วเบาในความมืด ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก แล้วเร่งฝีเท้าเดินจากไปเร็วกว่าปกติ ราวกับพยายามจะวิ่งหนีความรู้สึกบางอย่างที่เขาเพิ่งค้นพบในหัวใจตัวเอง

ขณะที่ชีวิตในโรงพยาบาลกำลังดำเนินไปอย่างวุ่นวาย...

ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตรที่จังหวัดจันทบุรี บรรยากาศยามเช้าของ "สวนมยุรี" กลับเงียบสงบราวกับอยู่กันคนละโลก แสงแดดอ่อน ๆ สาดผ่านใบทุเรียนเขียวครึ้มลงมาเป็นลายเงาบนพื้นดินสีน้ำตาลเข้ม กลิ่นดินชื้นปนกลิ่นหอมหวานของผลไม้สุกลอยคละคลุ้งอยู่ทั่วบริเวณ

คุณยายละไมนั่งอยู่บนเก้าอี้หวายเก่าแก่หน้าบ้านไม้ทรงไทยประยุกต์ มือเหี่ยวย่นกำลังคัดแยกเมล็ดพันธุ์ทุเรียนอย่างชำนาญ สายตาคมกริบยังคงเฉียบแหลมแม้อายุจะล่วงเข้าสู่ช่วงวัยเจ็ดสิบกว่าปีแล้วก็ตาม ด้านข้างของท่าน คุณหญิงมยุรีในชุดผ้าฝ้ายเรียบง่ายกำลังจิบชาอุ่น ๆ พลางนั่งคิดอะไรบางอย่าง

"แม่คะ หนูโทรหาดาด้าเมื่อเช้า... ลูกบอกว่าช่วงนี้งานหนักมาก แทบไม่ได้พักเลย" มยุรีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแฝงความห่วงใย

คุณยายละไมเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากเผยรอยยิ้มบาง ๆ "ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ เด็กคนนั้นต้องแกร่งกว่านี้อีกหลายเท่า ถึงจะรับมือกับสิ่งที่รออยู่ข้างหน้าได้"

มยุรีถอนหายใจเบา ๆ พลางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้ "หนูก็รู้ค่ะแม่ แต่บางทีก็อดสงสารลูกไม่ได้ เขาไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองคือใคร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อแท้ ๆ ยังมีชีวิตอยู่ และร่ำรวยมหาศาลขนาดไหน"

"ยังไม่ถึงเวลา" น้ำเสียงของคุณยายละไมเข้มขึ้นทันที แม้สีหน้าจะยังคงสงบนิ่ง "ยี่สิบปีที่ผ่านมา ยายไม่ได้เฝ้าเก็บหลักฐานทุกอย่างไว้เพื่อให้มันสูญเปล่านะลูก... นลินีคนนั้นมันวางแผนมานานเกินกว่าที่เราจะประมาทได้แม้แต่วินาทีเดียว"

มยุรีพยักหน้ารับเงียบ ๆ ดวงตาเหม่อมองออกไปยังทิวต้นทุเรียนที่ปลูกเรียงรายสุดลูกหูลูกตา นี่คือมรดกที่แท้จริงของครอบครัว ทว่าโลกภายนอกกลับรู้จักสวนแห่งนี้เพียงในนามของ 'คุณหญิงมยุรี สตรีติดดินเจ้าของสวนทุเรียนส่งออก' โดยไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า เบื้องหลังความเรียบง่ายนั้นคือทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลระดับพันล้าน...

"แล้วลุงชัยว่ายังไงบ้างคะเรื่องเอกสารที่ธนาคาร" มยุรีถามขึ้นเพื่อเปลี่ยนเรื่อง

"เก็บไว้เรียบร้อยในตู้เซฟใหญ่แล้ว ทั้งใบรับรอง DNA เก่า ทั้งจดหมายที่นลินีเคยเขียนขู่ และรูปถ่ายวันที่มันเอาเด็กไปสลับตัว... ทุกอย่างครบ" คุณยายละไมถอนหายใจยาว สายตาที่เคยดุดันอ่อนโยนลงทันทีเมื่อนึกถึงอดีต "รอวันที่ดาด้าพร้อมจะรับรู้ความจริงทั้งหมด และรอวันที่จะกระชากหน้ากากของผู้หญิงคนนั้นต่อหน้าคนทั้งตระกูล"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป