บทที่ 10 2/5

จรรย์ธรด้วยความปากไว “ไม่--”

“อยากรู้” พี่ชายต่อให้ “แต่อยากบอกมีไรไหม” พูดแล้วก็ก้มลงคุยกับหลานสาวที่มีข้อแขนเป็นปล้อง ๆ และตัวลุงชอบล้อว่าเป็นตุ๊กตายางมิชลินอยู่บ่อย ๆ “คุณพ่อวีดีโอคอลมาหาลูกหมูด้วยนะลูก แต่ลูกหมูหลับลุงเลยไม่อยากกวน คุณพ่อบอกว่าถ้าได้หยุดยาว ๆ จะกลับมาพาลูกหมูไปเที่ยวทะเลด้วยนะคะ”

คนเป็นแม่แอบเบ้ปาก ก็นั่นแหละ ถึงจะหย่ากันไปแล้วแต่สามีเก่าเธอก็ยังวนเวียนกลับมาดูแลลูกหมูตามเวลาจะเอื้ออำนวย มาทีก็พาตัวหายไปหลายวัน ได้ข่าวว่าไปอยู่กับคุณปู่คุณย่า อ๋อใช่นี่ก็อีกเรื่อง

คุณปู่คุณย่าของลูกหมูไม่ได้อยู่บ้านหลังข้างกันนี่แล้ว ครอบครัวของธารณ์ย้ายกลับไปอยู่บ้านในเขตวังใหญ่ซึ่งเป็นมรดกตกทอดมาจากทวด จากคนธรรมดาแค่ข้ามคืนก็รวยล้นเหลือ เพราะจู่ ๆ ก็มีชื่อธารณ์เป็นผู้รับมรดกในพินัยกรรมทั้งหมด รวมถึงสถานะประธานบริหารของกลุ่มบริษัทที่ทำเกี่ยวกับการเกษตรกรรมแบบครบวงจร

ดังนั้นลูกหมูของเธอจึงได้เป็นโหลนของเจ้าใหญ่นายโต จีรัณเล่าเสมอว่าธารณ์บอกว่าคุณทวดที่เป็นท่านชายปลื้มลูกหมูมาก ถึงกับให้พาขึ้นตำหนักไปหาทุกครั้งที่เขาพาลูกกลับไปบ้าน และแบบถึงจะเลิกกันแต่ความเป็นพ่อแม่มันเลิกเป็นไม่ได้ใช่ไหม ดังนั้นเธอจะหาเรื่องกีดกันไม่ให้เขามาเจอลูก มันก็ดูเป็นนางร้ายในสายตาลูกหมูมากเกินไป  จรรย์ธรจึงต้องเป็นแม่แสนดีไม่กีดกันพ่อกับลูก สุดท้ายก็เลยเหมือนตัดไม่ตาย ขายกันไม่ขาดอยู่แบบนี้

“พี่บี๋” คิด ๆ มาแล้วก็เครียด มือเรียวหยิบกล่องของขวัญไปวางไว้ตรงหน้าพี่ชาย “บุ้งไม่--”

“ต้องเอา!” จีรัณพูดขัด “ไม่งั้นมันจะบุกมาถึงบ้านแล้วจับยัดใส่ให้กับมือ ถ้ายังไม่อยากเห็นหน้าสามีก็รับไปนะคะบุ้งศรี ถ้าไม่รับก็อย่าหาว่าพี่ไม่เตือน!”

จรรย์ธรหน้างอ แต่ยังวางกล่องของขวัญเล็ก ๆ นั่นไว้ตรงหน้าพี่ชาย

เห็นอย่างนั้นจีรัณก็ยิ้ม “ลุงไปดีกว่าลูกหมูขา เดี๋ยวลุงไปแอบดูคุณยายว่าวันนี้ทำอะไรให้ทาน” พูดพลางลุกขึ้นยืน แต่ไม่วายโน้มตัวลงมาดึงแก้มหลานสาวออกทั้งสองข้าง “ดูแม่ดี ๆ นะคะลูกหมู อย่าให้แม่กรี๊ดแตกเพราะดีใจกับของขวัญที่คุณพ่อส่งมาให้ล่ะ” พูดจบก็เงยมองน้องสาวแถมยังยักคิ้วให้อีกด้วย

จรรย์ธรฟาดเพียะไปหนึ่งทีแต่พี่ชายดันหลบทัน

หญิงสาวถอนหายใจมองกล่องของขวัญเล็ก ๆ นั่นอยู่นาน ก่อนจะเหลียวซ้ายมองขวา พอเห็นว่าอยู่กับลูกตามลำพังก็หยิบกล่องขึ้นมามองสำรวจ กระนั้นก็ยังไม่วางใจเพราะกลัวพี่ชายตัวแสบจะแอบย่องมาดู เธอจึงหันขวับกลับไปมองแต่ไม่เจอ มองอย่างระแวดระวังอีกนิดจึงหมุนตัวกลับมามองกล่องที่วางไว้ตรงหน้า

“แม่จ๋า อาหย่อย”

ลูกหมูจิ้มขนมจีบบนจานใหญ่พยายามจะป้อนใส่ปากมารดา จรรย์ธรก้มลงอ้าปากรับ

“ลูกหมูว่าเขาส่งอะไรมาให้แม่คะ กล่องเล็กกะจิ๊ดเดียว”

“ของขันค่ะ”

คนเป็นแม่ถอนหายใจ “ของขวัญค่ะลูกหมู แกะดูหน่อยสิ”

“แกะ ๆ หมูฉ่วยจ้า”

จรรย์ธรหัวเราะช่วยกันแกะกล่องกับลูกสาว และสิ่งที่ถูกห่อมาอย่างดีนั่นก็คือ... แหวน แหวนแต่งงานที่เธอคืนเขาไปตั้งแต่หย่ากัน และเขาก็ไม่เคยเข็ดที่จะส่งมันกลับมาให้เธอ และถึงเธอจะโยนทิ้งไปทุกครั้งมันก็จะกลับมาเสมอ ไม่ใช่เรื่องน่าอัศจรรย์ใจอะไรหรอก เพราะคนทั้งบ้านเข้าข้างธารณ์ทั้ง ๆ ที่ทำกับเธอเจ็บแสบ พอเธอทิ้งแหวน ไม่ใครก็ใครจะรีบหาแล้วก็ส่งกลับไปให้เขา แล้วธารณ์ก็จะส่งมันกลับมาให้เธอ

หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอฝืด ๆ ตามองสบกับลูกน้อย

“แม่จ๋าแหน” คำพูดที่ออกเสียงไม่ชัดของลูกหมูทำเธอยิ้มขัน จรรย์ธรกระพริบตาถี่ ๆ พยักหน้ารับ ในอกตื้อตันขึ้นมาทีละนิดและรอบ ๆ ดวงตาก็ร้อนผะผ่าว

ไม่อยากยอมรับแต่ก็ต้องยอมรับ ความรู้สึกบางอย่างก็ลบไม่ได้ง่าย ๆ ทั้งสุขแล้วก็ทุกข์

“โอ้โห... จีบยันลูกโตเลยเว้ย ส่งแหวนแต่งงานมาให้อี้ก ไม่เคยเข็ดจริง ๆ ไอ้นี่!”

“ผี!” คำอุทานหลุดออกมาทันควันและแหวนก็ถูกโยนทิ้งไปในสนามหญ้า น้ำตาที่กำลังจะหยด อารมณ์ดราม่าที่กำลังจะมาหายวับไปกับตา “อิพี่บี๋!”

ลูกหมูที่จ้องอยู่แล้วตาโตเมื่อเห็นแหวนหล่น เด็กหญิงไม่สนลุงกับแม่ กระต้วมกระเตี้ยมลงจากเก้าอี้ได้ ก็มองหาแหวนที่หล่น แต่ลุงกับแม่ยังโต้คารมกันอยู่

“อีผีบี๋! มาธรรมดาเป็นไหมเนี่ย!!”

“เอ้า” พี่ชายที่ยืนกอดอกเถียง “เดินมาโต้ง ๆ นี่แหละ แล้วเราน่ะคิดอะไรอยู่บุ้งศรี แหมใจลอย ใจลอยไปหาเจ้าของแหวนเหรอจ๊ะเนี่ย”

“อิบี๋!”

“เห้ย!” พี่ชายเริ่มก้าวถอยหลัง “เห้ย! เจ้าแม่กาลีลงแล้วจ้า!!” แล้วก็ใส่เกียร์หมาวิ่งหนีน้องสาวที่ถอดรองเท้าส้นสูงออกวิ่งไล่ ลูกหมูเงยหน้าขึ้นตอนเก็บแหวนได้แล้ว และเห็นแม่กับลุงเล่นวิ่งไล่จับอ้อมต้นปาล์มหน้าบ้าน เด็กน้อยมองแหวนในมือที่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร คิดอยู่ไม่นานก็อยากจะลองเอาเข้าปากพิสูจน์ดู แต่ว่าคุณตาเข้ามาห้ามไว้ทัน

“กินไม่ได้จ้ะลูกหมู” ลูกหมูเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มหวานให้คุณตา “แหวนใครลูก”

“แหนพ่อค่ะ ลุงให้ บอกว่า ว่าพ่อให้แม่”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป