บทนำ
กลางวันเธอจึงต้องทำงานในไร่
ส่วนกลางคืน
เธอต้องทำงานบนเตียง
จนกว่าเจ้าของเงินกู้ก้อนใหญ่อย่างเขา
‘จะพอใจ’
บท 1
ยามบ่ายแก่นิชาดากำลังตั้งหน้าตั้งตาเก็บฝักข้าวโพดอย่างขะมักเขม้นเพื่อให้คุ้มค่าแรงที่เจ้าของไร่จ้างเธอมา เพราะหากทำแบบขอไปทีแล้วคงจะไม่มีใครอยากจ้างงานเธออีกเป็นแน่
“นิ่ม!”
“นิ่ม!”
“อีนิ่ม!!!”
นิชาดาละมือจากข้าวโพดที่กำลังเก็บอยู่เมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองแว่วเข้าหู เมื่อเงยหน้าเพ่งมองแล้วเห็นว่าคนที่กำลังตะโกนเรียกอยู่นั้นคือนงนุชแม่ของเธอเองจึงรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งออกไปหาก่อนที่แม่ของเธอจะตะโกนเรียกเธอหน้าดำหน้าแดงอย่างไม่เกรงใจใครไปมากกว่านี้
“มีอะไรจ๊ะแม่ นิ่มใกล้จะเสร็จแล้ว”
นิชาดายกแขนที่ใส่เสื้อแขนยาวตัวเก่าขึ้นมาเช็ดเหงื่อที่เกาะอยู่ตามใบหน้าของตัวเองไปด้วยระหว่างเอ่ยถามคนเป็นแม่
“เออ ใกล้เสร็จแล้วก็ดี”
นงนุชที่ขัดใจใบหน้าอันเหน็ดเหนื่อยจนเว่อร์ของลูกสาวในสายตาของนางนักจึงรีบยื่นเงินที่กำรอไว้อยู่แล้วส่งให้ไปทันที
“อะนี่ ฝากซื้อไก่ย่างกับข้าวเหนียวให้นนท์มันหน่อย นนท์มันอยากกินเดี๋ยวแม่จะไปข้างนอก”
เมื่อเห็นว่าลูกสาวเอาแต่ก้มมองแบงค์ห้าสิบบาทในมือแต่ไม่ยอมตอบอะไรนงนุชจึงสั่งย้ำไปอีกครั้ง
“เข้าใจไหม อย่าลืมหาข้าวหาน้ำเตรียมไว้ให้พี่มึงด้วยล่ะตั้งแต่เช้ามันยังไม่ได้กินอะไรเลย”
พูดเสร็จก็สตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าที่ขี่มาจอดเรียกลูกสาวเมื่อกี้นี้แล้วขี่ออกไปทันที จุดหมายก็คงจะเป็นบ้านใครสักหลังที่กำลังจะตั้งวงกินเหล้าพร้อมกับตั้งวงเล่นไพ่ไปในคราเดียวกัน
นิชาดาได้แต่มองตามหลังผู้เป็นแม่ไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจทั้งที่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะเลิกคิดเล็กคิดน้อยเพื่อไม่ให้บั่นทอนจิตใจตัวเอง แต่บางครั้งเธอก็อดคิดไม่ได้ เช่นตอนนี้ที่เธอกำลังเหนื่อยเนื่องจากมารับจ้างเก็บข้าวโพดในไร่ตั้งแต่เช้า ข้าวกับน้ำก็แทบจะไม่ได้กินแถมยังตากแดดเกือบทั้งวันแต่แม่ก็เอาแต่ห่วงนทีพี่ชายของเธอที่วันๆ ไม่ทำอะไรก็มีคนหาเงินให้ใช้ วันๆ กินแต่เหล้าก็มีคนคอยหาข้าวหาน้ำให้กินอยู่อย่างสุขสบาย ต่างจากเธอที่นอกจากจะต้องทำงานหนักแล้วแม่ยังแทบไม่เคยสนใจใยดี
หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วปัดเรื่องไม่เป็นเรื่องออกจากหัวจากนั้นจึงรีบเดินกลับเข้าไปในไร่เพื่อเก็บฝักข้าวโพดต่อ ขืนเสร็จช้าแล้วไปซื้อกับข้าวให้นทีตามที่แม่สั่งไว้ไม่ทันเธอก็ต้องโดนด่าอีกเพราะกว่าจะปั่นจักรยานจากไร่ข้าวโพดแห่งนี้ไปตลาดและปั่นจากตลาดไปบ้านอีกทีก็ค่อนข้างไกล และอีกอย่างเธอก็ไม่อยากจะปั่นจักรยานไปไหนมาไหนคนเดียวตอนค่ำๆ มืดๆ ด้วย
นิชาดากลับมาถึงบ้านราวหกโมงเย็นแต่ทั้งบ้านก็ไม่มีใครอยู่ ซึ่งเธอไม่ได้แปลกใจอะไรเพราะแม่แวะมาบอกแล้วว่าจะไปข้างนอกซึ่งก็เดาได้ไม่ยากว่าคงจะไปเล่นไพ่ ส่วนพี่ชายของเธอนั้นก็เดาได้ไม่ยากอีกเช่นกันว่าคงจะตื่นนอนแล้วก็ออกไปหาเหล้ากินเหมือนกับทุกวัน
หลายชั่วโมงต่อมาขณะที่หญิงสาวกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่เพียงลำพังในบ้านนั้นก็ได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซค์คุ้นหูดังเข้ามาใกล้จึงรีบลุกไปเปิดไฟตรงบันไดทางขึ้นหน้าบ้านและเปิดประตูให้กับแม่
“นนท์ยังไม่กลับมาอีกเหรอ” นางนงนุชถามหาลูกชายกับลูกสาวทันทีที่กลับมาถึงบ้านเพราะตอนนี้ก็สองทุ่มกว่าแล้วแต่กลับยังไม่เห็นรถของลูกชายจอดอยู่
“ยังจ้ะ” นิชาดาเอ่ยตอบผู้เป็นแม่ขณะกำลังลงกลอนปิดล็อกประตูบ้านพร้อมทั้งปิดไฟหน้าบ้านที่เพิ่งเปิดเพื่อให้แม่เดินขึ้นบันไดมาเมื่อกี้นี้ด้วย
“แล้วมันออกไปตั้งแต่ตอนไหน กินข้าวไปหรือเปล่า”
“ไม่รู้จ้ะ นิ่มกลับมาพี่นนท์ก็ไม่อยู่แล้ว”
“แล้วทำไมมึงไม่กลับก่อนพี่มึงจะออกไป ใช้อะไรไม่ได้เรื่องสักอย่าง”
คนเป็นแม่เริ่มบ่นลูกสาวที่ทำอะไรก็ไม่ได้เรื่องแถมยังขัดหูขัดตาไปหมดเมื่อถามถึงลูกชายแล้วไม่ได้ความ
“แต่จากไร่มาบ้านมันไกลนี่จ๊ะ แล้วอีกอย่าง…”
คนถูกบ่นยังไม่ทันพูดจบคนเป็นแม่ก็บอกปัดขึ้นมาก่อนอย่างรำคาญคำแก้ตัวซ้ำซากของลูกสาว
“เออๆ ช่างเถอะ แล้วนี่มีอะไรกินบ้างล่ะ” นางนงนุชถามพร้อมกับเดินไปนั่งลงบนพื้นที่ปูเสื่อไว้กลางบ้าน จากนั้นจึงเปิดฝาชีดูกับข้าวว่ามีอะไรกิน
“นิ่มผัดแตงใส่ไข่กับหมูสับไว้ให้แม่จ้ะ”
หญิงสาวยิ้มตอบพร้อมทั้งเอื้อมมือไปหยิบจานและตักข้าวในหม้อหุงข้าวให้กับแม่แต่ก็ไม่วายโดนบ่นอีก
“โอ๊ยยยยยยย ผัดแตงอีกละ แล้วก็นะ ทุกวันนี้ก็กินแต่ไข่ๆๆๆๆ ไม่ก็ปลากระป๋องจนหน้ากูจะเป็นไข่อยู่แล้วเนี่ย” นงนุชบ่นเพราะเมื่อเช้าก็กินไข่ทอด กลางวันก็กินน้ำพริกปลากระป๋องกับแตงกวา พอมาตอนเย็นยังต้องมากินผัดแตงใส่ไข่อีก
“แต่วันนี้นิ่มใส่หมูสับด้วยนะจ๊ะแม่”
นิชาดายังยิ้มตอบแม่พร้อมกับชี้ให้แม่ดูหมูในผัดแตงดีๆ เพราะวันนี้เธอได้ค่าแรงเพิ่มมาเป็นสามร้อยบาทจากปกติถ้าแค่ไปรับจ้างเก็บข้าวโพดแบบนี้จะได้ค่าแรงแค่วันละสองร้อยบาทเท่านั้น แต่เพราะเจ้าของไร่เอ็นดูเธอจึงแอบให้ทิปเพิ่มมาอีกหนึ่งร้อยบาท เธอจึงซื้อหมูมาหนึ่งกิโลพร้อมไข่อีกสองแผงมาไว้ติดบ้าน
“โอ๊ยพอๆ กูเบื่อไก่เบื่อไข่ของมึงจะแย่แล้ว ทำของดีๆ ให้กูกินบ้างไม่ได้ไง”
คนเป็นแม่ยังบ่นไม่เลิกแต่ก็ตักข้าวตักกับที่ลูกสาวทำไว้ให้เข้าปาก
“ก็ตอนนี้นิ่มยังไม่ค่อยมีเงินนี่จ๊ะแม่ ไว้รอให้นิ่มเรียนจบแล้วมีงานดีๆ ทำ นิ่มจะหาของอร่อยมาให้แม่กินทุกมื้อเลยจ้ะ” เธอพูดพร้อมกับรินน้ำใส่แก้วให้แม่ไปด้วยเพราะกลัวแม่จะติดคอเนื่องจากจนถึงตอนนี้แม่ยังไม่ยอมเงียบเสียงเลย
“กูเห็นมึงพูดแบบนี้มาจะสองปีละ แต่ทุกวันนี้แม้แต่แกลบก็แทบจะไม่มีให้แดก!” ได้ยินอย่างนั้นคนเป็นลูกก็พยายามไม่เก็บคำพูดที่ไม่รักษาน้ำใจกันของแม่มาคิด และก่อนที่นางนงนุชจะพาลอารมณ์เสียใส่ลูกสาวไปมากกว่านี้เพราะเพิ่งเล่นไพ่เสียมา เสียงรถมอเตอร์ไซค์ของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนก็ดังขัดขึ้นเสียก่อน นางนงนุชจึงรีบลุกขึ้นจากเสื่อที่ปูไว้นั่งกินข้าวแล้วรีบเดินออกไปหาลูกชายหน้าบ้านทันที
“โอ๊ยนนท์ ระวังลูก!”
คนรีบเปิดประตูไปรับลูกชายร้องเสียงหลงเมื่อเห็นว่าลูกชายก้าวพลาดบันไดบ้านขั้นแรกจึงหันไปด่าลูกสาว
“อีนิ่ม! มึงจะปิดไฟทำไมนักหนาฮะ!”
“ก็มันเปลืองไฟนี่แม่”
“แล้วมึงจะให้พี่มึงตกบันไดตายหรือยังไง! แค่นี้ทำเป็นขี้เหนียว กูบอกว่าให้เปิดรอไว้ๆ”
คนเป็นแม่ยังคงด่าลูกสาวไม่เลิกแต่ก็รีบเดินลงบันไดไม้เก่าๆ เพื่อไปพยุงลูกชายที่เมาแอ๋ยืนโงนเงนอยู่ด้านล่าง
“ก็ถ้าให้เปิดรอไว้แล้วแม่ให้มันจ่ายค่าไฟเองไหมล่ะ!”
ครั้งนี้นิชาดาเหลืออดเลยขึ้นเสียงกลับไปบ้าง
แม่จะอะไรกับเธอนักหนา ค่าใช้จ่ายภายในบ้านเธอก็เป็นคนหาเงินมาจ่ายอย่างยากลำบาก ค่าน้ำค่าไฟก็ไม่ใช่ถูกๆ สำหรับคนมีรายได้น้อยอย่างเธอ
ทำกับข้าวซักผ้ากวาดบ้านถูบ้านเธอก็ทำให้หมด จะไม่สนใจจะไม่ห่วงเธอเธอไม่ว่า แต่จะมาหาเรื่องด่าเธอทุกวันเพราะคนขี้เมาไม่เอาไหนแบบนี้มันเกินไป เธอผิดมากเหรอที่แค่ปิดไฟหน้าบ้านเพราะต้องการประหยัดไฟ
“เอ้าอีนี่! อย่ามาย้อนกูนะ! แล้วเดี๋ยวนี้เถียงคำไม่ตกฟาก จะไปไหนก็ไปเลยมึง” คนเป็นแม่ยกมือขึ้นมาชี้หน้าด่าลูกสาวเมื่อประคองลูกชายให้นั่งลงบนเสื่อเรียบร้อยแล้ว
“ไม่ต้องไล่หรอก เชิญแม่อยู่ป้อนข้าวป้อนน้ำให้มันไปคนเดียวเถอะ!”
นิชาดาพูดพร้อมกับเดินหนีไปยังที่นอนของตัวเองอย่างไม่อยากจะทะเลาะด้วยเมื่อเห็นภาพที่แม่ประคบประหงมนทีอย่างดีแต่กลับตะโกนด่าเธอไม่ยอมหยุด
“อีนิ่ม!!!”
เสียงด่าทอเธอสลับกับเสียงถามไถ่พูดคุยกับลูกชายหัวแก้วหัวแหวนและหาข้าวที่เธอเป็นคนซื้อมาให้นทีกินยังคงดังต่อเนื่องให้เธอได้ยิน แต่เธอก็เลือกที่จะไม่สนใจเพราะเธอนั้นทนอยู่สภาพแบบนี้มากว่าสองปีแล้ว
หลังจากพ่อของเธอเสียไปบ้านไม้เก่าๆ ผุๆ หลังคาสังกะสีที่จะพังแหล่ไม่พังแหล่หลังนี้ก็กลายมาเป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัวเธอ มีผ้าปูที่นอนผืนเก่าที่เคยใช้ในสมัยที่ยังไม่ตกอับเอามาพาดราวผ้าที่ตอกตะปูขึงด้วยเส้นลวดเพื่อกั้นเป็นห้องใครห้องมันเพื่อหาความเป็นส่วนตัวบ้างเพียงเท่านั้น เพราะฉะนั้นไม่ว่าแม่จะพูดอะไรกับนทีหรือด่าอะไรเธอก็ได้ยินไปทั้งบ้าน
พระอาทิตย์ยังไม่ทันขึ้นร่างบางที่หลับไปเพราะความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักเมื่อวานก็ลุกขึ้นมาในเวลาตีห้าเหมือนเช่นทุกวัน
นิชาดารีบหุงข้าวจากนั้นจึงก่อไฟทำอาหารกินง่ายๆ เหมือนอย่างเคย โดยวันนี้เธอเลือกทำไข่เจียวเพื่อกินในตอนเช้าและทำหมูทอดเพื่อห่อไปกินตอนกลางวันเพราะวันนี้เธอจะไปรับจ้างเก็บข้าวโพดอีกหนึ่งวันและแน่นอนว่าเธอนั้นทำกับข้าวเผื่อไว้ให้แม่กับพี่ชายด้วย
เมื่อทำกับข้าวและกินข้าวเสร็จเธอจึงรีบไปอาบน้ำในห้องน้ำซึ่งสร้างจากสังกะสีเก่าๆ ข้างตัวบ้าน
ถึงแม้ตอนนี้จะไม่ใช่หน้าหนาวแต่น้ำในตุ่มก็เย็นจนร่างเล็กสั่นสะท้าน หญิงสาวจึงรีบอาบน้ำจากนั้นจึงรีบปั่นจักรยานออกไปทำงานเพราะไร่ข้าวโพดแห่งนี้อยู่ไกลกว่าไร่เมื่อวานนี้มากแถมทางไปยังต้องขึ้นเนินหลายเนินอีกด้วย
บทล่าสุด
#98 บทที่ 98 ตอนพิเศษ 5 คนคลั่งรัก
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#97 บทที่ 97 ตอนพิเศษ 4 ดูดาว.2
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#96 บทที่ 96 ตอนพิเศษ 4 ดูดาว.1
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#95 บทที่ 95 ตอนพิเศษ 3 ให้โอกาส.2
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#94 บทที่ 94 ตอนพิเศษ 3 ให้โอกาส.1
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#93 บทที่ 93 ตอนพิเศษ 2 ค่อยเป็นค่อยไป
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#92 บทที่ 92 ตอนพิเศษ 1 จีบเมียตัวเอง
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#91 บทที่ 91 บทส่งท้าย.2
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#90 บทที่ 90 บทส่งท้าย.1
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026#89 บทที่ 89 บทที่ 46.2
อัปเดตล่าสุด: 3/31/2026
คุณอาจชอบ 😍
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่สายสตรองพร้อมมิติห้างลับยุค80
ยากจน? อดอยาก? ญาติพี่น้องจอมปลิงรังแก?
หึ! ฝันไปเถอะ! เพราะเธอไม่ได้มาตัวเปล่า แต่พกมิติห้างสรรพสินค้าขนาดมหึมาข้ามเวลามาด้วย
ในเมื่อยุคนี้ข้าวยากหมากแพง เธอก็จะใช้ของวิเศษเปิดร้านอาหารที่อร่อยที่สุดโกยเงินเข้ากระเป๋า
ใครกล้ามารังแกครอบครัวเธอ แม่จะฟาดกลับให้ร้องขอชีวิตไม่ทัน
ส่วนสามีที่ใครๆ ก็หาว่าเป็นคนพิการไร้ค่า... ไหงตอนนี้ขากลับมาหายดี แถมยังกลายเป็นพ่อหมาป่าจอมคลั่งรัก ที่พร้อมจะคุกเข่าให้เธอทุกวันได้ล่ะเนี่ย?!
คำเตือน: นิยายเรื่องนี้พระเอกคลั่งรักเมียมาก และนางเอกฟาดศัตรูไม่เลี้ยง!
สัญญารักประธานร้าย
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
เพื่อนคนนี้ที่จอมทัพอยากได้ (เซต..วิศวะ)
*** เมื่อเพื่อนสนิทชายหญิงมาอาศัยอยู่ในห้องเดียวกัน มันจะมีคนหนึ่งที่คิดไม่ซื่อ จ้องจะงาบเพื่อนอยู่ตลอด มาลุ้นกันว่าฝ่ายไหนจะเปิดก่อน แล้วคนเปิดก่อนจะได้เปรียบจริงหรือเปล่า? ***
เมียเด็กของภาคินทร์
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
คุณหมอ❤️ที่รัก NC18++
"อาหมอกฤษฎิ์"
หนุ่มใหญ่วัย 34 ปี มาเฟียในคราบคุณหมอสูตินรีเวชแห่งโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศ โหด เหี้ยม รักใครไม่เป็น เปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น สำหรับเขารักแท้ไม่เคยมีรักดีๆ ก็มีให้ใครไม่ได้ แต่สุดท้ายดันมาตกหลุมรักแม่ของลูกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น❤️
"เฟียร์สตีนอยู่ดีๆรู้ตัวอีกทีก็มีลูกสาววัย4ขวบแล้วอ่ะครับ แถมแม่ของลูกทำเอาใจเต้นแรงไม่หยุดเลยนี่เรียกว่าตกหลุมรักใช่ไหมครับ"
นลินนิภา อารีย์รักษ์
"ที่รัก"
สาวน้อยวัยแรกแย้มบริสุทธิ์ผุดผ่อง ฐานะยากจนสู้ชีวิต เพราะความจำเป็นทำให้เธอต้องตกเป็นของเขา คนนั้นด้วยความเต็มใจ จนทำให้เธอต้องกลายมาเป็นคุณแม่ยังสาวด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็เล่นตลกเหวี่ยงให้เธอกลับมาพบกับเขาคนนั้นอีกครั้ง พ่อของลูกคนที่เธอถวิลหาไม่เคยลืม ❤️
"ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก ห่างกันไกลแค่ไหนใจยังคงคิดถึงเธอเสมอ ❤️พ่อของลูก"
หนูน้อยแก้มใส
กมลชนก อารีย์รักษ์
สาวน้อยวัย 4 ขวบ สดใสร่าเริง ฉลาดมาก ซนมาก แสบมาก เซี้ยวมาก เฟียสมาก ใครเห็นเป็นต้องหลงรักในความช่างพูดและขี้อ้อนของน้อง
"ลุงหมอเป็นพ่อขาของแก้มใสเหรอคะ"
หนูเป็นลูกของคุณพ่อกฤษฎิ์กับคุณแม่ที่รักค่ะ
หนูจะเป็นกามเทพตัวจิ๋วที่จะมาแผลงศรให้คุณพ่อกับคุณแม่รักกัน❤️มาเอาใจช่วยหนูกันด้วยนะคะ
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...













