บทที่ 11 คนที่หล่อนไว้วางใจ

เพียะ!

เสียงฉาดใหญ่กระทบใบหน้าหล่อเหลาจนสะบัดไปตามแรงตบ อคิระดุนลิ้นที่กระพุ้งแก้ม รับรู้ได้ถึงรสคาวในปาก ก่อนจะตวัดดวงตาวาวโรจน์มองเจ้าของฝ่ามือที่ยืนสะท้านด้วยแรงสะอื้น

"หมออาร์ต คุณมันคนทุเรศที่สุด คุณไม่มีสิทธิ์มาดูถูกฉันแบบนี้ เพราะคุณไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวฉันเลย และถึงคุณรู้ คุณก็ไม่มีสิทธิ์ เพราะคุณกับฉันไม่ได้เป็นอะไรกัน!"

อคิระอึ้งกับคำพูดของรินลดา ใช่... เขากับหล่อนไม่ได้เป็นอะไรกัน

แม้จะเห็นใบหน้าสวยเต็มไปด้วยความผิดหวังและเจ็บปวดอย่างที่สุด แต่เขาก็อยากจะเถียง

“ทำไมฉันจะไม่มีสิทธิ์ ฉันเป็นหัวหน้า...”

จะบอกว่าเขาเป็นหัวหน้าทีม หล่อนที่เป็นพยาบาลเพิ่งบรรจุในสังกัดวอร์ดเขา ก็ต้องทำตัวให้อยู่ในศีลธรรมอันดี ไม่ใช่ใช้เต้าไต่แล้วยังกล้าเถียง ทว่าทั้งหมดนั้นอคิระยังพูดไม่จบ เพราะรินลดากำลังง่วนอยู่กับการควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพาย และเมื่อมองหน้าจอโทรศัพท์ คิ้วเรียวสวยก็ขมวดมุ่น

"น้าจ้อย คะ! แม่เป็นอะไรคะ น้าจ้อย!”

เสียงระคนตกใจของรินลดาทำให้อคิระจ้องหล่อนเขม็ง แม้ไม่รู้ว่าคนปลายสายพูดอะไร แต่ท่าทางและเสียงแบบนี้ไม่ดีแน่

"อยู่ที่ไหนคะ พ่อรู้หรือยังคะ ค่ะ! รินจะรีบไปเดี๋ยวนี้ค่ะ! น้าจ้อยไม่ต้องร้องนะ รินกำลังจะไป"

ยังไม่ทันตัดสายโทรศัพท์ รินลดาก็วิ่งออกจากศาลารอรถลงไปยืนริมถนน จนอคิระต้องยื้อข้อมือเอาไว้

"คุณจะไปไหนรินลดา! ฝนตกหนักขนาดนี้!"

"ปล่อยฉัน!”

“บอกผมก่อนว่าคุณจะไปไหน”

“ปล่อย!”

อคิระยื้อข้อมือไว้แน่น เพราะท่าทางของรินลดาเหมือนคนสติแตก ปล่อยไปคนเดียวตอนนี้ไม่ดีแน่

“จะไปไหน จะไปส่ง”

“แม่... แม่รินเข้าโรงพยาบาล แม่วูบ รินต้องไปหาแม่!"

คำแทนตัวที่เปลี่ยนจาก ‘ฉัน’ เป็น ‘ริน’ พร้อมด้วยอาการสั่นสะอื้นจนหอบตัวโยน ดั่งคนจะขาดใจ ทำให้หัวใจอคิระอ่อนยวบ ความโกรธเมื่อครู่หายวับ ตอนนี้มีแต่ใจอยากช่วยหล่อน

"ขึ้นรถ จะไปส่ง เร็วสิ! ผมบอกให้ขึ้นรถ!"

เพราะรินลดามองเขาอย่างอึ้งๆ อคิระจึงต้องตวาดซ้ำ ก่อนจะกระชากหล่อนไปที่รถของเขาซึ่งจอดอยู่ไม่ไกล

"ผมไปส่งในฐานะหมอ ไม่ได้พิศวาสคุณ โรงพยาบาลอะไร บอกมา พูดมาเร็วสิ!"

“โรง... โรงพยาบาลเรา”

เสียงตอบตะกุกตะกักเหมือนคนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แต่กลับทำให้อคิระร้อนไปทั้งใจ ก็โรงพยาบาลเรา ก็คือโรงพยาบาลที่ ผอ.นิรันดร์ เป็นเจ้าของ

บอกตัวเองว่าโกรธ แต่ก็ไม่รู้จะโกรธอะไรได้ ทำให้แค่พยายามขับรถฝ่าพายุมุ่งตรงไปที่โรงพยาบาลให้มีสติมากที่สุด

ตลอดทางที่ขับรถท่ามกลางพายุ รินลดาลุกลี้ลุกลนมองทางช่วยเขาตลอด รู้ว่าใจหล่อนกระโจนไปที่โรงพยาบาลแล้ว ระยะทางไม่ไกลแต่ก็ทำให้อคิระได้คิดอะไรมากขึ้น

แม่ของรินลดามีอาการวูบจนเข้าโรงพยาบาล และคนที่โทร.มาบอกชื่อว่าน้าจ้อย

พ่อของหล่อนยังอยู่ เพราะได้ยินหล่อนถามน้าจ้อยว่า พ่อรู้หรือยัง

แต่ที่เขาอยากรู้มากกว่านั้นก็คือ หล่อนได้บอก ผอ.นิรันดร์ ไหม แต่ถ้าพามารักษาที่โรงพยาบาล ก็ย่อมแสดงว่า ผอ. รับทราบใช่ไหม หรือนี่จะเป็นสาเหตุที่ทำให้รินลดาต้องมีความสัมพันธ์แนบชิดกับ ผอ.

อคิระคิดมากมายหลายอย่าง จนรถจอดเทียบที่ด้านหน้าห้องฉุกเฉิน รินลดารีบวิ่งลงจากรถไปทันที

หลังจากจอดรถเรียบร้อยแล้ว อคิระรีบตามมาที่ห้องฉุกเฉิน แต่ก็ไม่เห็นรินลดา เมื่อสอบถามจากเจ้าหน้าที่จึงได้รู้ว่ารินลดาไปรอแม่ของหล่อนอยู่ที่หน้าห้อง ICU เขารีบรุดตามไป นึกตกใจไม่น้อยที่แม่ของรินลดาอาการหนักมาก

"อาการแม่เป็นยังไงบ้างคะน้าจ้อย ทำไมแม่ถึงวูบได้คะ"

"น้าก็ไม่ทราบค่ะคุณหนูริน”

“ไม่เป็นนะคะ แม่อยู่กับคุณหมอแล้ว”

น้ำเสียงรินลดาที่สั่นเครือเหมือนพยายามทำตัวให้เข้มแข็ง ทั้งที่ตอนนี้ใจหล่อนคงบอบช้ำหนัก แต่พอมาเจอหญิงวัยกลางคนที่หล่อนเรียกว่าน้าจ้อย ที่ดูเหมือนจะเสียขวัญยิ่งกว่า นั่นก็ทำให้รินลดาปล่อยโฮเหมือนตอนได้รับโทรศัพท์ไม่ได้

ทว่าสิ่งที่ทำให้อคิระขมวดคิ้วไม่ใช่ความเข้มแข็งของรินลดา แต่กลับเป็นคำว่า ‘คุณหนูริน’ ทำไมน้าจ้อยถึงได้เรียกรินลดาว่า ‘คุณหนูริน’ ทั้งที่เขารู้มาว่ารินลดาเป็นพยาบาลที่ไม่ได้แต่งตัวฟุ้งเฟ้อ กินง่ายอยู่ง่ายจนพยาบาลรุ่นพี่เอ็นดู หรือว่าจะเป็นคำที่พี่เลี้ยงติดปากเรียกหล่อน

แต่ทุกความคิดของอคิระต้องสะดุด เมื่อเห็น ผอ.นิรันดร์ วิ่งหน้าตาตื่นมาที่ห้อง ICU

ภาพ ผอ.นิรันดร์ เข้าไปโอบกอดรินลดา และรินลดาที่ปล่อยโฮทันทีที่เห็นหน้า เหมือนทุกสิ่งที่หล่อนพยายามเข้มแข็งนั้นไม่ต้องทำต่อหน้า ผอ. ก็ได้ เพราะ ผอ. เป็นคนที่หล่อนไว้ใจ วางใจ เชื่อใจ และอยู่ในใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป