บทที่ 13 สารภาพรักแล้ว 1

ขณะนั้นเอง เสียงเครื่องยนต์รถกระบะคันเก่าก็แล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน ลุงชัย ชายวัยกลางคนผิวคล้ำแดดก้าวลงมาพร้อมสีหน้ากังวล

"คุณยายครับ มีคนแปลกหน้ามาถามหาสวนอีกแล้ว บอกว่าเป็นนักข่าวมาสัมภาษณ์เรื่องธุรกิจส่งออก แต่ผมดูท่าทางไม่ค่อยสนิทใจ มันแอบถามเรื่องประวัติเจ้าของสวนคนเก่าด้วยครับ"

คุณยายละไมกับมยุรีสบตากันเงียบ ๆ แววตาทั้งคู่แผ่ประกายความระแวดระวังขึ้นทันที

"ส่งคนของเราไปตามรอยว่าใครเป็นคนจ้างมันมา" คุณยายละไมสั่งเสียงนิ่ง "ช่วงนี้ต้องระวังตัวให้มากกว่าเดิม ยายมีลางสังหรณ์ว่า... บางอย่างกำลังจะเริ่มขยับตัวแล้ว"

...

ณ คฤหาสน์หรูหราของตระกูลพงษ์อนันต์ ในกรุงเทพฯ

นลินีนั่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ปล่อยให้สาวใช้หวีผมยาวสลวยของตนอย่างพิถีพิถัน ใบหน้าที่ยังคงงดงามด้วยฝีมือศัลยกรรมชั้นดีเผยรอยยิ้มเย็นชาออกมา

"อีกไม่นานหรอก..." เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆ พลางมองภาพสะท้อนในกระจก "อีกไม่นาน ทุกอย่างที่เป็นของฉันจะสมบูรณ์แบบเสียที ไม่มีใครจะมาแย่งไปได้อีก"

ประตูห้องเปิดออก ดาริน ก้าวเข้ามาในชุดเดรสแบรนด์เนมสุดหรู ใบหน้าสวยคมทว่าเต็มไปด้วยความหงุดหงิด "แม่คะ วันนี้หนูโดนนักข่าวถามเรื่องพี่สาวต่างพ่ออีกแล้ว ทำไมพวกนั้นยังไม่เลิกขุดคุ้ยเรื่องเก่า ๆ สักที!"

นลินีหันมายิ้มให้ลูกสาวอย่างเอ็นดู "ไม่ต้องห่วงหรอกลูก ไม่มีใครรู้หรอกว่าความจริงคืออะไร เพราะแม่ทำลายหลักฐานทุกอย่างไปหมดตั้งนานแล้ว"

ดารินขมวดคิ้วเล็กน้อย "แต่หนูได้ยินมาว่า... พ่อแอบส่งเงินไปให้ผู้หญิงคนนั้นที่จันทบุรีอยู่เรื่อย ๆ นะคะ เหมือนพ่อจะยังไม่ลืมเธอไปเสียทีเดียว"

รอยยิ้มบนใบหน้าของนลินีจางหายไปทันที ดวงตาเย็นชาฉายแววคุกรุ่นออกมาแวบหนึ่งก่อนจะกลับมาสงบนิ่ง "แม่จะจัดการเอง ลูกไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น... ในไม่ช้า ลูกจะได้เป็นทายาทคนเดียวของตระกูลนี้อย่างสมบูรณ์แบบ"

กลับมาที่โรงพยาบาล...

บ่ายวันศุกร์หลังเสร็จสิ้นภาระกิจ วอร์ดอายุรกรรมเริ่มผ่อนคลายความตึงเครียดลงเล็กน้อย ดาด้ากำลังยืนเก็บเอกสารและของใช้ส่วนตัวลงในล็อกเกอร์เพื่อเตรียมตัวกลับหอพัก ทันใดนั้น เสียงเรียกที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

"ดาด้า รอเดี๋ยวสิ"

เธอหันไปพบทิวากรเดินตรงเข้ามาด้วยสีหน้าที่ดูจริงจังผิดไปจากปกติ ไร้ซึ่งรอยยิ้มกวน ๆ หรือท่าทางทะเล้นแบบที่เขามักแสดงออกเป็นประจำ

"มีอะไรหรือเปล่าคะพี่หมอทิว"

ชายหนุ่มเกาศีรษะเล็กน้อยแก้เขิน ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างอ้อมแอ้ม "เอ่อ... พรุ่งนี้วันเสาร์ ดาด้าติดธุระอะไรไหม พอดีพี่อยากชวนไปดูหนังเรื่องใหม่ที่เพิ่งเข้าฉายน่ะ แบบ... ไปกันสองคนนะ ไม่ใช่ไปกันเป็นกลุ่มใหญ่เหมือนทุกที"

ดาด้าอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคชวนที่ชัดเจนตรงไปตรงมาขนาดนั้น ใบหน้าหวานร้อนวูบขึ้นมาด้วยความประหม่าทำตัวไม่ถูก "พี่หมอ... คือหนู..."

"ไม่ต้องรีบให้คำตอบตอนนี้ก็ได้นะ" ทิวากรรีบพูดแทรกขึ้นอย่างเกรงใจ เมื่อสังเกตเห็นความลังเลสับสนในดวงตาของเธอ "พี่แค่อยากบอกให้ดาด้ารู้ตรง ๆ ว่าพี่สนใจดาด้าจริงจังนะ... ตั้งแต่เจอกันวันแรก ๆ แล้ว ดาด้าเป็นคนตั้งใจทำงาน อ่อนโยน น่ารัก แถมยังเก่งด้วย พี่ชอบคนแบบดาด้านั่นแหละ"

คำพูดตรงไปตรงมาของเขาทำให้ดาด้ารู้สึกสับสน ทั้งรู้สึกขอบคุณในความรู้สึกดี ๆ แต่ก็แฝงไปด้วยความกังวลใจ เพราะเธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะกลายเป็นที่สนใจของใคร โดยเฉพาะรุ่นพี่แพทย์ประจำบ้านที่ดูมั่นใจในตัวเองอย่างเขา

"ขอบคุณมากนะคะพี่หมอที่รู้สึกดีกับหนู" ดาด้าช้อนสายตาขึ้นมองอย่างเกรงใจ "แต่... หนูขอเวลาคิดหน่อยได้ไหมคะ ตอนนี้หนูอยากทุ่มเทโฟกัสเรื่องเรียนก่อนจริง ๆ"

"ได้เลยครับ พี่ไม่รีบร้อนหรอก" ทิวากรส่งยิ้มให้อย่างเข้าใจ แม้ในแววตาจะแฝงความผิดหวังไว้เล็กน้อยก็ตาม "พี่รอได้ ดาด้าลองคิดดูดี ๆ นะ ไม่ต้องรู้สึกกดดันอะไรเลย"

เมื่อทิวากรหมุนตัวเดินจากไป มินตราที่แอบซุ่มแฮกฟังอยู่หลังตู้ล็อกเกอร์ก็รีบพุ่งตัวเข้ามากอดแขนเพื่อนสนิททันที

"โอ้โหยยย! พี่หมอทิวเดินหน้าจีบแกเต็มสูบเลยนะเนี่ย! แล้วแกจะเอายังไงล่ะทีนี้"

"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันอ่ะมิน" ดาด้าถอนหายใจยาวเหยียด "พี่ทิวเขาก็เป็นคนดีนะ อารมณ์ดี สนุกสนาน แต่... ฉันยังไม่แน่ใจความรู้สึกของตัวเองเลย"

มินตราหรี่ตามองหน้าเพื่อนสนิทอย่างคนรู้ทัน "หรือว่า... จริง ๆ แล้ว แกมีใครอยู่ในใจอยู่แล้วหรือเปล่าจ๊ะ"

ดาด้าสะดุ้งสุดตัว หัวใจกระตุกวูบ ก่อนจะรีบส่ายหน้าพัลวัน "พูดบ้าอะไรของแกเนี่ย! ไม่มีสักหน่อย!"

ทว่าในส่วนลึกของหัวใจ... ภาพของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดกาวน์ขาว ผู้ชายที่เคยเย็นชาทว่ากลับนั่งละเมียดละไมเขียนแผนภาพอธิบายบทเรียนให้เธอฟังอย่างอดทนในห้องสมุดยามดึก คืนนั้น... กลับฉายชัดขึ้นมาในความทรงจำอย่างไม่มีเหตุผล จนเธอต้องรีบสะบัดศีรษะไล่ภาพนั้นออกไปอย่างรวดเร็ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป