บทที่ 17 ฝากไว้ที่เธอ

“พวกแกรู้ข่าวไอ้องศาหรือยัง” 

เจ้าขารีบวิ่งเข้ามารายงานกับกลุ่มเพื่อนสนิทด้วยท่าทางเหนื่อยหอบ คนในมหาลัยเขาลือกันให้หนาหูว่าองศากำลังเจ็บหนักเพราะถูกทำร้าย

“อะไรของแกเจ้าขา” มินดาถามอย่างให้ความสนใจ ถ้าเจ้าขากระตือรือร้นขนาดนี้คงเป็นเรื่องสำคัญ

“แล้วแกล่ะเหนือรู้ข่าวหรือยัง”

“ข่าวอะไร”

“เอ้า! ทำไมไม่รู้อ่ะ มันเกี่ยวกับแฟนแกด้วยนะ”

ดาวเหนือหยุดนิ่งชั่วขณะ เมื่อได้ยินในสิ่งที่เจ้าขาบอก เธอละสายตาจากงานที่ทำ เริ่มให้ความสนใจหลังจากได้ยินว่าฟรินมีส่วนเกี่ยวข้อง “มีอะไร มันเกิดอะไรขึ้น”

“เห็นเขาบอกกันว่าไอ้องศาโดนฟรินตามไปกระทืบคาห้องน้ำที่คลับเมื่อคืน ตอนนี้นอนหยอดข้าวต้มอยู่โรงพยาบาล”

“จริงเหรอเหนือ” มินดาหันไปถามเพื่อนสนิท เรื่องใหญ่ขนาดนี้ยังไงดาวเหนือก็ต้องรู้

“มะ…ไม่รู้เหมือนกัน” เจ้าตัวส่ายหน้าปฏิเสธ เธอไม่เคยรู้เรื่องนี้และไม่คิดมาก่อนว่าฟรินจะทำแบบนั้น

“เป็นแฟนกันภาษาอะไรไม่รู้เรื่อง”

“…..” ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ครุ่นคิดอย่างหนักว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเกี่ยวข้องเพราะเธอมั้ย

“แล้วพักนี้แกเป็นอะไร ทะเลาะกับผัวเหรอเห็นนั่งซึมมาหลายวันแล้ว” ซอลสังเกตได้ว่าดาวเหนือเปลี่ยนไป ดูใจลอยไม่ค่อยร่าเริงเหมือนแต่ก่อน 

ไม่ค่อยเห็นตัวติดกับฟรินเหมือนแต่ก่อน จนเริ่มสงสัยว่าคนทั้งสองอาจจะกำลังมีปัญหากัน

“ไม่ได้เป็นอะไร”

“ไม่จริงอ่ะ เดี๋ยวนี้แกไม่ค่อยพูดถึงฟรินเลย เลิกกันแล้วเหรอ”

“เปล่า”

ซอลเหลือบสายตามองเห็นชายหนุ่มที่กำลังเดินตรงเข้ามาหาแบบได้จังหวะ ร่างสูงใส่เสื้อนักศึกษาแขนยาว ใบหน้าหล่อเหลาสวมแว่นตากรอบหนา ทำให้ฟรินดูโดดเด่นจากคนอื่นได้ไม่ยาก “พูดถึงผัวแกก็มาพอดี”

“ฉันโทรหาทำไมไม่รับสาย”

“…..” ดาวเหนือปรายสายตามองเพียงนิด หลังจากแฟนหนุ่มหย่อนตัวนั่งลงข้างกัน แขนแกร่งโอบเอวเธอไว้แน่นไม่ให้ขยับหนี

“ว่าไง ทำไมถึงไม่รับสาย” น้ำเสียงเรียบนิ่งเอ่ยถามแต่เธอกลับรู้สึกถึงความดุดันผ่านสายตาคู่นั้น

“เหนือตั้งสั่นไว้เลยไม่ได้ยิน”

“ไม่เป็นไร เลิกเรียนแล้วใช่มั้ย เดี๋ยวไปส่ง”

คนตัวเล็กเบือนหน้าหันหนีในขณะที่ฟรินกำลังใช้ปลายจมูกคลอเคลียไปตามพวงแก้มสูดดมกลิ่นกายจางๆ  โดยไม่สนใจสายตาของเพื่อนเธอที่นั่งอยู่ “เย็นนี้เหนือมีนัดกับมินดาแล้ว ว่าจะไปทำโครงงานด้วยกัน จริงมั้ยมินดา”

“จริง เย็นนี้มีนัดไปทำโครงงานด้วยกัน” มินดาพยักหน้ารับอยากรู้งาน มันใช่ครั้งแรกซะที่ไหน ดาวเหนือชอบอ้างชื่อเธอเกือบทุกครั้ง 

“ไปสิ แต่ฉันจะไปด้วย”

“ฟรินจะไปทำไม”

“เฝ้าเธอ”

“ไม่ต้องเฝ้าเหนือหรอก ฟรินมีอะไรก็ไปทำเถอะ”

“วันนี้ไม่มีธุระที่ไหน มีเวลาตามเฝ้าเมียทั้งวัน” 

ดาวเหนือมองไปยังมือของชายหนุ่มที่มีผ้าพันแผลติดอยู่รอบๆ ข่าวลือที่บอกว่าฟรินทำร้ายองศาคงเป็นเรื่องจริงเหมือนที่คนเขาพูดกัน  “แล้วมือไปโดนอะไรมา”

“ถามเพราะเป็นห่วง หรือถามเพราะแค่อยากรู้”

“…..”

“เธอเป็นห่วงฉันใช่มั้ย” มือสากเลื่อนขึ้นไปประคองใบหน้าแสนหวานไว้มั่น นานหลายวันที่เขาไม่ได้จ้องมองสายตาคู่นี้ เขารู้สึกคิดถึงทุกอย่างจากเธอจนกลายเป็นความรู้สึกโหยหา

“เดี๋ยวมานะ ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน” ดาวเหนือบ่ายเบี่ยงที่จะตอบ รีบปลีกตัวเดินหนีออกมา สายตาของฟรินที่มองมันทำให้เธอรู้สึกอึดอัดจนไม่เป็นตัวของตัวเอง

“ทำไมถึงหลบหน้าฉัน” ร่างสูงเดินตามออกมากระชากข้อมือคนตัวเล็กให้เข้าหา จ้องหน้าอย่างต้องการคำตอบ “ว่าไง ทำไมถึงหลบหน้าฉัน”

“เหนือไม่ได้หลบ”

“แล้วที่ทำอยู่ตอนนี้เขาเรียกว่าอะไร” โทรหาไม่รับ ส่งข้อความยอมเปิดอ่านแต่ไม่กดตอบ ทุกสิ่งที่เธอทำแสดงออกชัดเจนว่าไม่ต้องการเขาอีกแล้ว “หรือกำลังคิดจะเฉดหัวฉันทิ้ง”

“…..” ดาวเหนือเบ้หน้าด้วยความเจ็บ ฟรินบีบข้อมือแรงขึ้นเรื่อยๆ พยายามฉุดดึงให้เธอเดินตามออกมา

“ถ้าไม่ได้คิดจะหลบหน้าก็ไปกับฉัน”

“ฟรินจะไปไหน”

“…..”

“จะพาเหนือไปไหน ถ้าไม่บอกเหนือไม่ไปนะ” คนตัวเล็กพยายามใช้แรงที่มีดิ้นหนีออกจากการเกาะกุมแต่ไม่ได้ผล

“หรือจะให้ฉันเอาตรงนี้” 

ดวงตากลมโตเลิ่กลั่กหันมองซ้ายขวา นักศึกษาคนอื่นที่อยู่บริเวณนั้นเริ่มให้ความสนใจส่งเสียงซุบซิบนินทา

“เอากันในห้องน้ำมหาลัยก็ไม่เลวนะ ลองดูก็ได้”

“…..”

บรรยากาศภายในรถเงียบลง ไม่มีบทสนทนาใดๆ ต่อจากนั้น ดาวเหนือไม่มีทางเลือก จำใจต้องยอมขึ้นรถมากับแฟนหนุ่ม 

ฟรินคอยเหลือบสายตามองดาวเหนือที่นั่งอยู่ข้างๆ เห็นว่าเธอเอาแต่นั่งก้มหน้าไม่ยอมพูดจา

“ช่วยพาเหนือไปส่งที่บ้านด้วย เหนือจะกลับบ้าน”

“ฉันบอกตอนไหนว่าจะให้กลับ”

“…..”

“คิดว่ามันจะจบแค่นี้เหรอ” ใบหน้าคมคายกระตุกยิ้มปากให้กับความคิดโง่เขลาของคนตัวเล็ก “คิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะยอมจบ มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น?”

“แล้วฟรินต้องการอะไรอีก”

“แล้วคิดว่าคนอย่างฉันทำอะไรได้บ้าง” ฟรินหันไปใช้สายตามองสำรวจร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้า เลื่อนมือเข้าไปลูบไล้ที่เรียวขาเบาๆ จนเธอสะดุ้ง

“จอดรถเดี๋ยวนี้นะ เหนือจะลง”

“…..”

“เหนือบอกให้จอดไง!” ดาวเหนือหันไปตะเบ็งเสียงบอกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เมื่อฟรินเหยียบคันเร่งจนเกือบมิดไมล์ “ขับช้ากว่านี้ได้ไหม”

“…..” ไม่มีคำพูดใดๆ มีเพียงเสียงเต้นของหัวใจของคนทั้งสองที่ดังประสานกัน

“ฟริน! เหนือกลัว จอดรถเดี๋ยวนี้”

เขาทำตามคำขอยอมชะลอความเร็วหักพวงมาลัยรถหลบเข้าข้างหลังจากได้ยินเสียงร้องไห้ของคนรัก

“จะเอายังไงว่ามา”

“…..” ดาวเหนือก้มหน้าสะอื้นด้วยความกลัว เธอไม่เคยเห็นฟรินอยู่ในโหมดนี้มาก่อน ไม่รู้วิธีรับมือหรือเตรียมใจ

“พูดมาว่าจะเอายังไง”

“เหนือ…”

“ขอคำตอบที่น่าฟังหน่อยล่ะกัน ฉันไม่อยากใจร้ายกับเธอ”

“เหนือว่าเราลองห่างกันสักพักมั้ย”

“ห่างทำไม?”

“…..”

“ห่างทำไม!”

“เหนืออยากให้เราสองคนกลับไปคิดทบทวนตัวเองว่าความจริงแล้วรู้สึกยังไงกันแน่” ตั้งแต่ที่ได้รู้ความจริง ความรู้สึกหรือและความเชื่อใจที่มีต่อคนรักก็ไม่เหมือนเดิม 

เธอพยายามเข้าข้างตัวเองว่าที่ผ่านมาฟรินคงรักเธอ แต่คำพูดเล่านั้นยังคงวนเวียนอยู่ในความรู้สึก ไม่รู้ว่าสิ่งไหนมันคือความจริงจากเขากันแน่

“เหนือไม่มั่นใจว่าที่ฟรินทำอยู่ตอนนี้ เขาเรียกว่ารักหรือแค่อยากเอาชนะ”

“…..” ชายหนุ่มถอนหายใจหนัก เลื่อนมือสั่นเทาหยิบมวนบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบเพื่อปรับอารมณ์ของตัวเอง ไม่อยากคิดถึงวันที่ความสัมพันธ์ต้องสิ้นสุดลง

“บางทีฟรินอาจจะไม่เคยรักเหนือเลยก็ได้”

“รู้ได้ยังไงว่าไม่รัก”

“…..”

“ฉันถามว่ารู้ได้ยังไง!” เขาถามด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิม รั้งท้ายทอยบอบบางให้ยอมหันมาสบตา บดขยี้ริมฝีปากจูบหญิงสาวอย่างหนักหน่วง

“ฟรินแค่อยากเอาชนะองศา”

“เลิกพูดถึงไอ้เหี้ยนั่นสักทีได้มั้ย! หรือต้องให้ฉันตามไปฆ่ามันจริงๆ ถึงจะพอใจ” ขบกรามกัดฟันแน่น เม็ดเหงื่อเริ่มผุดขึ้นตามกรอบหน้าเมื่อหัวใจของเขากำลังเต้นผิดจังหวะแค่ได้เห็นสายตาว่างเปล่าของเธอ “ถ้าฉันฆ่ามัน แล้วเธอจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมใช่มั้ย”

เพียงแค่เธอบอก เขาจะยอมทำตามทันทีโดยไม่มีคำถามแม้แต่ข้อเดียว

“เหนือไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนั้นเลย”

“จะให้ทำยังไงบอกมา ไม่ใช่ตีตัวออกห่างแล้วจบที่คำเฮงซวยพวกนี้”

“…..”

“พูดมาว่าจะเอายังไง ฉันเอาแต่คิดเรื่องเธอจนจะเป็นบ้าอยู่แล้ว” ดาวเหนือมีอิทธิพลต่อความรู้สึกและการใช้ชีวิตเขาเกือบจะทั้งหมด 

“ขอเวลาให้เหนือหน่อย”

“ที่บอกขอเวลา ขอเวลากี่วัน”

“…..”

“กี่เดือน?”

“ไม่รู้ว่านานไหม แต่ความรู้สึกที่มีต่อฟรินมันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ขอเวลาให้เหนือหน่อย”

“ไม่เหมือนเดิมยังไง ขอคำอธิบาย” ฟรินเริ่มร้อนรน วาดสายตามองไปรอบๆ พร้อมกับการครุ่นคิดอย่างหนัก 

การที่เธอพูดแบบนี้ มันไม่ได้ต่างอะไรจากการบอกเลิกทางอ้อมเลยด้วยซ้ำ 

“เธอกำลังจะบอกว่าหมดรักฉัน?”

“…..” หยดน้ำตาที่กลั้นไว้รินไหลลงมาอย่างไม่ขาดสาย เธอยังรู้สึกรักเขาอยู่เต็มหัวใจ แต่มันยากเกินกว่าจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม

“จะบอกว่าไม่รักฉันแล้วใช่มั้ย?” 

“เหนือ…”

“เธอหมดรัก ในขณะที่ความรู้สึกฉันมันเพิ่มมากขึ้นทุกวัน”

“…..”

“พูดออกมาว่าจะไม่เลิกกับฉัน” 

“เหนือไม่ได้บอกเลิก ทำไมถึงคิดแบบนั้น”

“แล้วที่บอกให้ห่างกัน ช่วยถอนคำพูดเดี๋ยวนี้!” จากสัมผัสที่เคยอ่อนโยนแปรเปลี่ยนแข็งกร้าวดุดัน

“เหนือยังยืนยันคำเดิม ให้เวลาเหนือหน่อยนะฟริน”

“ฉันจะยอมห่างกันตามที่ขอ…” น้ำเสียงของเขาฟังดูอ่อนลง มือสากเลื่อนไปประคองใบหน้าแสนหวานไว้แน่น กลิ่นคาวเลือดที่ไหลซึมออกจากบาดแผลลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณจนร่างบางรู้สึกพะอืดพะอม “แต่มีข้อแม้! เธอต้องเอาของฉันไปด้วย”

“ฟรินหมายถึงอะไร”

“ถ้าให้ท้องลูกฉันสักคน คงไม่มีปัญหาอะไรใช่มั้ย”

“…..”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป