บทที่ 12 บทที่ 5.1

.

.

.

แม่งเอ๊ย! ถุงยางอยู่ข้างบน!

คนพร้อมเดินเครื่องเต็มที่สบถในใจเมื่อนิ้วแกร่งบดขยี้ปลุกเร้าใจกลางกายสาวจนพรั่งพร้อมแต่ก็จำต้องผละออก 

“รอก่อน”

ในขณะที่นิชาดายังคงมึนงงกับคำว่ารอก่อนของเขาคืออะไร เขาเปลี่ยนใจแล้ว? เขาจะไม่ทำอะไรเธอไปมากกว่านี้? หรือว่ายังไง? คนผลุนผลันผละออกไปเมื่อครู่ก็กลับมาอีกครั้ง

ติณณภพโยนกล่องถุงยางอนามัยที่รีบขึ้นไปเอามาจากข้างบนลงบนโต๊ะ จากนั้นก็รีบสลัดเสื้อผ้าที่เหลือติดกายออกจนหมดก่อนจะโถมกายปลุกเร้าเคล้าคลึงเจ้าของร่างเย้ายวนที่นั่งหน้าแดงพยายามใช้มือปกปิดเนื้อตัวของตัวเองอยู่บนโซฟา

คนอยากเก็บดอกเบี้ยเต็มทนลูบไล้ทั่วกายสาวขาวเนียนจนมาหยุดที่ดอกไม้งามอวบอูม เมื่อแหวกกลีบสวยออกและเจอกับแหล่งน้ำหวานที่เอ่อคลอล้นออกมาจึงยันตัวขึ้นมาสวมเครื่องป้องกันให้กับอาวุธร้ายที่ร่ำร้องอยากเข้าไปสำรวจดอกไม้งามตรงหน้าจนแทบจะทนไม่ไหว

นิชาดาแทบลืมหายใจเมื่อเห็นแก่นกายใหญ่ยาวเครียดเขม็งจนเส้นเลือดปูดโปนตรงหน้าเต็มตาและตอนนี้เจ้าของสิ่งที่น่ากลัวนั้นก็กำลังเอามันมาจ่อกับส่วนสงวนของเธอที่ไม่เคยมีใครรุกล้ำมาก่อน

ติณณภพถูไถ่แก่นกายแข็งขืนกับร่องสดสีชมพูแดง จากนั้นจึงกดลึกลงไปยังแอ่งน้ำหวานปริ่มน้ำแสนยั่วเย้าทันที

แต่ยิ่งกดลงไปเท่าไหร่เจ้าของร่างกายสั่นๆ ก็ยิ่งเกร็งอีกทั้งยังขยับสะโพกหนี และเพราะพยามยามอยู่นานอีกทั้งยังเล้าโลมไม่ห่างแต่ความแข็งขืนก็เข้าไปไม่ได้แม้กระทั่งส่วนหัว คนมากประสบการณ์จึงเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ

“ซิงจริงดิ?”

ตอนแรกก็คิดว่าคงเป็นเพราะของตัวเองนั้นใหญ่ไปหรืออาจเป็นเพราะว่ายัยจืดนี่ตัวเล็กเกิน แต่ดูจากอาการที่หญิงสาวแสดงออกมาว่าเจ็บจนตัวเกร็งแถมยัดยังไงก็ไม่เข้า ยัยจืดนี่ก็คงจะซิงจริงๆ นั่นแหละ

แต่ว่ารอดมาได้ไงวะ? ถึงหน้าตาจะดูใสๆ ออกไปทางจืดชืดในแบบที่เขาไม่นิยมชมชอบแต่หุ่นแม่งโคตรน่าฟัด

ติณณภพคิดในใจเพราะยังสงสัยไม่หายในเมื่อยัยจืดนี่ออกจะขาวจั๊วะน่าเจี๊ยะขนาดนี้ แถมยังตัวเล็กๆ แต่อกเป็นอกเอวเป็นเอวอีกต่างหาก

แม้จะขัดใจอยู่บ้างที่ดันได้ของซิงมาแต่อารมณ์ที่ใกล้ปะทุตอนนี้ก็ไม่อยากรีรออะไรอีกต่อไป กายแกร่งจึงกดชำแรกกายสาวเข้าไปล้ำลึกและแรงขึ้นกว่าเดิมจนส่วนหัวบานใหญ่เข้าไปได้ครึ่งหนึ่ง

ระหว่างที่ติณณภพกำลังจูบไซ้ซอกคอหอมกรุ่นและพยายามกระแทกตัวตนส่วนที่เหลือเข้าไปนั้นกลับได้ยินเสียงคนหลุดสะอื้นดังขึ้นข้างหู

“อย่าร้องไห้ฉันไม่ชอบ”

เมื่อได้ยินเสียงแหบพร่าอย่างคนพยายามสะกดกลั้นอารมณ์เอ่ยบอก คนที่ทั้งเจ็บทั้งเสียใจที่ต้องมาเจออะไรแบบนี้จึงฝืนพยักหน้าพร้อมกับเช็ดน้ำตาที่คลอหน่วยในดวงตาไม่ให้ไหลออกมาประจานความอ่อนแอของตัวเอง

“แล้วก็อย่าเกร็ง มันเจ็บแค่แป๊บเดียว”

เมื่อเห็นคนใต้ร่างจัดการกับอารมณ์ของตัวเองได้แล้วชายหนุ่มจึงก้มหน้าลงไปบดจูบเล้าโลมหญิงสาวใหม่อีกครั้ง

“อ๊ะ!” นิชาดาหลุดเสียงร้องออกมาเพราะความเจ็บจึงขยับสะโพกหนีจากความเจ็บนั้นอย่างห้ามไม่ได้

“ฉันบอกว่าอย่าเกร็งไง”

ชายหนุ่มเผลอดุคนพูดไม่รู้เรื่อง

ที่ไม่ชอบผู้หญิงซิงๆ ก็เพราะแบบนี้แหละ ต้องมาคอยปลอบคอยสอนให้เสียเวลา ทั้งที่พยายามหลีกเลี่ยงมาตลอดแต่ยัยจืดนี่ก็ดันซิงซะได้

“คุณติณณ์คะ เบาๆ หน่อยได้ไหมคะนิ่มกลัว” นิชาดาเอ่ยปากขอร้องอย่างขวัญเสียเพราะเธอไม่คิดว่าการมีอะไรกับใครครั้งแรกจะเจ็บขนาดนี้

“ถ้าเธอไม่เกร็งมันก็ไม่เจ็บหรอก”

ทางด้านคนถูกขอร้องก็ไม่ได้ตกปากรับคำแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธเพราะที่ผ่านมาเขาชอบเซ็กซ์ที่เร่าร้อนถึงใจมาตลอดแต่ครั้งนี้จะพยายามออมแรงเท่าที่ทำได้ก็แล้วกัน

คนพยายามอดทนเริ่มต้นเล้าโลมใหม่แต่คนที่ตัวสั่นเกร็งอยู่ใต้ร่างก็ดิ้นหนีอีก จนสุดท้ายชายหนุ่มจึงผละออกก่อนจะลุกขึ้นนั่งพร้อมกับหันไปหยิบเบียร์ที่เหลืออยู่บนโต๊ะมาดื่มระงับอารมณ์แทน

“คุณติณณ์จะไปไหนคะ”

นิชาดาลุกขึ้นถามคนที่ดื่มเบียร์เข้าไปอึกใหญ่อีกทั้งยังคว้าเสื้อผ้ามาใส่อย่างไม่สบอารมณ์

“เธอกลัวขนาดนั้นใครจะไปทำลง” แม้จะอารมณ์คุกรุ่นนิดๆ ที่ความต้องการไม่ได้ระบายออกไปอย่างใจคิดแต่เขาก็พูดออกไปจากใจจริงในเมื่อเธอดูกลัวซะขนาดนั้น ถึงเขาจะหื่นห่ามจะหน้ามืดจะใจร้ายขนาดไหนก็ไม่เคยปลุกปล้ำใครให้เหมือนกับว่าตัวเองเป็นผู้ร้ายข่มขืนคนไม่มีทางสู้หรอกนะ

“นิ่ม นิ่มขอโทษค่ะ” เธอเอ่ยปากขอโทษทั้งที่ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองทำผิดอะไร เธอรู้แค่ว่าคนไม่มีทางเลือกอย่างเธอจำต้องเอ่ยปากขอโทษเมื่อทำให้เจ้าหนี้รายใหญ่ของแม่ไม่พอใจก็เท่านั้น

“ช่างเถอะ ไว้พรุ่งนี้ฉันจะให้คนเรียกแม่เธอมาคุยเรื่องหนี้อีกครั้งก็แล้วกัน วันนี้เธอก็นอนที่นี่ไปก่อนนั่นแหละ” ติณณภพตัดบทอย่างไม่อยากจะอะไรมากอีกแล้วเพราะรู้สึกว่ามันน้ำเน่าและไร้สาระเกินไปตั้งแต่เมื่อกลางวัน ทั้งที่เป็นคนขอร้องให้เขารับไว้เองแต่พอถึงเวลาจริงๆ กลับทำไม่ได้ ในเมื่อคนเป็นลูกทำตามที่รับปากไว้ไม่ได้ก็ค่อยเรียกคนเป็นแม่มาคุยให้จบๆ ไปก็แค่นั้น

“เดี๋ยวค่ะคุณติณณ์ เดี๋ยวก่อน”

“อะไรอีก”

“ที่คุณพูดหมายความว่ายังไงคะ” แม้เธอจะค่อนข้างเข้าใจในความหมายที่เขาสื่อแต่เธอก็อยากให้เขาพูดออกมาให้ชัดเจนอีกครั้ง

“ก็หมายความว่าเธอไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่แล้วยังไงล่ะ”

“แล้วเรื่องหนี้…”

“ฉันบอกว่าไว้ค่อยคุยกันพรุ่งนี้ยังไงล่ะ”

คำว่าไว้คุยกันพรุ่งนี้มันเข้าใจยากตรงไหน?

คนอยากจบเรื่องนี้สักทีลอบถอนหายใจพร้อมกับลุกขึ้นยืนแต่กลับโดนดึงชายเสื้อไว้

“ไม่นะคะเดี๋ยวก่อนค่ะ”

แม้สมองจะยังคิดอะไรไม่ค่อยออกอีกทั้งยังสั่งการช้าแต่มันกลับสั่งให้เธอยื่นมือไปรั้งเขาไว้เพราะรู้ว่าหากผ่านคืนนี้ไปแล้วในวันพรุ่งนี้เขาจะจัดการยังไงกับคนไม่มีเงินมาใช้หนี้อย่างแม่ของเธอ

“นิ่มแค่เกร็งไปหน่อยเท่านั้นเองค่ะ แต่นิ่มไม่ได้กลัวคุณนิ่มเต็มใจค่ะ คุณให้โอกาสนิ่มอีกครั้งนะคะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป