บทที่ 12 2/7

เด็กหญิงวิ่งหางเปียปลิวทิ้งแม่ดิ่งไปหาพ่อที่ย่อตัวลงรอรับ

ผู้ชายคนนั้นตัวสูง เขาสวมเสื้อคอเต่าสีดำ มือขวาถือเสื้อสูทไว้ ผมสีดำสนิทหวีเรียบปัดเป็นทรง ดวงหน้าขาวคมสันมองเห็นไรหนวดเขียวเข้มที่ยังไม่ได้โกน และสิ่งที่เห็นชินตาตั้งแต่เล็กจนโตก็คือแว่นสายตา

ตาจรรย์ธรข้างขวากระตุกถี่ยิบ เธอยืนตัวแข็งทื่อตอนเขาลงนั่งยองรับลูกหมูที่โถมเข้าหา และมุมปากก็กระตุกตามยามเขาช้อนสายตาขึ้นมองตรงมาที่เธอ เวรกรรม! สามีเก่าเธอดันโผล่วาปมาอยู่ที่ประตูหน้าบ้าน ทั้ง ๆ ที่ได้ยินว่ากำหนดกลับไทยมันยังเหลืออีกเป็นเดือน

แล้วมาทำไมว้าเนี่ย!!

“อ้าว นั่นตาธาร” คุณยายที่เดินตามหลังมาเห็นเข้าจึงอุทานอย่างประหลาดใจกึ่งดีใจ “ไงลูก มาได้ยังไงเจ้าบี๋บอกว่าธารจะกลับมาเดือนหน้าเลยไม่ใช่เหรอ” พูดพลางก็เดินตัวปลิวไปหาอดีตลูกเขยอีกคน

จรรย์ธรแค่นหัวเราะ เป็นผู้ชายที่ประหลาด ไม่ว่าจะสาวแก่แม่หม้ายก็หลงไปโหม้ด-ด-ด!

เขา... ตอนนี้อายุสามสิบสามปี แต่พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นเต็ม ๆ อย่างกับเด็กยี่สิบสอง หน้าใสไปอี้ก!

ธารณ์ นทีนารถ อดีตสามีเธอและพ่อของลูกหมู เขามีชื่อจริงกับชื่อเล่นเป็นชื่อเดียวกัน แต่ทำไมไม่รู้ตอนลงชื่อในเอกสารมักมีปัญหาทุกที เพราะชื่อเล่นเขาน่ะคือ ธาร แต่ชื่อจริงคือ ธารณ์ ก็ไม่รู้สินะ เธอเคยถามพ่อแม่เขาเรื่องชื่อ ก็ได้ความว่าคุณปู่เป็นคนตั้งให้ แต่ที่มี ณ. เณร กับตัวการันต์ตามมาทำไมให้ยุ่งยากนี่ไม่รู้จริง ๆ

หญิงสาวผ่อนลมหายใจและกลอกตาขณะเดินลากขาตามเข้าไปสมทบ อดีตสามีเธอเป็นนักศึกษาปริญญาโท ได้ทุนรัฐบาลไปเรียนและต้องกลับมาทำงานใช้ทุนที่กรม เป็นทายาทชายสายตรงคนเดียวของราชตระกูลนทีนารถ คุณเทียดที่เป็นพระองค์เจ้าประทานนามสกุลนี้ให้แก่ลูกสาว ที่ได้รับพระราชทานน้ำสังข์ตอนขอลาออกมาเสกสมรสกับหม่อมเจ้าซึ่งก็คือทวดของธารณ์ แถมยังรวยมหาศาลกว่าบ้านเธออีก เพราะท่านทวดของเขามีกิจการมากมายหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือสินค้าเกี่ยวกับการเกษตรตีคู่กันมาเป็นตระกูลท่านเจ้าสัวซีพีเลยทีเดียว

และถ้าจะให้ลำดับชั้นญาติของธารณ์... จรรย์ธรว่าอย่าดีกว่าเพราะปวดหัวแน่ ๆ!

นี่แหละพ่อลูกหมู โปรไฟล์หรูเริ่ดอลังการงานสร้างไหมล่ะ

“บุ้ง สวัสดีค่ะ”

เกลียดคำลงท้ายคะขาของเขาชะมัดยาด!

“สวัสดีค่ะ” เธอยิ้มเหมือนแยกเขี้ยวส่งให้เขา หนุ่มหน้าหวาน ตาโต ผิวขาวสะอ้านและหล่อระเบิดระเบ้อ “ลูกหมูคะ” เธอก้มลงพูดกับบุตรสาวโดยจำเพาะเจาะจง “ลูกหมูคงจะไปกับคุณพ่อเลยใช่ไหมคะ งั้นแม่ไปทำงานนะ”

ลูกหมูที่เกาะคอพ่อพันพัวกันอยู่หยุดกึก และดันพ่อออก

“ลูกหมูนัดลุงบี๋แล้วนี่คะ ไม่ได้ค่ะ ถึงคุณพ่อมาแต่ลูกหมูต้องไปตามนัดลุงบี๋”

และที่จรรย์ธรปลื้มสุด ๆ ก็คือ ท่าทีของลูกสาวที่ถอดเธอมาอย่างกับแกะนี่แหละ... โถ น่าเอ็นดู

“คุณพ่อ” เด็กหญิงถอนหายใจ ตาละห้อย “เสียใจจริง ๆ ค่ะ ไม่ว่าคุณพ่อจะมารับลูกหมูไหม แต่ลูกหมูต้องไปกับคุณแม่ค่ะ ลูกหมูนัดลุงบี๋ให้ไปส่งบ้านคุณปู่คุณย่า ลูกหมูเสียใจจริง ๆ ค่ะ”

ท่าทีชะม้อยชม้ายชายตานั่นเกินกว่าเด็กอายุห้าขวบ คุณยายมองพ่อของหลานและหัวเราะแห้ง ส่วนคุณพ่อผ่อนลมหายใจ คิ้วเข้มที่โค้งอย่างกับวาดมาคลี่ออกจากที่ขมวดในตอนแรก

“พ่อเข้าใจค่ะ”

ช่างเป็นผู้ชายที่สวยมาก-ก-ก-ก นี่ไม่ได้เม้าธ์นะแต่แบบปากบางเป็นรูปกระจับนิด ๆ ยิ้มแล้วมีลักยิ้ม คือถ้าไว้ผมยาวเธอคงคิดว่าเขาเป็นผู้หญิง ก็ดูเอาเถอะ ขนาดลูกกระเดือกยังไม่มีให้เห็นเลย!

“ไว้เจอกันที่บ้านท่านเทียดนะคะ พ่อจะรอ”

“โอเคค่ะ” แล้วลูกสาวก็กอดคอพ่อหอมแก้มซ้ายขวา จากนั้นก็ให้พ่อหอมบ้างแล้วถอยออกมายืนจูงมือกับแม่ “ไปค่ะคุณแม่” เลอมานมองนาฬิกาข้อมือ “ช้าไปห้านาที ลูกหมูต้องโทร.เลื่อนนัดลุงบี๋แล้วค่ะ!”

คุณยายยกมือขึ้นกุมขมับ คุณพ่อกลั้นขำ มีคุณแม่ที่ยิ้มปลื้มเพราะลูกทำได้เหมือนตัวเองเปี๊ยบ

“ไปก่อนนะคะ” จรรย์ธรเอ่ยอย่างห่างเหินกับอดีตสามี และก้าวพาลูกหลบเขาเพื่อจะเดินออกประตูไป ทว่าธารณ์กลับยึดมือลูกหมูอีกข้างไว้ คนเป็นแม่ขมวดคิ้วทันควัน ยังไม่ทันอ้าปาก

“เชือกผูกรองเท้าลูกหมูหลุดค่ะ สงสัยเมื่อกี้รีบใส่ เดี๋ยวพ่อผูกให้นะคะ”

“อุ้ย! คุณพ่อเป็นพ่อนะคะ ไม่ได้ค่ะ ลูกหมูทำเองได้”

ธารณ์ยิ้มสวยจนเห็นลักยิ้ม “พ่ออยากทำให้ลูกหมูเองนี่จ๊ะ”

เด็กหญิงรีบยกมือไหว้ และปล่อยให้พ่อผูกเชือกรองเท้าให้ ชายหนุ่มผูกให้เรียบร้อยก็ยืดตัวลุกขึ้นยืน จรรย์ธรจะเดินจากไปก็ไม่ได้เพราะเขายืนดักหน้าไว้ ตาโต ๆ นั่นมองมามีแววหวานเหมือนกับเมื่อก่อนไม่ผิดสักนิด

“ดีใจที่ได้เจอบุ้งนะ”

อดีตเมียยังไว้เชิง จรรย์ธรยิ้มมุมปากและก้มศีรษะเป็นการรับคำเล็กน้อย

“พอได้ผูกเชือกรองเท้าให้ลูกหมู พี่ก็อดคิดถึงตอนนั้นไม่ได้สิ บุ้งจำได้ไหมเมื่อก่อนตอนที่พี่ขอบุ้งแต่งงาน พี่เคยบอกว่า พี่จะไม่ยอมคุกเข่าให้ผู้หญิงคนอื่นนอกจากบุ้ง”

หญิงสาวขยับถอยหลังเพราะชักไม่ไว้ใจแล้วว่าอดีตสามีจะมาไม้ไหน แต่ธารณ์ไวกว่าคว้ามือเธอขึ้นมากุมไว้มั่น จรรย์ธรคิ้วกระตุก ตาเหลือก จะดึงมือกลับ

“อะ...อะไรนะ เอ่อ เดี๋ยว พี่ธารช่วยดูบรรยากาศด้วยว่ามันเหมาะไหม”

เธอเตือนสติเขา

“แล้วเราก็หย่ากันแล้ว ขีดเส้นใต้คำว่าหย่าด้วยตัวหนาเลยนะคะ!”

“ไม่เห็นเกี่ยวกันนี่นา พูดแบบนี้แปลว่าจำไม่ได้ น่าเสียดาย”

เอ้า! ดราม่าไปอีก คุณผอ. นี่ พูดไม่ฟังเลยเว้ย!!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป