บทที่ 7 สถานะเปลี่ยน
“จำได้หรือยัง”
เสียงของฟรินช่วยปลุกให้ดาวเหนือตื่นจากภวังค์ ขณะที่กำลังนั่งตบตีกับความคิดของตัวเองอย่างหนัก
“เหนือจำไม่ได้ แล้วก็ไม่เชื่อด้วยว่าฟรินจะทำแบบนั้น” หลังจากคืนนั้นถึงแม้จะสงสัยตัวเองอยู่บ้างแต่ก็ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นจริง เพราะฟรินคือเพื่อนที่เธอรักและไว้ใจมากที่สุด
แต่…เรื่องราวมันบานปลายจนทำลายความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนที่มีมายาวนานเกือบหกปี
“แต่ทำไปแล้ว” ฟรินจ้องมองใบหน้าแสนหวานที่กำลังแสดงความเสียใจออกมาอย่างชัดเจน “บนรถคันนี้แล้วไปต่ออีกรอบที่บ้านเธอ”
“ทำไมฟรินถึงกล้าทำกับเหนือแบบนั้น”
“แค่เอาเธอต้องใช้ความกล้าด้วยเหรอ ฉันว่าใช้แค่แรงกระแทกอย่างเดียวก็น่าจะพอ”
“ถ้าทำแบบนั้นจริง เท่ากับว่าฟรินฉวยโอกาสตอนเหนือเมา เหนือไม่ได้เต็มใจ”
“เรื่องนั้นฉันไม่สน เพราะถ้าชอบก็จะเอา”
“…..” ดาวเหนือยกมือขึ้นลูบหน้าเพื่อตั้งสติ ฟรินพูดออกมาเหมือนไม่ได้รู้สึกผิดอะไรเลยด้วยซ้ำ
“โดนเอาขนาดนั้น ยอมรับความจริงได้แล้วเหนือ อย่าทำเป็นไม่รู้”
“…..”
“เธอเป็นเมียฉัน”
“เหนือจำไม่ได้จริงๆ”
“ถ้าจำเรื่องคืนนั้นไม่ได้ก็ไม่เป็นไร” นิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมออกจากใบหน้าแสนหวาน แววตาของเธอมันเต็มไปด้วยความลังเลสับสนไม่มั่นใจ “เดี๋ยวคืนนี้ซ้ำให้อีกรอบ จะได้ไม่ลืม”
“…..”
ดาวเหนือมองไปรอบๆ บริเวณด้วยท่าทางหวาดหวั่น เมื่อรถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดในโกดังขนาดใหญ่ ฟรินไม่ได้ไปส่งเธอเหมือนที่คิดไว้
“ไหนบอกจะพากลับบ้านไง แล้วมาที่นี่ทำไม”
“หมายถึงบ้านฉันไม่ใช่บ้านเธอ”
ถึงแม้จะคบกันมาหลายปีแต่ฟรินกับแฟรงก์ยังไม่เคยพาเธอมาที่บ้านเลยสักครั้ง
“แต่เหนือจะกลับบ้าน!”
“ถ้าจะกลับก็กลับเอง ส่วนฉันไม่ไปส่ง มันเสียเวลา”
ชายหนุ่มบอกผ่านน้ำเสียงรำคาญ ปรายหางตามองไปยังดาวเหนือที่กำลังหันซ้ายมองขวาอยู่ไม่นิ่งเหมือนคิดหาทางหนี
“เดี๋ยวเหนือกลับเองก็ได้”
“ถ้ากล้าก็ไปสิ อวดเก่งดีนักก็เดินกลับไปเอง”
คนตัวเล็กหยุดชะงักไปชั่วครู่ ไม่คาดคิดว่าเขาจะพูดคำนี้ออกมา ข้างทางทั้งมืดแล้วก็เปลี่ยวจนน่ากลัว แต่ฟรินกลับไล่ให้ไปโดยไม่เป็นห่วงเธอเลยสักนิด
“หรือที่นั่งนิ่งเพราะอยากเรียกร้องความสนใจจากฉัน”
เมื่อได้ยินคำพูดแทงใจเล่านั้น ดาวเหนือจึงเปิดประตูลงจากรถโดยไม่ลังเล รีบเดินหนีออกมา
“อ๊ะ!” แต่เดินไปได้ไม่เท่าไหร่ก็ถูกฉุดกระชากให้กลับมาที่เดิม
“ไม่ให้ไป!”
“ปล่อยนะฟริน” ร่างบางเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มด้วยความน้อยใจ ฟรินเป็นคนออกปากไล่ แต่ตอนนี้กลับวิ่งตามเธอมา “ตามมาทำไม ไม่ต้องมายุ่งกับเหนือหรอก”
อยากรู้ว่าคนเย็นชาอย่างเขากำลังคิดอะไรอยู่ หรือแค่คิดอยากจะปั่นหัวเธอเล่นๆ เหมือนที่ชอบทำมาโดยตลอด
“นอนด้วยกันที่นี่ เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปส่ง”
“เหนือจะกลับบ้าน”
“ทำไมชอบทำให้หงุดหงิดอยู่เรื่อย”
“ปล่อยเหนือ” ดาวเหนือพยายามสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมแต่กลับถูกเขาบีบแน่นกว่าเดิมจนใบหน้าแสนหวานเบ้เบี้ยวด้วยความเจ็บ “เจ็บนะฟริน ปล่อย!”
“ถ้าถึงห้องแล้วจะปล่อย”
แกร๊ก! บานประตูถูกเปิดออก พร้อมกับหญิงสาวที่ถูกฉุดลากเข้ามาภายในห้องนอน
“ฟะ…แฟรงก์”
ดาวเหนือร้องเรียกขอความช่วยเหลือเมื่อเห็นแฟรงก์ยืนสูบบุหรี่ที่ริมระเบียง แต่แฟรงก์กลับไม่ได้รู้สึกแปลกใจที่ได้เจอเธอตอนนี้ เพราะรู้ว่าคนอย่างฟรินคงไม่ยอมปล่อยดาวเหนือไปง่ายๆ
“เอาจนได้นะมึง ไปเจอเหนือที่ไหน” แฟรงก์ถอนหายใจลากยาวให้กับความบ้าดีเดือดของน้องชาย นอกจากเรื่องของดาวเหนือก็ไม่เห็นว่ามันจะสนใจเรื่องไหนมากขนาดนี้
“ที่คลับของพ่อไอ้ไค”
“แล้วไม่พาเหนือไปส่งบ้านอ่ะ”
“พรุ่งนี้กูต้องตื่นไปสอบแต่เช้า ขี้เกียจขับรถไปกลับ”
“ไม่มีปัญหาตามมาแน่นะ ไหนบอกพ่อหวงนักหนา” แฟรงก์ยืนกอดอกมองไปทางคนตัวเล็กที่นั่งก้มหน้า ดูก็รู้ได้ทันทีว่าดาวเหนือไม่ได้เต็มใจจะมาที่นี่แต่โดนบังคับ
“กูมีปัญญารับผิดชอบเหนือแล้วกัน”
“แฟรงก์ช่วยไปส่งเหนือหน่อยได้มั้ย”
แฟรงก์มองร่างบางอย่างนึกเห็นใจแต่ช่วยอะไรไม่ได้ ถ้าเสนอตัวเข้าไปยุ่งกับดาวเหนือคงได้มีปัญหากับไอ้ฟรินวุ่นวายมากกว่านี้
“ไอ้แฟรงก์มันไม่ยุ่งเรื่องของฉัน ไม่ต้องไปขอร้องมันให้เสียเวลา”
“…..” ดาวเหนือขยับถอยห่าง เมื่อฟรินเดินเข้าใกล้ด้วยท่าทางคุกคามจนรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย “เหนือเข้าใจแล้ว ถ้าฟรินอยากให้อยู่ก็จะอยู่ แต่ห้ามทำอะไรเหนือนะ ตกลงมั้ย”
เป็นเพราะไม่อยากให้มีปากเสียงหรือเรื่องราวบานปลายไปมากกว่านี้ จึงจำใจยอมรับอย่างไม่มีทางเลือก
“กลับไปนอนห้องมึงได้แล้ว”
“ไอ้น้องทรยศ เดี๋ยวนี้มึงเห็นผู้หญิงดีกว่าพี่แท้ๆ อย่างกูเหรอ”
“เออ!” ฟรินตอบอย่างนึกรำคาญ ห้องของมันก็มีแต่ชอบมาวุ่นวายขอนอนห้องเดียวกับเขาเกือบทุกคืน
“ไม่ไปเว้ย!”
“อย่ากวนตีนไอ้แฟรงก์”
“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ไป”
“แล้วแต่”
“ถ้ามึงกล้าเอากันต่อหน้ากูก็เอาสิ กูจะยืนดูอยู่ตรงนี้แหละ จะอยู่เป็นก้างขวางคอมึง” แฟรงก์ยืนกอดอกอย่างท้าทาย คนดีๆ ที่ไหนจะกล้าทำแบบนั้น
พรึ่บ! ฟรินถอดแว่นสายตาออกจากใบหน้าพร้อมเสื้อยืดที่สวมใส่โยนให้พี่ชายที่ยืนอยู่ทางด้านหลัง
ร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่าโชว์รอยสัก เหลือเพียงกางเกงยีนเอวต่ำสีดำขาดรุ่ยปกปิดท่อนล่างกำยำ
เขาเดินเข้าไปแทรกตัวอยู่กลางหว่างขาของหญิงสาวที่นั่งอยู่บนขอบเตียง ทุกการกระทำล้วนมีสายตาของแฝดพี่คอยยืนมองอยู่ห่างๆ
“เงยหน้าขึ้นมาจะจูบ”
ดาวเหนือทำตามคำสั่ง เงยหน้าขึ้นมองด้วยอาการประหม่า เม้มริมฝีปากแน่นเมื่อปลายจมูกโด่มคมคลอเคลียไปตามพวกแก้มจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ
“อืม…” เสียงหวานร้องครางแผ่วเบา เมื่อชายหนุ่มประกบจูบแนบชิด สอดเรียวลิ้นเข้ามาช่วงชิมความหวานในโพรงปาก
เล็บสวยจิกลงบนต้นขาของตัวเองไว้แน่น หลับตานั่งนิ่งยอมให้เขาจูบเนิ่นนาน ก่อนจะถูกผลักราบให้ลงไปนอนแผ่หลาอยู่บนเตียง
ดวงใจดวงน้อยเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกจากอก ไล่สายตามองคนตรงหน้าที่กำลังแกะกระดุมรูดซิปกางเกงออกอย่างไม่อายสายตาของแฟรงก์ที่นั่งกอดอกมองอยู่ด้านหลัง
“ถุงยางที่ฝากไว้อยู่ไหน เอามาสิ”
“…..” แฟรงก์เริ่มหันซ้ายมองขวาอย่างเลิ่กลั่ก อยากจะลุกวิ่งออกไป แต่อีกใจก็อยากรู้ว่ามันจะกล้าทำต่อหน้าเขาหรือเปล่า
อาจจะเป็นเพราะอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เกิดเลยไม่ได้แปลกใจอะไรถ้าสองพี่น้องจะเห็นเรือนร่างที่เปลือยเปล่าของกันและกันมานับไม่ถ้วน
“เงียบคืออะไร หรือไม่อยากให้ใส่”
“ยะ…อยู่ในกระเป๋า”
“หยิบออกมา”
“…..” ดาวเหนือเลื่อนมือที่สั่นเทาควานหากล่องถุงยางอนามัยที่อยู่ในกระเป๋า หยิบมันออกมาแล้วยื่นให้ชายหนุ่ม
เพียงแค่เหลือบไปตรงส่วนแข็งขืนก็รู้สึกจุกแน่นหายใจไม่ออก
“จะทำจริงเหรอ” ดาวเหนือหันมองไปทางแฟรงก์ที่นั่งอยู่ ฟรินกำลังจะทำเรื่องแบบนั้นทั้งๆ ที่มีคนอื่นอยู่ในห้องนี้ ไม่ได้มีกันแค่สองคน
“กำลังจะเอากับฉันแล้วมองคนอื่นทำไม”
เขาไม่ได้สนใจว่าเธอจะคิดยังไง ถ้าอยากได้ก็จะเอา ฝ่ามือหนาเลื่อนไปจับใบหน้าแสนหวานให้หันกลับมามองเขาเพียงคนเดียว
เขารู้จักนิสัยไอ้แฟรงก์ดีกว่าใคร ถ้ามันทนดูไม่ไหวเดี๋ยวก็ออกไปเอง
“อย่าทำได้ไหม เหนือกลัว”
“ทำใจสิ เพราะหลังจากนี้ฉันจะเอาเธอทุกวัน” ชุดเดรสสีชมพูอ่อนถูกถกให้ขึ้นมากองอยู่บนต้นขาขาวเนียน จนเผยให้เห็นกางเกงชั้นในที่เธอสวมใส่
“ฟริน…”
“ไม่ได้ถอด ไอ้แฟรงก์มันไม่เห็นของเธอหรอก”
“…..” ดวงตาคู่สวยเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา เขาโน้มริมฝีปากลงมาจุมพิตที่หน้าผากเบาๆ แล้วเช็ดน้ำตาออกให้
“คนที่จะได้เห็นของเธอมีแค่ฉันคนเดียว ส่วนคนอื่น…ให้มันรอชาติหน้าก็แล้วกัน!”
นิ้วเรียวเกี่ยวกระหวัดกางเกงชั้นในของหญิงสาวออกข้างเพื่อเปิดทาง จับแก่นกายจ่อเข้าที่ร่องแคบแสนหวาน
“ฟริน…”
“ฉันใส่ถุงแล้ว อย่ามางอแงไม่เข้าเรื่อง อ้าขาออก”
“…..” ดาวเหนือนอนนิ่งหุบขาเรียวเข้าหาเอวสอบไว้แน่น ใช้มือดันอกแกร่งให้ถอยห่าง เธอไม่ได้มีอารมณ์ร่วมเลยสักนิด
“ถ้าพูดไม่รู้เรื่องจะได้เอาสดแล้วปล่อยใน ต้องการแบบนั้นใช่มั้ย” คนตัวเล็กส่ายหน้าปฏิเสธค่อยๆ แยกขาออกจากกันเพื่อให้ฟรินได้สอดใส่ตัวตนเข้ามา “อย่าเกร็ง จะได้ไม่เจ็บ”
“ฮึก!ฟริน…เหนือเจ็บ!”
“ก็บอกแล้วว่าอย่าเกร็ง”
“ไอ้น้องเวร! มะ…มึงจะเอาแบบนี้จริงดิ” แฟรงก์รีบดีดตัวลุกขึ้นจากโซฟาเมื่อทนอยู่ต่อไปไม่ไหว มือไม้สั่นเทาริมฝีปากแห้งผาก ไม่กล้าแม้แต่จะเหลือบสายตามองภาพตรงหน้า
“ถ้าไม่อยากเห็นก็ออกไป หรือถ้าอยากดูก็อยู่เฉยๆ อย่าเสียงดัง”
ปัก! ร่างกายช่วงล่างของดาวเหนือสั่นเกร็งอย่างหนักเมื่อชายหนุ่มดันท่อนเอ็นเข้ามาจนสุดความยาวๆ ก่อนจะขยับช้าๆ เพื่อให้เธอปรับตัว
“เจ็บหรือเปล่า ทนไหวไหม”
“อื้อออ ฟะ…ฟรินพอแล้ว เหนือไม่ไหว”
“มึงมันโรคจิตอะ…ไอ้ฟริน! กูจะฟ้องแม่”
เสียงของแฟรงก์ดังแทรกขึ้นมา ทำเอาฟรินถึงกลับถอนหายใจด้วยความรำคาญ “งั้นก็รีบไปฟ้องเลย”
แฟรงก์รีบเดินกระทืบเท้าออกจากห้องพร้อมปิดประตูเสียงดังใส่น้องชายด้วยความโมโห
“ไอ้แฟรงก์มันออกไปแล้ว จะขึ้นมาทำเองมั้ย”
“ฟรินทำเจ็บ”
“งั้นขึ้นมาทำเอง”
ร่างเล็กถูกจับพลิกตัวให้ขึ้นมาคร่อมอยู่ด้านบนตามความต้องการของชายหนุ่ม “ขยับเลยสิ ฉันอยากแตกใส่เธอจะแย่อยู่แล้ว”
ดาวเหนือวางมือลงบนอกแกร่งเพื่อทรงตัว ก้มลงมองใบหน้าคมคายของคนที่เคยขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทแต่มาตอนนี้ความสัมพันธ์มันดันลึกซึ้งเกินกว่านั้น
“มองทำไม” ฟรินเลิกคิ้วถาม กระชากคอเสื้อของคนตัวเล็กให้โน้มลงมาหา
“จะให้เหนือเป็นอะไร แล้วจะให้อยู่ในฐานะไหนของฟริน”
“เป็นเพื่อนเหมือนเดิมดีมั้ย เพื่อนกันมันดี”
“ก็แล้วแต่ฟรินจะให้เป็น”
“งั้นก็มาเป็นเมีย”
“…..”
