บทที่ 5 ไม่ได้ใช้สมอง ใช้แต่ทางลัด
ภายในห้องผ่าตัดที่เย็นเฉียบและเต็มไปด้วยเครื่องมือแพทย์ที่ดูน่าเกรงขาม อคิระในชุดผ่าตัดสีเขียว สวมหมวกคลุมผม และหน้ากากมิดชิด เหลือเพียงดวงตาคมกริบที่ดูดุดันกว่าปกติ วันนี้เขามีเคสผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ และเขาจงใจระบุชื่อรินลดาให้เข้าเคสในฐานะ ‘พยาบาลส่งเครื่องมือ’ ทั้งที่หล่อนยังใหม่มากสำหรับเคสใหญ่ขนาดนี้
"พร้อมแล้วครับหมออาร์ต"
นายแพทย์นนท์ แพทย์ประจำโรงพยาบาลซึ่งเป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทที่เรียนมาด้วยกันกับอคิระเอ่ยขึ้น วันนี้เขาแวะมาสังเกตการณ์การผ่าตัด แต่ท่าทางนิ่งแบบแปลกๆ ของอคิระก็ทำให้หมอนนท์รู้สึกถึงรังสีความเครียดที่แผ่ออกมา
"คนไหนไม่พร้อมก็ออกไป อย่ามาทำให้เสียงานก็แล้วกัน" อคิระพูดเสียงเย็น สายตาจับจ้องไปที่รินลดาที่กำลังยืนสั่นน้อยๆ ขณะเตรียมเครื่องมือ
“พร้อมไหมพยาบาลรินลดา”
“พะ... พร้อมค่ะหมอ”
ดวงตาคมเข้มตวัดมองเจ้าของคำตอบที่ดูจะสั่นไปหมด ก่อนจะตวัดตามองพยาบาลผู้ช่วยให้เข้าไปประกบรินลดาเพื่อป้องกันความผิดพลาด
การผ่าตัดเริ่มขึ้นอย่างตึงเครียด อคิระทำงานด้วยความเร็วและแม่นยำระดับปีศาจ เขาแบมือเพื่อขอเครื่องมือ ซึ่งพยาบาลที่ทำหน้าที่ส่งเครื่องมือต้องรู้ใจศัลยแพทย์ว่าในขั้นตอนนี้ควรใช้เครื่องมือตัวไหน
"มีดเบอร์สิบ" อคิระสั่งสั้นๆ รินลดาหยิบส่งให้ทันที
แต่พอถึงขั้นตอนการเย็บหลอดเลือดที่ละเอียดอ่อน รินลดากลับหยิบเครื่องมือผิด
"ไม่ใช่ตัวนั้น! เรียนมายังไง แยกไม่ออกหรือไง ว่าตัวไหนใช้จับเนื้อเยื่อ ตัวไหนใช้จับเข็ม!"
พยาบาลผู้ช่วยที่คอยประกบข้างรินลดารีบส่งเครื่องมือให้อคิระอย่างไว
"ขอ... ขอโทษค่ะหมอ" รินลดาละล่ำละลักขอโทษและรีบเปลี่ยนตำแหน่งให้รุ่นพี่พยาบาลเข้าไปยืนประกบนายแพทย์อคิระแทน เพราะรู้ตัวว่าพลาดไปแล้ว
"ในห้องผ่าตัดไม่มีคำว่าขอโทษ มีแต่คำว่ารอดหรือตาย ถ้ามัวแต่เงอะงะแบบนี้ ก็พิจารณาตัวเองด้วย เข้ามาทำงานด้วยเส้นสาย ก็ต้องทำให้ดี ไม่ใช่ให้คนไข้มาเสี่ยงชีวิต”
อคิระพูดเสียงดังและห้วนจนพยาบาลคนอื่นๆ ในห้องผ่าตัดพากันก้มหน้าเงียบ รวมทั้งหมอนนท์ด้วย ที่มองเพื่อนรักแบบอึ้งๆ เพราะไม่เคยเห็นอคิระหงุดหงิดหรือดุใครมาก่อน
คุณหมอที่ได้รับฉายาว่า ‘เทวดาของคนไข้’ มักปกคลุมไปด้วยภาพลักษณ์ที่อบอุ่นเสมอ แต่เวลานี้กลับไม่ใช่
ซึ่งมองยังไงนนท์ก็ไม่เข้าใจ เพราะถ้านี่คือการเข้าห้องผ่าตัดเพื่อเป็นพยาบาลส่งเครื่องมือเป็นครั้งแรก ยังไงก็มีพยาบาลรุ่นพี่คอยประกบเพื่อป้องกันความผิดพลาดและลดความประหม่าให้อยู่แล้ว ไม่มีทางที่นางพยาบาลร่างเล็กนี้จะหยิบจับอะไรผิดเลย และจากดูท่าทางแล้วพยาบาลคนนี้น่าจะเกร็งเพราะกลัวถูกอคิระดุเสียมากกว่า
รินลดาเองก็พยายามกลั้นน้ำตาและความขมขื่นนั้นไว้สุดกำลัง พยายามโฟกัสสมาธิไปที่ทุกขั้นตอนผ่าตัด รวมทั้งจดจำสิ่งที่พี่พยาบาลหยิบจับตามคำสั่งของอคิระอย่างเคร่งครัด นั่นทำให้คำต่อว่าของอคิระที่ผ่านมาดูเบาไปเลย เมื่อเห็นวิกฤตต่างๆ ที่คนไข้ต้องเจอ รวมทั้งความเคร่งเครียดของเจ้าหน้าที่ทุกคนในห้องผ่าตัดด้วย เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งที่อคิระพูดนั้นถูกต้องทุกอย่าง
‘ในห้องผ่าตัดมีแค่รอดกับตาย’ จริงๆ
เมื่อช่วงเวลาการผ่าตัดที่ยาวนานเกือบ 5 ชั่วโมง เสร็จสิ้น คนไข้ถูกย้ายไปห้องพักฟื้นเรียบร้อยแล้ว คณะแพทย์และพยาบาลที่ทำหน้าที่ต่างเปลี่ยนเสื้อผ้าและทยอยกันออกจากพื้นที่ผ่าตัด คงเหลือเพียงรินลดาที่ใจยังตุ่มๆ ต่อมๆ หล่อนรู้ว่าคำพูดของนายแพทย์อคิระนั้นถูกต้องทุกอย่าง และรู้ว่าตนเองนั้นบกพร่องอย่างร้ายกาจ แต่ใจที่ถูกตำหนิรุนแรงก็ทำให้หัวใจหล่อนแป้ว
“หรือเราคิดผิด ที่เลือกมาเป็นพยาบาลที่นี่”
ความคิดที่ผุดขึ้นมาในหัวก็คือ หล่อนควรไปเป็นพยาบาลที่โรงพยาบาลอื่นก่อน ให้ได้รับการบรรจุ อย่างน้อย 2-3 ปี ค่อยย้ายมาที่นี่ อย่างน้อยหล่อนได้มีประสบการณ์ และไม่ถูกใครหาว่าเป็นเด็กเส้นด้วย
“เด็กเส้น” คำพูดที่เปล่งออกมาไม่ต่างจากเยาะตัวเอง
“เด็กเส้นจริงๆ สินะ”
“หมออาร์ต!”
เจ้าของเสียงทุ้มที่ดังอยู่หน้าประตูทำให้รินลดาชะงัก คิดโทษตัวเองว่าควรออกจากห้องนี้เร็วๆ ไม่ควรอยู่จนได้เจออคิระเลย ก็หล่อนคิดว่าทุกคนออกไปกันหมดแล้ว ไม่คิดว่ายังเหลือตัวบิดาอยู่ที่นี่อีกคน
“ทำไม เห็นผมแล้วนึกอยากกลับคอนโดฯ ไปอ้อน ผอ. เลยหรือเปล่า”
“หมอพูดอะไรคะ รินไม่เข้าใจ”
“เรื่องง่ายๆ แค่นี้ยังฟังไม่เข้าใจ อ้อ... อย่างว่าล่ะ ไม่ได้ใช้ความสามารถเข้ามาทำงานนี่นา สมองเลยคิดอะไรซับซ้อนไม่ค่อยได้ รู้จักแต่ทางลัด”
“หมออาร์ต!”
