บทที่ 4 ฮองเฮาผู้หยั่งรู้ทุกสิ่ง
รุ่งเช้า
แสงอาทิตย์อ่อนส่องผ่านหมอกบางเหนือวังหลวง
หลินเยว่ชิงแต่งกายด้วยชุดฮั่นฝูสีฟ้าอ่อน ปักลายดอกเหมยสีเงิน ผมยาวถูกรวบขึ้นอย่างเรียบง่าย ประดับเพียงปิ่นหยกหนึ่งอัน
เสี่ยวหลานยืนอยู่ด้านหลัง พลางจัดชายเสื้อให้นาง
“พระชายา วันนี้ทรงงดงามมากเพคะ”
เยว่ชิงมองตัวเองในกระจก
“งดงามไม่สำคัญ”
“เพคะ?”
“วันนี้ข้าต้องไปพบคนที่อาจมองออกว่าข้ากำลังคิดอะไร”
เสี่ยวหลานหน้าซีด
“ฮองเฮาหรือเพคะ?”
“ใช่”
เยว่ชิงจำฮองเฮาได้ดี
ในนิยาย ฮองเฮาเป็นสตรีที่สุขุมและไม่เคยแสดงความรู้สึกออกมาอย่างชัดเจน
นางไม่ได้เข้าข้างใคร
แต่ก็ไม่เคยปล่อยให้ใครอยู่เหนือการควบคุมของนาง
คนเช่นนี้อันตรายกว่าสนมที่ใช้อารมณ์หลายเท่า
“พระชายา”
เสียงขันทีดังขึ้นจากด้านนอก
“องค์รัชทายาทเสด็จมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
เยว่ชิงลุกขึ้น
เมื่อออกจากตำหนัก นางเห็นเซียวจิ่งเหยียนยืนรออยู่แล้ว
เขาสวมชุดราชสำนักสีดำทอง ใบหน้าหล่อเหลายังคงเย็นชาเช่นเดิม
“พร้อมแล้วหรือ?”
“เพคะ”
ทั้งสองขึ้นรถม้าพระที่นั่งไปยังตำหนักของฮองเฮา
ตลอดทางไม่มีใครพูดอะไร
เยว่ชิงมองออกไปนอกหน้าต่าง
ยิ่งเข้าใกล้ตำหนักฮองเฮา นางยิ่งรู้สึกถึงความกดดันบางอย่าง
ก่อนรถม้าจะหยุดลง
เซียวจิ่งเหยียนเอ่ยขึ้น
“จำคำของข้าไว้”
“อะไรหรือเพคะ?”
“อย่าพูดทุกสิ่งที่เจ้ารู้”
เยว่ชิงหันมองเขา
“พระองค์กำลังเตือนหม่อมฉันหรือ?”
“ข้าไม่ต้องการให้เจ้าตายเร็วเกินไป”
ประโยคนั้นฟังดูเย็นชา
แต่กลับทำให้หัวใจของเยว่ชิงกระตุกอย่างประหลาด
นางยิ้มบาง ๆ
“ขอบพระทัยที่ทรงเป็นห่วง”
เซียวจิ่งเหยียนชะงักเล็กน้อย
ก่อนจะลงจากรถม้าโดยไม่ตอบอะไร
---
ตำหนักฮองเฮา
กลิ่นดอกเหมยหอมจาง ๆ ลอยไปทั่วห้องโถง
ฮองเฮาประทับอยู่บนบัลลังก์ไม้แกะสลัก ด้านข้างมีนางกำนัลยืนเรียงราย
“ถวายพระพรเสด็จแม่”
เซียวจิ่งเหยียนคุกเข่าถวายความเคารพ
เยว่ชิงทำตาม
“ลุกขึ้นเถิด”
น้ำเสียงของฮองเฮาอ่อนโยน แต่แฝงอำนาจ
เยว่ชิงเงยหน้าขึ้น
สายตาของฮองเฮาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของนาง
มอง...
อยู่นานกว่าปกติ
“ได้ยินว่าเจ้าตกบันได”
“เพคะ”
“เจ็บมากหรือไม่?”
“ไม่แล้วเพคะ”
ฮองเฮายิ้ม
“ดี”
แต่แล้วนางกลับเอ่ยประโยคหนึ่งที่ทำให้เยว่ชิงนิ่งไป
“หลังจากฟื้นขึ้นมา ดูเหมือนเจ้าจะเปลี่ยนไปมาก”
หัวใจของเยว่ชิงเต้นแรง
เซียวจิ่งเหยียนเองก็หันมองนาง
ฮองเฮากล่าวต่อ
“เมื่อก่อนเจ้ามักจะหลบสายตาผู้อื่น”
“แต่วันนี้...เจ้ากลับกล้ามองข้าตรง ๆ”
เยว่ชิงยิ้ม
“คนเราเมื่อผ่านความเป็นความตายมาแล้ว ย่อมเปลี่ยนไปบ้างเพคะ”
ฮองเฮาเงียบไป
จากนั้นจึงหัวเราะเบา ๆ
“พูดได้ดี”
นางหันไปหาขันที
“ยกชาเข้ามา”
สาวใช้ยกถาดชามาวาง
เยว่ชิงเหลือบมองถ้วยชา
หัวใจพลันเต้นแรง
ลวดลายบนถ้วย...
เหมือนกับถ้วยที่ตำหนักสนมเอก
นางจำได้ทันทีว่าในนิยายเดิม งานเลี้ยงอีกสามวันจะเกิดเหตุวางยาพิษ
แต่เหตุการณ์วันนี้กลับมีรายละเอียดที่ไม่เคยปรากฏในเรื่อง
ฮองเฮาหยิบถ้วยขึ้น
“เยว่ชิง”
“เพคะ?”
“เจ้าคิดว่าคนที่อยู่ในวังหลวงควรเชื่อใจใคร?”
คำถามดูธรรมดา
แต่เยว่ชิงรู้ทันทีว่ามันคือการทดสอบ
“หม่อมฉันคิดว่า...”
นางวางถ้วยลง
“ในวังหลวง ไม่ควรเชื่อใจใครทั้งหมดเพคะ”
เซียวจิ่งเหยียนหันมองนาง
ฮองเฮากลับยิ้ม
“แม้แต่สามีของเจ้าหรือ?”
เยว่ชิงเหลือบมองรัชทายาท
“เพคะ”
ห้องโถงเงียบลงทันที
เซียวจิ่งเหยียนเลิกคิ้ว
แต่เยว่ชิงกลับกล่าวต่อ
“หม่อมฉันเชื่อว่าพระองค์เป็นคนที่หม่อมฉันควรเชื่อใจที่สุด”
“แต่ไม่ใช่ทั้งหมด”
ฮองเฮาหัวเราะออกมา
“ดีมาก”
“คนที่พูดว่าเชื่อใจผู้อื่นทั้งหมดในวังแห่งนี้ ล้วนอยู่ได้ไม่นาน”
เยว่ชิงนิ่ง
คำพูดนี้ทำให้นางมั่นใจว่า...
ฮองเฮารู้เรื่องบางอย่าง
---
หลังออกจากตำหนักฮองเฮา
เซียวจิ่งเหยียนเดินอยู่ข้างนาง
“เจ้าทำให้เสด็จแม่พอใจ”
“จริงหรือเพคะ?”
“นางไม่เคยชมใครง่าย ๆ”
เยว่ชิงยิ้ม
“พระองค์ทรงชมข้าหรือ?”
“ข้าเพียงพูดความจริง”
นางหัวเราะเบา ๆ
แต่ทันใดนั้น—
เสียงของนางกำนัลคนหนึ่งดังขึ้น
“พระชายา!”
เยว่ชิงหันกลับ
หญิงสาวคนนั้นคุกเข่าลง
“พระชายาเพคะ พระสนมเอกทรงประชวร!”
เยว่ชิงชะงัก
“อะไรนะ?”
“เมื่อครู่พระสนมเอกทรงหมดสติ หลังจากดื่มชาเพคะ!”
สีหน้าของเซียวจิ่งเหยียนเปลี่ยนทันที
“ไปดูนาง”
ทั้งสามรีบมุ่งหน้าไปยังตำหนักสนมเอก
แต่เมื่อไปถึง...
ภาพตรงหน้ากลับทำให้เยว่ชิงใจหาย
หลี่หว่านหรงนอนอยู่บนเตียง ใบหน้าซีดขาว
ข้างเตียงมีถ้วยชาที่แตกกระจายอยู่บนพื้น
หมอหลวงกำลังตรวจชีพจร
“เป็นพิษพ่ะย่ะค่ะ!”
ทุกคนในห้องตกตะลึง
เยว่ชิงมองถ้วยชาที่แตก
ในใจกลับรู้สึกเย็นวาบ
มันมาเร็วเกินไป
ตามเนื้อเรื่องเดิม สนมเอกควรถูกวางยาพิษในงานเลี้ยงอีกสามวันข้างหน้า
แต่ตอนนี้...
เหตุการณ์กลับเกิดขึ้นก่อนกำหนด
เซียวจิ่งเหยียนหันมามองนาง
สายตาของทุกคนในห้องก็ค่อย ๆ หันมาทางเดียวกัน
มองมาที่...
ชายารัชทายาท
ขันทีคนหนึ่งพูดขึ้นเบา ๆ
“หรือว่า...”
“อย่าเพิ่งกล่าวหาใคร”
เซียวจิ่งเหยียนตัดบททันที
แต่ยังไม่ทันที่เยว่ชิงจะพูด—
สาวใช้คนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาคุกเข่า
“องค์รัชทายาท!”
“มีอะไร?”
“พบหลักฐานแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
สาวใช้เปิดมือออก
ข้างในคือ...
ถุงหอมของหลินเยว่ชิง
เซียวจิ่งเหยียนมองสิ่งนั้น
เยว่ชิงเองก็จ้องอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
“เป็นไปไม่ได้...”
ถุงหอมนี้ถูกเก็บอยู่ในห้องของนาง
แล้วมันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?
เสียงกระซิบเริ่มดังขึ้นทั่วตำหนัก
“หรือพระชายาจะเป็นคนวางยา?”
“ก่อนหน้านี้ทั้งสองพระองค์ก็ไม่ถูกกัน...”
“หลักฐานก็อยู่ตรงหน้าแล้ว...”
เยว่ชิงกำมือแน่น
นี่คือแผนเดิม
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เหมือนในนิยาย
คดีวางยาพิษเกิดขึ้นก่อนกำหนดถึงสามวัน
และคนที่กำลังถูกใส่ร้าย...
คือนาง
อีกครั้ง
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก
ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเย็นชา
“พวกเจ้าคิดว่าข้าเป็นคนทำหรือ?”
ไม่มีใครตอบ
เยว่ชิงก้าวเข้าไปใกล้เตียงของหลี่หว่านหรง
นางมองใบหน้าที่ซีดเซียวของสนมเอก
จากนั้นสายตาก็หยุดอยู่ที่ริมฝีปาก
เยว่ชิงหรี่ตา
“ไม่ใช่พิษจากชา”
หมอหลวงชะงัก
“พระชายาทรงหมายความว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?”
เยว่ชิงหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมา
“ดูริมฝีปากของนาง”
ทุกคนมองตาม
“มีรอยแดงเพียงเล็กน้อย”
“พิษไม่ได้เข้าทางปาก”
เซียวจิ่งเหยียนหันมองนางทันที
“แล้วเข้าทางใด?”
เยว่ชิงยิ้ม
“เครื่องประดับ”
นางชี้ไปยังปิ่นหยกบนศีรษะของหลี่หว่านหรง
“ถอดปิ่นออก”
สาวใช้รีบทำตาม
เยว่ชิงใช้ผ้าคลุมมือจับปิ่น
ปลายปิ่นมีคราบสีดำบาง ๆ
หมอหลวงตรวจสอบแล้วหน้าถอดสี
“เป็นพิษจริงพ่ะย่ะค่ะ!”
ทั้งห้องเงียบสนิท
เยว่ชิงหันไปมองทุกคน
“ถ้าข้าเป็นคนวางยา ข้าคงไม่โง่พอที่จะทิ้งถุงหอมของตัวเองไว้ให้พวกเจ้าหรอก”
เซียวจิ่งเหยียนมองนางด้วยสายตาลึกล้ำ
ครั้งนี้...
เขาไม่ได้สงสัยนาง
กลับมีบางอย่างในแววตาเหมือนกำลัง...
เชื่อนางมากขึ้น
แต่ก่อนที่เรื่องจะจบ เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากหน้าประตู
ขันทีหลวงรีบเข้ามา
“องค์รัชทายาท!”
“ฮ่องเต้มีพระราชโองการให้พาพระชายารัชทายาทเข้าเฝ้าโดยทันทีพ่ะย่ะค่ะ”
เยว่ชิงนิ่งไป
หัวใจเต้นแรง
ในที่สุด...ผู้มีอำนาจสูงสุดในวังหลวงก็เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แล้ว
และนางรู้ดีว่า...
ตั้งแต่วินาทีที่ก้าวเข้าไปในท้องพระโรง
ชีวิตของนางจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป
