บทที่ 13 เพื่อนรักหักเหลี่ยม
-หนึ่งเดือนที่แล้ว-
“ได้ข่าวว่าไอรินดาวอักษรตามจีบมึงเหรอไอ้แว่น”
“…..” ฟรินไม่ได้ตอบคำถาม ริมฝีปากคาบมวนบุหรี่ นั่งหลับตาเอนหลังพิงโซฟาพร้อมครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
“เอ้า! ไอ้เวร กูถามไม่ได้ยินหรือไง” เจย์เดนตะโกนถามด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิมแข่งกับเสียงเพลงรอบข้าง
“ไม่รู้ดิ ไม่ได้สนใจ”
“ไอรินออกตัวแรงจะตายว่าชอบมึง คนเขารู้ทั้งมหาลัย ว่าแต่มึงไม่รู้เรื่องอะไรบ้างหรือไง” คัมภีร์มองไปทางเพื่อนชายที่นั่งทำท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไอ้ฟรินมันเสน่ห์แรงเกินใคร สาวสวยในมหาลัยต่างแวะเวียนมาขายขนมจีบกันทั้งนั้น
“รู้แล้วไง”
“สวย หมวย เอ็กซ์ขนาดนั้น มึงไม่สนใจจริงดิ”
“แบบนั้นมันไม่ชอบหรอก ไอ้แว่นมันชอบแบบหัวอ่อน หลอกง่าย ดูติ๋มๆ เหมือนยัยดาวเหนืออ่ะ” ไคโรพูดแทรกขึ้น ก่อนจะเลิกคิ้วยิ้มยั่วประสาทมองหน้าฟริน
“หุบปากไอ้สัดไค!”
“พูดแทงใจดำอ่ะดิ แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้เลยนะคนนี้อ่ะ”
“…..”
“สรุปเอาไงอ่ะ ถ้าไม่จริงจังกับดาวเหนือกูจะได้เอาต่อ ได้นะไม่ติดอยู่แล้ว”
“ก็เอาดิ” ฟรินดับมวนบุหรี่ที่อยู่ในเมื่อ หยัดตัวลุกขึ้นเดินไปทางไคโรที่นั่งอยู่ ทุกสายตาจับจ้องเพราะไม่มีใครคาดเดาอารมณ์ของมันได้ “ถ้าคิดว่ารอดจากตีนกูได้นะ”
“มึงชอบแบบนั้นจริงดิ เหนือดูบอบบาง ไม่น่ารับมึงไหว” เจย์เดนรู้ว่าเพื่อนชายไม่ใช่คนอ่อนโยน แต่มันออกไปทางหัวรุนแรงด้วยซ้ำ
“ก็รับกันมาหลายรอบไม่เห็นว่าจะเป็นอะไร”
“ทำไมไม่หาคนที่เข้ากันได้ อนาคตจะได้ไม่มีปัญหาตามมาที่หลัง”
“เรื่องของตัวเองรู้ดีขนาดนี้มั้ย” ฟรินบอกปัดอย่างนึกรำคาญ คว้าแก้วเหล้าที่วางอยู่ขึ้นมาจิบอย่างละเมียดละไม “หรือพวกมึงชอบเสือกแต่เรื่องของกู”
เขาเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบพูดเรื่องส่วนตัวให้คนนอกรับรู้แม้กระทั่งเพื่อนที่สนิท
“แล้วไอ้แฟรงก์มันหายหัวไปไหน” คัมภีร์วาดสายตามองหาเพื่อนชายไปยังบริเวณโดยรอบ แต่ไม่เห็นแฟรงก์แม้แต่เงา
“กูเห็นมันลากสาวไปกินในห้องน้ำ” ไคโรอาสาตอบแทน คนน้องอย่างไอ้ฟรินก็ตายด้าน ส่วนคนพี่อย่างไอ้แฟรงก์ก็ทั่วถึง
นอกจากหน้าตาของพวกมันสองคน ก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรที่เหมือนกันสักอย่าง
“ไอ้ห่า! เล่นหายหัวไปเกือบชั่วโมง เดี๋ยวนี้มันเห็นผู้หญิงดีกว่าเพื่อนแล้วหรือไง” คัมภีร์พูดอย่างท้อใจ
“ที่เรียกกูมาเพราะมีเรื่องอยากจะถามแค่นี้ใช่มั้ย จะได้กลับ”
ฟรินไม่รอคำตอบ คว้ากุญแจรถแล้วรีบเดินออกมายังลานจอดรถด้านหลังคลับ สองขาหยุดชะงักมองเห็นองศาที่มาดักรอก่อนหน้านั้น
“ไม่คิดว่าจะเจอมึงที่นี่นะ”
“…..” เขาเลือกที่จะเดินเลี่ยง แต่อดีตเพื่อนอย่างองศายังเดินตามมาติดๆ
“ไม่คิดจะทักทายเพื่อนเก่าแบบกูหน่อยเหรอ”
“เสียเวลา”
“เหนือเป็นยังไงบ้าง คงสบายดีใช่มั้ย”
ฟรินหันกลับไปมองพร้อมเดินเข้าไปประชิดองศาที่ยืนห่างไม่ไกล “ถามหาเมียชาวบ้านกูว่ามันเสียมารยาทไปหน่อยนะ”
“กับคนอย่างมึงมันก็ไม่น่ามีมารยาทด้วยเท่าไหร่หรอก”
ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปากเมื่อได้ยินคำพูดแสลงหู ไอ้องศามันเคยปากเก่งยังไง วันนี้ก็ยังเหมือนเดิม
“นอกจากปากเก่งแล้วมึงยังมีอะไรที่เก่งอีกบ้าง”
“…..”
“หรือว่าเก่งแค่ปาก”
“…..”
“แต่ดูแล้วคงเก่งแค่ปาก! ขนาดคนที่มึงรักนักรักหนา กูยังแย่งเอามาทำเมียได้เลย”
องศาขบกรามกัดฟันแน่นด้วยความเจ็บใจ เขาพลาดท่าให้กับฟรินอย่างไม่น่าให้อภัย พวกเขาสองคนมีเรื่องบาดหมางใจแต่ดันไปชอบและหลงรักผู้หญิงคนเดียวกัน “ดาวเหนือไม่เกี่ยว”
“พอดีว่าอยากให้เกี่ยว”
“ถ้ามึงกับเพื่อนมึงไม่ใช่วิธีสกปรกแบบนั้น ดาวเหนือคงไม่มีวันยอมแน่ๆ”
“มึงก็เคยคิดจะใช้วิธีสกปรกแบบนี้กับเหนือเหมือนกันลืมไปแล้วเหรอ” ฟรินสบถหัวเราะในลำคอเบาๆ เย้ยหยัน ยืนมองท่าทางเดือดดาลขององศา “ของแบบนี้ใครดีใครได้”
“กูรู้มึงไม่ได้จริงจังกับเธอมึงแค่อยากเอาชนะกู เลิกยุ่งกับเหนือซะ!”
“ตอนนี้ยังไม่เบื่อ ไว้ถ้ากูเบื่อเมื่อไหร่จะบอกแล้วกัน” ฟรินตบบ่าอดีตเพื่อนรักเบาๆ ยิ่งเห็นว่าองศาหวงเธอมากแค่ไหน เขายิ่งอยากยั่วยวนเพื่อเอาชนะ “ถนัดกินของเหลือจากกูอยู่แล้วนิ”
“…..”
“ที่มึงพูดกับไอ้องศามันคืออะไรไอ้ฟริน” ฟรินหยุดชะงัก เมื่อเดินกลับมาถึงรถแล้วเห็นแฝดพี่ยืนรออยู่ สีหน้าท่าทางของแฟรงก์ดูซีเรียสจนเดาได้ไม่ยากว่าคงได้ยินทุกอย่างหมดแล้ว
“…..”
“อย่าเดินหนี ตอบกูมาไอ้ฟริน! มึงคิดจะหลอกเหนือเหรอ” แฟรงก์ผลักอกน้องชายอย่างแรงเพราะอยากฟังคำตอบ
“ก็ตามนั่นแหละ กูขี้เกียจอธิบาย”
“…..”
