บทนำ
กลางวันเธอจึงต้องทำงานในไร่
ส่วนกลางคืน
เธอต้องทำงานบนเตียง
จนกว่าเจ้าของเงินกู้ก้อนใหญ่อย่างเขา
‘จะพอใจ’
บท 1
ยามบ่ายแก่นิชาดากำลังตั้งหน้าตั้งตาเก็บฝักข้าวโพดอย่างขะมักเขม้นเพื่อให้คุ้มค่าแรงที่เจ้าของไร่จ้างเธอมา เพราะหากทำแบบขอไปทีแล้วคงจะไม่มีใครอยากจ้างงานเธออีกเป็นแน่
“นิ่ม!”
“นิ่ม!”
“อีนิ่ม!!!”
นิชาดาละมือจากข้าวโพดที่กำลังเก็บอยู่เมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองแว่วเข้าหู เมื่อเงยหน้าเพ่งมองแล้วเห็นว่าคนที่กำลังตะโกนเรียกอยู่นั้นคือนงนุชแม่ของเธอเองจึงรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งออกไปหาก่อนที่แม่ของเธอจะตะโกนเรียกเธอหน้าดำหน้าแดงอย่างไม่เกรงใจใครไปมากกว่านี้
“มีอะไรจ๊ะแม่ นิ่มใกล้จะเสร็จแล้ว”
นิชาดายกแขนที่ใส่เสื้อแขนยาวตัวเก่าขึ้นมาเช็ดเหงื่อที่เกาะอยู่ตามใบหน้าของตัวเองไปด้วยระหว่างเอ่ยถามคนเป็นแม่
“เออ ใกล้เสร็จแล้วก็ดี”
นงนุชที่ขัดใจใบหน้าอันเหน็ดเหนื่อยจนเว่อร์ของลูกสาวในสายตาของนางนักจึงรีบยื่นเงินที่กำรอไว้อยู่แล้วส่งให้ไปทันที
“อะนี่ ฝากซื้อไก่ย่างกับข้าวเหนียวให้นนท์มันหน่อย นนท์มันอยากกินเดี๋ยวแม่จะไปข้างนอก”
เมื่อเห็นว่าลูกสาวเอาแต่ก้มมองแบงค์ห้าสิบบาทในมือแต่ไม่ยอมตอบอะไรนงนุชจึงสั่งย้ำไปอีกครั้ง
“เข้าใจไหม อย่าลืมหาข้าวหาน้ำเตรียมไว้ให้พี่มึงด้วยล่ะตั้งแต่เช้ามันยังไม่ได้กินอะไรเลย”
พูดเสร็จก็สตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าที่ขี่มาจอดเรียกลูกสาวเมื่อกี้นี้แล้วขี่ออกไปทันที จุดหมายก็คงจะเป็นบ้านใครสักหลังที่กำลังจะตั้งวงกินเหล้าพร้อมกับตั้งวงเล่นไพ่ไปในคราเดียวกัน
นิชาดาได้แต่มองตามหลังผู้เป็นแม่ไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจทั้งที่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะเลิกคิดเล็กคิดน้อยเพื่อไม่ให้บั่นทอนจิตใจตัวเอง แต่บางครั้งเธอก็อดคิดไม่ได้ เช่นตอนนี้ที่เธอกำลังเหนื่อยเนื่องจากมารับจ้างเก็บข้าวโพดในไร่ตั้งแต่เช้า ข้าวกับน้ำก็แทบจะไม่ได้กินแถมยังตากแดดเกือบทั้งวันแต่แม่ก็เอาแต่ห่วงนทีพี่ชายของเธอที่วันๆ ไม่ทำอะไรก็มีคนหาเงินให้ใช้ วันๆ กินแต่เหล้าก็มีคนคอยหาข้าวหาน้ำให้กินอยู่อย่างสุขสบาย ต่างจากเธอที่นอกจากจะต้องทำงานหนักแล้วแม่ยังแทบไม่เคยสนใจใยดี
หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วปัดเรื่องไม่เป็นเรื่องออกจากหัวจากนั้นจึงรีบเดินกลับเข้าไปในไร่เพื่อเก็บฝักข้าวโพดต่อ ขืนเสร็จช้าแล้วไปซื้อกับข้าวให้นทีตามที่แม่สั่งไว้ไม่ทันเธอก็ต้องโดนด่าอีกเพราะกว่าจะปั่นจักรยานจากไร่ข้าวโพดแห่งนี้ไปตลาดและปั่นจากตลาดไปบ้านอีกทีก็ค่อนข้างไกล และอีกอย่างเธอก็ไม่อยากจะปั่นจักรยานไปไหนมาไหนคนเดียวตอนค่ำๆ มืดๆ ด้วย
นิชาดากลับมาถึงบ้านราวหกโมงเย็นแต่ทั้งบ้านก็ไม่มีใครอยู่ ซึ่งเธอไม่ได้แปลกใจอะไรเพราะแม่แวะมาบอกแล้วว่าจะไปข้างนอกซึ่งก็เดาได้ไม่ยากว่าคงจะไปเล่นไพ่ ส่วนพี่ชายของเธอนั้นก็เดาได้ไม่ยากอีกเช่นกันว่าคงจะตื่นนอนแล้วก็ออกไปหาเหล้ากินเหมือนกับทุกวัน
หลายชั่วโมงต่อมาขณะที่หญิงสาวกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่เพียงลำพังในบ้านนั้นก็ได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซค์คุ้นหูดังเข้ามาใกล้จึงรีบลุกไปเปิดไฟตรงบันไดทางขึ้นหน้าบ้านและเปิดประตูให้กับแม่
“นนท์ยังไม่กลับมาอีกเหรอ” นางนงนุชถามหาลูกชายกับลูกสาวทันทีที่กลับมาถึงบ้านเพราะตอนนี้ก็สองทุ่มกว่าแล้วแต่กลับยังไม่เห็นรถของลูกชายจอดอยู่
“ยังจ้ะ” นิชาดาเอ่ยตอบผู้เป็นแม่ขณะกำลังลงกลอนปิดล็อกประตูบ้านพร้อมทั้งปิดไฟหน้าบ้านที่เพิ่งเปิดเพื่อให้แม่เดินขึ้นบันไดมาเมื่อกี้นี้ด้วย
“แล้วมันออกไปตั้งแต่ตอนไหน กินข้าวไปหรือเปล่า”
“ไม่รู้จ้ะ นิ่มกลับมาพี่นนท์ก็ไม่อยู่แล้ว”
“แล้วทำไมมึงไม่กลับก่อนพี่มึงจะออกไป ใช้อะไรไม่ได้เรื่องสักอย่าง”
คนเป็นแม่เริ่มบ่นลูกสาวที่ทำอะไรก็ไม่ได้เรื่องแถมยังขัดหูขัดตาไปหมดเมื่อถามถึงลูกชายแล้วไม่ได้ความ
“แต่จากไร่มาบ้านมันไกลนี่จ๊ะ แล้วอีกอย่าง…”
คนถูกบ่นยังไม่ทันพูดจบคนเป็นแม่ก็บอกปัดขึ้นมาก่อนอย่างรำคาญคำแก้ตัวซ้ำซากของลูกสาว
“เออๆ ช่างเถอะ แล้วนี่มีอะไรกินบ้างล่ะ” นางนงนุชถามพร้อมกับเดินไปนั่งลงบนพื้นที่ปูเสื่อไว้กลางบ้าน จากนั้นจึงเปิดฝาชีดูกับข้าวว่ามีอะไรกิน
“นิ่มผัดแตงใส่ไข่กับหมูสับไว้ให้แม่จ้ะ”
หญิงสาวยิ้มตอบพร้อมทั้งเอื้อมมือไปหยิบจานและตักข้าวในหม้อหุงข้าวให้กับแม่แต่ก็ไม่วายโดนบ่นอีก
“โอ๊ยยยยยยย ผัดแตงอีกละ แล้วก็นะ ทุกวันนี้ก็กินแต่ไข่ๆๆๆๆ ไม่ก็ปลากระป๋องจนหน้ากูจะเป็นไข่อยู่แล้วเนี่ย” นงนุชบ่นเพราะเมื่อเช้าก็กินไข่ทอด กลางวันก็กินน้ำพริกปลากระป๋องกับแตงกวา พอมาตอนเย็นยังต้องมากินผัดแตงใส่ไข่อีก
“แต่วันนี้นิ่มใส่หมูสับด้วยนะจ๊ะแม่”
นิชาดายังยิ้มตอบแม่พร้อมกับชี้ให้แม่ดูหมูในผัดแตงดีๆ เพราะวันนี้เธอได้ค่าแรงเพิ่มมาเป็นสามร้อยบาทจากปกติถ้าแค่ไปรับจ้างเก็บข้าวโพดแบบนี้จะได้ค่าแรงแค่วันละสองร้อยบาทเท่านั้น แต่เพราะเจ้าของไร่เอ็นดูเธอจึงแอบให้ทิปเพิ่มมาอีกหนึ่งร้อยบาท เธอจึงซื้อหมูมาหนึ่งกิโลพร้อมไข่อีกสองแผงมาไว้ติดบ้าน
“โอ๊ยพอๆ กูเบื่อไก่เบื่อไข่ของมึงจะแย่แล้ว ทำของดีๆ ให้กูกินบ้างไม่ได้ไง”
คนเป็นแม่ยังบ่นไม่เลิกแต่ก็ตักข้าวตักกับที่ลูกสาวทำไว้ให้เข้าปาก
“ก็ตอนนี้นิ่มยังไม่ค่อยมีเงินนี่จ๊ะแม่ ไว้รอให้นิ่มเรียนจบแล้วมีงานดีๆ ทำ นิ่มจะหาของอร่อยมาให้แม่กินทุกมื้อเลยจ้ะ” เธอพูดพร้อมกับรินน้ำใส่แก้วให้แม่ไปด้วยเพราะกลัวแม่จะติดคอเนื่องจากจนถึงตอนนี้แม่ยังไม่ยอมเงียบเสียงเลย
“กูเห็นมึงพูดแบบนี้มาจะสองปีละ แต่ทุกวันนี้แม้แต่แกลบก็แทบจะไม่มีให้แดก!” ได้ยินอย่างนั้นคนเป็นลูกก็พยายามไม่เก็บคำพูดที่ไม่รักษาน้ำใจกันของแม่มาคิด และก่อนที่นางนงนุชจะพาลอารมณ์เสียใส่ลูกสาวไปมากกว่านี้เพราะเพิ่งเล่นไพ่เสียมา เสียงรถมอเตอร์ไซค์ของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนก็ดังขัดขึ้นเสียก่อน นางนงนุชจึงรีบลุกขึ้นจากเสื่อที่ปูไว้นั่งกินข้าวแล้วรีบเดินออกไปหาลูกชายหน้าบ้านทันที
“โอ๊ยนนท์ ระวังลูก!”
คนรีบเปิดประตูไปรับลูกชายร้องเสียงหลงเมื่อเห็นว่าลูกชายก้าวพลาดบันไดบ้านขั้นแรกจึงหันไปด่าลูกสาว
“อีนิ่ม! มึงจะปิดไฟทำไมนักหนาฮะ!”
“ก็มันเปลืองไฟนี่แม่”
“แล้วมึงจะให้พี่มึงตกบันไดตายหรือยังไง! แค่นี้ทำเป็นขี้เหนียว กูบอกว่าให้เปิดรอไว้ๆ”
คนเป็นแม่ยังคงด่าลูกสาวไม่เลิกแต่ก็รีบเดินลงบันไดไม้เก่าๆ เพื่อไปพยุงลูกชายที่เมาแอ๋ยืนโงนเงนอยู่ด้านล่าง
“ก็ถ้าให้เปิดรอไว้แล้วแม่ให้มันจ่ายค่าไฟเองไหมล่ะ!”
ครั้งนี้นิชาดาเหลืออดเลยขึ้นเสียงกลับไปบ้าง
แม่จะอะไรกับเธอนักหนา ค่าใช้จ่ายภายในบ้านเธอก็เป็นคนหาเงินมาจ่ายอย่างยากลำบาก ค่าน้ำค่าไฟก็ไม่ใช่ถูกๆ สำหรับคนมีรายได้น้อยอย่างเธอ
ทำกับข้าวซักผ้ากวาดบ้านถูบ้านเธอก็ทำให้หมด จะไม่สนใจจะไม่ห่วงเธอเธอไม่ว่า แต่จะมาหาเรื่องด่าเธอทุกวันเพราะคนขี้เมาไม่เอาไหนแบบนี้มันเกินไป เธอผิดมากเหรอที่แค่ปิดไฟหน้าบ้านเพราะต้องการประหยัดไฟ
“เอ้าอีนี่! อย่ามาย้อนกูนะ! แล้วเดี๋ยวนี้เถียงคำไม่ตกฟาก จะไปไหนก็ไปเลยมึง” คนเป็นแม่ยกมือขึ้นมาชี้หน้าด่าลูกสาวเมื่อประคองลูกชายให้นั่งลงบนเสื่อเรียบร้อยแล้ว
“ไม่ต้องไล่หรอก เชิญแม่อยู่ป้อนข้าวป้อนน้ำให้มันไปคนเดียวเถอะ!”
นิชาดาพูดพร้อมกับเดินหนีไปยังที่นอนของตัวเองอย่างไม่อยากจะทะเลาะด้วยเมื่อเห็นภาพที่แม่ประคบประหงมนทีอย่างดีแต่กลับตะโกนด่าเธอไม่ยอมหยุด
“อีนิ่ม!!!”
เสียงด่าทอเธอสลับกับเสียงถามไถ่พูดคุยกับลูกชายหัวแก้วหัวแหวนและหาข้าวที่เธอเป็นคนซื้อมาให้นทีกินยังคงดังต่อเนื่องให้เธอได้ยิน แต่เธอก็เลือกที่จะไม่สนใจเพราะเธอนั้นทนอยู่สภาพแบบนี้มากว่าสองปีแล้ว
หลังจากพ่อของเธอเสียไปบ้านไม้เก่าๆ ผุๆ หลังคาสังกะสีที่จะพังแหล่ไม่พังแหล่หลังนี้ก็กลายมาเป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัวเธอ มีผ้าปูที่นอนผืนเก่าที่เคยใช้ในสมัยที่ยังไม่ตกอับเอามาพาดราวผ้าที่ตอกตะปูขึงด้วยเส้นลวดเพื่อกั้นเป็นห้องใครห้องมันเพื่อหาความเป็นส่วนตัวบ้างเพียงเท่านั้น เพราะฉะนั้นไม่ว่าแม่จะพูดอะไรกับนทีหรือด่าอะไรเธอก็ได้ยินไปทั้งบ้าน
พระอาทิตย์ยังไม่ทันขึ้นร่างบางที่หลับไปเพราะความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักเมื่อวานก็ลุกขึ้นมาในเวลาตีห้าเหมือนเช่นทุกวัน
นิชาดารีบหุงข้าวจากนั้นจึงก่อไฟทำอาหารกินง่ายๆ เหมือนอย่างเคย โดยวันนี้เธอเลือกทำไข่เจียวเพื่อกินในตอนเช้าและทำหมูทอดเพื่อห่อไปกินตอนกลางวันเพราะวันนี้เธอจะไปรับจ้างเก็บข้าวโพดอีกหนึ่งวันและแน่นอนว่าเธอนั้นทำกับข้าวเผื่อไว้ให้แม่กับพี่ชายด้วย
เมื่อทำกับข้าวและกินข้าวเสร็จเธอจึงรีบไปอาบน้ำในห้องน้ำซึ่งสร้างจากสังกะสีเก่าๆ ข้างตัวบ้าน
ถึงแม้ตอนนี้จะไม่ใช่หน้าหนาวแต่น้ำในตุ่มก็เย็นจนร่างเล็กสั่นสะท้าน หญิงสาวจึงรีบอาบน้ำจากนั้นจึงรีบปั่นจักรยานออกไปทำงานเพราะไร่ข้าวโพดแห่งนี้อยู่ไกลกว่าไร่เมื่อวานนี้มากแถมทางไปยังต้องขึ้นเนินหลายเนินอีกด้วย
บทล่าสุด
#98 บทที่ 98 ตอนพิเศษ 5 คนคลั่งรัก
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#97 บทที่ 97 ตอนพิเศษ 4 ดูดาว.2
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#96 บทที่ 96 ตอนพิเศษ 4 ดูดาว.1
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#95 บทที่ 95 ตอนพิเศษ 3 ให้โอกาส.2
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#94 บทที่ 94 ตอนพิเศษ 3 ให้โอกาส.1
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#93 บทที่ 93 ตอนพิเศษ 2 ค่อยเป็นค่อยไป
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#92 บทที่ 92 ตอนพิเศษ 1 จีบเมียตัวเอง
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#91 บทที่ 91 บทส่งท้าย.2
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#90 บทที่ 90 บทส่งท้าย.1
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#89 บทที่ 89 บทที่ 46.2
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













