บทที่ 8 กลัวใจตัวเอง
อคิระเปิดเอกสารอ่านลวกๆ แต่หมายเหตุชัดเจนว่าบางรายการหาเอกสารไม่พบก็ทำให้เขาพุ่งตรงทันที
"ทำไมรายการหน้าสี่สิบห้าข้อมูลไม่ครบ ผมสั่งให้สรุปยอดทั้งหมดไม่ใช่เหรอ”
"ดิฉันหาเอกสารส่วนนั้นไม่เจอค่ะ เหมือนมันจะหายไปจากแฟ้ม"
"หาย? หรือคุณขี้เกียจหากันแน่”
อคิระเสียงเข้ม แค่ได้กลิ่นแป้งเด็กที่เหมือนจะโชยมาจากเรือนร่างของรินลดา ก็เหมือนว่าเลือดจะขึ้นหน้า โกรธไปหมด ร้อนไปหมด ในหัวเห็นแต่ภาพ ผอ.นิรันดร์ ลูบศีรษะ ลูบแก้มรินลดา ขนาดหน้าห้องทำงานยังกล้าแสดงกิริยากันแบบนั้น อยู่ในห้องกัน 2 ต่อ 2 เป็นชั่วโมง จะเกินเลยกันไปถึงไหนๆ
ดวงตาคมเข้มตวัดขึ้นมองนางพยาบาลร่างเล็กที่ยืนอยู่ตรงหน้า ตั้งใจจะสรรหาคำต่อว่าแรงๆ กว่านี้ ให้สมกับความร้อนใจที่เขามี ทว่าใบหน้าซีดเซียวของหล่อนกลับทำให้ใจเขากระตุก
ดวงตาที่เคยสุกใสมีแต่ความยินดี ความรื่นเริง ขณะนี้กลับบวมช้ำ แดงระเรื่อ เหมือนคนไม่ได้หลับได้นอนมาทั้งคืน แต่ริมฝีปากที่แห้งผาก เม้มเข้าหากันแบบคนข่มอารมณ์ ก็ทำให้เขาต้องร้ายอีกจนได้
"ไปหามาให้ครบภายในเที่ยงนี้ ถ้าไม่ครบ ผมจะถือว่าคุณทุจริต ยักยอกเวชภัณฑ์ออกจากคลัง!"
รินลดาไม่เถียงต่อ หันหลังเดินออกจากห้องไปทันที คิดแต่เพียงว่าต้องไปให้พ้นจากห้องนี้ให้เร็วที่สุด ส่วนงานนั้นค่อยว่ากันอีกที เพราะตอนนี้หล่อนไม่ไหวแล้ว 100 ไม่ไหว 1,000 ไม่ไหว ขืนให้อยู่ต่ออีกเพียงวินาทีเดียว ไม่ข่วนหน้าเขา ก็คงด่าไม่ยั้ง
ทว่าเพียงก้าวพ้นประตู อาการวูบก็จู่โจม รินลดารับรู้ว่าแสงสว่างยามเช้า จู่ๆ ก็ค่อยๆ ดับไป ร่างแบบบางจึงซวนเซถลาไปเกาะผนังไว้
หล่อนได้ยินเสียงเลื่อนเก้าอี้อย่างเร็วและเสียงฝีเท้าของใครสักคนกำลังพุ่งตรงมา
“อาร์ตคะ ไปทานมื้อเช้ากันดีกว่าค่ะ ฟ้าให้น้องๆ สั่งอาหารไว้ให้แล้ว”
เจ้าของร่างนั้นมาไม่ถึงตัวหล่อนหรอก เพราะเสียงของคุณหมออิงฟ้าดังขึ้นเสียก่อน
“ไปสิ หิวพอดีเลย”
และเสียงทุ้มที่ตอบรับ พร้อมเรือนร่างสูงมีอายร้อนผ่าวที่เดินผ่านหล่อนไป ก็ทำให้รินลดาต้องฝืนลืมตามอง เขาเดินเคียงคู่ไปกับอิงฟ้า โดยไม่ได้หันมามองหล่อนเลย ส่วนคนที่ไม่อยากให้หัน กลับหันมาส่งยิ้มหวานที่มองอย่างไรก็คือยิ้มเยาะ
หลังจากหาเอกสารได้ครบทั้งที่ไม่น่าจะครบ เพราะเมื่อคืนรินลดาแน่ใจว่าหาจนทั่วทุกแฟ้มแล้ว แต่เช้านี้เอกสารกลับสอดอยู่ในแฟ้มหนึ่งเหมือนมีคนจงใจเอาไปและเอามาคืน แต่รินลดาก็ไม่มีเวลาจะหาต้นสายปลายเหตุ ที่ต้องทำให้เร็วที่สุดคือ จัดเอกสารให้ครบและนำไปวางไว้ที่ห้องพักของนายแพทย์อคิระอีกรอบ
เมื่อเรียบร้อยแล้วหล่อนก็ต้องมาเข้าเวร ทั้งที่ไม่ได้พักผ่อนมาตลอดทั้งคืน แต่หน้าที่นี้เลี่ยงไม่ได้ นั่นทำให้รินลดาต้องฝืนร่างกาย ทั้งทำแผล ทั้งต้องคอยฉีดยาตามรอบ คอยเช็กน้ำเกลือและวัดไข้คนไข้แต่ละเตียงไม่ให้ขาด
แต่ขณะกำลังเช็กน้ำเกลือให้คนไข้รายหนึ่ง อาการโลกหมุนคว้างก็กลับมา มือเล็กๆ จับยึดเสาหัวเตียงคนไข้ไว้แน่น ภาพตรงหน้าสั่นไหว
“คุณพยาบาลคะ คุณพยาบาล”
"น้องริน! น้องริน! เป็นอะไรไปลูก! น้องริน!"
ในหัวได้ยินเสียงแหบแห้งของคนไข้เรียกพยาบาลซึ่งทิศทางของเสียงไม่ได้เรียกหล่อนแน่ จากนั้นก็ได้ยินเสียงพยาบาลรุ่นพี่เรียกหล่อน รินลดาพยายามจะปรือตาขึ้นมอง ทว่าโลกทั้งใบก็ดับวูบไปก่อน
อคิระซึ่งกำลังเดินตรวจวอร์ดอยู่ใกล้ๆ ได้ยินเสียงร้องวี้ดว้ายก็รีบวิ่งมาทันที และทันทีที่เห็นเจ้าของใบหน้าเล็กๆ ซีดเผือดไร้สีเลือด หมดสติอยู่ในอ้อมแขนของนางพยาบาลอีกคน ความโกรธเคืองที่เคยมีก็มลายหายไปสิ้น เขารีบตรงเข้าไปหา
"รินลดา! ริน!"
เสียงที่เรียกชื่อหล่อนสั่นเครือจนเขากลัวใจตัวเอง มือจับแขนหล่อนและรับรู้ได้ถึงอายความร้อนจากผิวเนื้อ อคิระก็ไม่รอช้า ช้อนอุ้มร่างเล็กขึ้นแนบอก
“ผมจะพารินไปห้องฉุกเฉิน”
เขาหันบอกพยาบาลรุ่นพี่ แต่ก่อนจะก้าวเดิน ก็มีคนมาขวาง
"หมออาร์ตคะ ให้เจ้าหน้าที่คนอื่นจัดการก็ได้มั้งคะ หมอมีเคสต้องตรวจนะ"
อิงฟ้าเข้ามาขวาง ใบหน้าบึ้งตึง ก่อนจะตวัดมองเวรเปลเป็นสัญญาณให้ชายฉกรรจ์คนนั้นเข้ามารับช่วงต่อจากเขา
“ส่งรินลดาให้น้องเขาสิคะ”
"หลีกไปฟ้า"
อคิระพูดเสียงนิ่ง แต่แววตาที่มองอิงฟ้า มองเจ้าหน้าที่เวรเปล และนางพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียงไม่ได้นิ่งเลย มันเหมือนไฟที่พร้อมจะแผดเผาคนที่กล้าขวาง ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องฉุกเฉินได้สะดวกเพราะทุกคนเปิดทางให้
อิงฟ้าหน้าเสีย ทั้งร่างสั่นจนระงับไม่ได้ หล่อนจิกเล็บกดลงเนื้อฝ่ามือ เอาความเจ็บมาดับความแค้นสุมอก หากไม่ติดว่าอยู่ในที่ทำงาน หล่อนคงกรี๊ดสุดเสียงไปแล้ว เพราะไม่ว่าจะฉาวโฉ่เพียงใด อคิระก็ยังเลือกรินลดา ถ้ารู้ว่าสิ่งที่ทำลงไปจะกลายเป็นสาเหตุที่อคิระต้องไปอุ้มนังนั่น หล่อนจะไม่เสียเวลาเอาเอกสารเวชภัณฑ์ไปซ่อนแน่
