บทที่ 14 รู้ทัน

ข่าวลือเรื่องทิวากรเอ่ยปากชวนดาด้าไปดูหนังแพร่สะพัดไปทั่ววอร์ดอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง ไม่นานนักเรื่องนี้ก็ลอยไปเข้าหูของกรรณิการ์ ขณะที่เธอกำลังนั่งจิบกาแฟอยู่ในห้องพักแพทย์ร่วมกับรามณรงค์พอดี

"ได้ยินว่าหมอทิวชวนน้องศศิดาไปดูหนังเสาร์นี้ด้วยนะคะ" เธอเปรยขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี พลางลอบสังเกตปฏิกิริยาของชายหนุ่มตรงหน้าอย่างเงียบเชียบ

รามณรงค์ที่กำลังเปิดดูผลแล็บในมือชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาอ่านเอกสารต่อราวกับไม่ได้ใส่ใจ "แล้วยังไงครับ"

"เปล่าหรอกค่ะ แค่คิดว่าน่ารักดี เด็กสมัยนี้กล้าแสดงออกกันดีนะคะ" กรรณิการ์ยิ้มหวาน ทว่าสายตาคมกลับไม่พลาดที่จะเห็นปลายนิ้วหนาที่บีบขอบแฟ้มเอกสารแน่นขึ้นอย่างผิดสังเกต

หลังจากนั้นไม่นาน รามณรงค์ก็ขยับตัวลุกขึ้นจากโต๊ะ เดินออกจากห้องพักแพทย์ไปอย่างเงียบ ๆ โดยไม่พูดอะไรเพิ่มเติม เขาตรงดิ่งไปยังเคาน์เตอร์พยาบาลเพื่อขอดูตารางเวรของนักศึกษาแพทย์ทั้งหมด

"พี่ออมครับ ผมขอปรับตารางเวรของศศิดาหน่อย" เขาเอ่ยกับพยาบาลหัวหน้าเวรด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยตามปกติ "พรุ่งนี้ให้เธอมาเข้าเวรเช้า ช่วยดูแลเคสในโครงการวิจัยของผม น่าจะเป็นประโยชน์กับการเรียนของเธอมากกว่า"

พี่ออมเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ รู้ดีว่าวันเสาร์ไม่มีตารางเรียนตามปกติ และที่สำคัญ... มันเป็นวันเดียวกับที่หมอทิวนัดดาด้าไว้พอดิบพอดี

"อาจารย์รามคะ... พรุ่งนี้วันเสาร์นะคะ ปกติเด็ก ๆ จะได้พักกัน"

"ผมทราบครับ" เขาตอบสั้นกุด ใบหน้าคมคายไม่แผดรังสีอารมณ์ใด ๆ "แต่งานวิจัยนี้สำคัญมาก และผมต้องการคนที่ตั้งใจจริงมาช่วย ซึ่งศศิดาเหมาะสมที่สุด"

พี่ออมลอบอมยิ้มอย่างคนรู้ทัน แม้จะไม่กล้าเอ่ยแซวออกไปตรง ๆ "ได้ค่ะอาจารย์ เดี๋ยวออมแจ้งน้องให้ค่ะ"

ทันทีที่ร่างสูงของอาจารย์แพทย์หนุ่มเดินลับสายตาไป พี่ออมก็อดหัวเราะเบา ๆ กับตัวเองไม่ได้ 'แหม... อาจารย์รามผู้เย็นชาก็หึงเป็นกับเขาด้วยเหมือนกันนะเนี่ย'

...

เย็นวันนั้น...

ดาด้าได้รับข้อความแจ้งเปลี่ยนตารางเวรกะทันหัน หญิงสาวถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะรีบพิมพ์ข้อความส่งไปขอโทษทิวากรที่ต้องยกเลิกนัดอย่างกะทันหัน

'ไม่เป็นไรเลยครับ งานอาจารย์สำคัญกว่า พี่เข้าใจ' ทิวากรตอบกลับมาอย่างรวดเร็วและใจกว้าง แม้ข้อความจะแฝงความเสียดายไว้เล็กน้อยก็ตาม

ดาด้าเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าด้วยความงุนงง เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมจู่ ๆ อาจารย์รามถึงเจาะจงเลือกเธอไปช่วยงานวิจัยในวันหยุดพอดิบพอดี แต่ก็ไม่กล้าตั้งคำถามหรือโต้แย้งอะไรออกไป

โดยที่เธอไม่มีวันรู้เลยว่า... เบื้องหลังคำสั่งงานที่ดูเป็นทางการและจริงจังนั้น แท้จริงแล้วซ่อนความรู้สึก 'หวง' ที่ผู้ชายเย็นชาคนนั้นเอง... ก็ยังไม่กล้ายอมรับกับตัวเองเลยด้วยซ้ำ

เช้าวันเสาร์...

ดาด้ามาถึงห้องทำงานของรามณรงค์ตรงเวลาเป๊ะตามนัด หญิงสาวสวมเสื้อกาวน์เรียบร้อยพร้อมสมุดจดบันทึกในมือ ทว่าเมื่อผลักประตูเข้าไป กลับพบว่าห้องทำงานเงียบสงบ มีเพียงกองเอกสารงานวิจัยวางซ้อนกันอยู่บนโต๊ะ

"อาจารย์คะ..." เธอเรียกเสียงเบา ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นร่างสูงก้าวออกจากห้องน้ำในตัวห้อง

ผมสั้นสีดำของเขาเปียกหมาดราวกับเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เขาสวมเพียงเสื้อยืดแขนสั้นสีเทากรวดเรียบ ๆ กับกางเกงขายาว ต่างจากภาพอาจารย์หมอในเสื้อกาวน์เนี้ยบที่เห็นจนชินตาโดยสิ้นเชิง ดาด้ารีบเบือนสายตาหนีด้วยความประหม่า ใบหน้าร้อนวูบขึ้นมาทันที

"มาแล้วเหรอ" รามณรงค์เอ่ยทักทายราบเรียบอย่างเป็นธรรมชาติ ไร้ความกระอักกระอ่วน "นั่งสิ งานวันนี้คือช่วยผมคีย์ข้อมูลสถิติผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังลงโปรแกรม จะได้นำไปวิเคราะห์ต่อ"

ทั้งคู่นั่งทำงานด้วยกันเงียบ ๆ นานหลายชั่วโมง มีเพียงเสียงแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดและเสียงพลิกกระดาษดังแทรกความเงียบเป็นระยะ ดาด้าแอบชำเลืองมองชายหนุ่มที่นั่งจดจ่อกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ข้าง ๆ เป็นพัก ๆ ความอบอุ่นแผ่ซ่านขึ้นมาในอกโดยไม่รู้ตัว

"อาจารย์คะ..." หญิงสาวเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ "หนูขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ"

"ว่ามาสิ"

"ทำไมอาจารย์ถึงเลือกให้หนูมาช่วยงานวันนี้คะ ทั้งที่รุ่นพี่คนอื่นก็เก่ง ๆ กันทั้งนั้น"

รามณรงค์หยุดนิ้วมือที่กำลังพิมพ์ไปชั่วครู่ สายตาจับจ้องที่หน้าจอโดยไม่หันมามอง "เพราะเธอตั้งใจ ไม่วอกแวก" เขาตอบสั้น ๆ ก่อนจะเสริมด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว "อีกอย่าง... นักศึกษาแพทย์ไม่ควรเสียเวลาไปกับเรื่องไร้สาระอย่างการออกเดตกับแพทย์ประจำบ้าน ในตอนที่ยังต้องโฟกัสเรื่องเรียน"

ดาด้าอึ้งไปทันที เธอไม่คาดคิดว่าเขาจะรู้เรื่องคำชวนของทิวากร และยิ่งไม่คิดว่าเขาจะเอ่ยถึงมันด้วยน้ำเสียงไม่พอใจขนาดนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป