บทที่ 4 ละทิ้งบางอย่าง
เสียงร้องอย่างมีความสุขของคนสองคนในห้องเหมือนมีดกรีดมาตรงกลางใจของพุดพิชชา
เธอเดินออกมาจากบ้านอย่างหมดแรงและกลับขึ้นมาที่รถ
นับตั้งแต่วันนั้นเธอก็ตัดเขาออกไปจากชีวิตแม้เขาจะพยายามตื้อแค่ไหนแต่หญิงสาวก็มองว่าเขาเป็นเพียงอากาศธาตุเท่านั้น..
“แล้วพี่กรไม่สงสัยเหรอว่าทำไมแกถึงเปลี่ยนไป”
“ก็สงสัยอยู่เหมือนกัน แต่ฉันบอกว่าที่ร้านมีปัญหาเลยไม่ค่อยมีเวลา”
“แล้วเค้ามาที่บ้านอีกไหม” ปราณติญาซัก
“ก็มาหา แต่พอฉันไม่ยอมคุยด้วย เค้าก็ขับรถออกไป ก็คงไปมีอะไรกันที่อื่นแหละ เพราะยัยลิลลี่ก็ขับตามออกไปอีกคน”
“ผู้ชายนี่มันเป็นอย่างนี้กันทุกคนหรือเปล่านะแก”
ปราณติญาเองก็เคยเลิกกันแฟนเพราะเธอเองก็หัวโบราณเหมือนกับพุดพิชชา
“ไม่รู้สิ ช่างมันเถอะ ฉันไม่ได้สนใจเรื่องนั้นแล้ว”
“แกโชคดีแค่ไหนแล้วที่ไม่เสียตัวให้คนพรรคนั้น” ปราณติญาปลอบใจเพื่อน
“ฉันเองก็คิดแบบนั้นและตอนนี้ก็มีอะไรอีกหลายอย่างที่ฉันต้องทำฉันไม่อยากเสียเวลากับเรื่องราวในอดีต ขอบใจแกนะที่คอยรับฟังฉันในทุกๆ เรื่อง”
“ก็แกเป็นเพื่อนรักของฉันนี่” ปราณติญาโอบไหล่เพื่อนแล้วเขย่าอย่างให้กำลังใจ
วันนี้ผกามาที่ร้านคอฟฟี่แอนด์เบเกอร์รี่ฟอร์ยูแต่เช้าเพราะเป็นวันแรกที่เธอจะมาทำงานในฐานะเจ้าของร้าน
เธอรีบออกจากบ้านเพราะตื่นมาแล้วไม่เห็นรถสีเหลืองของลูกเลี้ยงแต่พอมาถึงที่ร้านก็ไม่เห็นรถของเธอจอดอยู่
พอเดินเข้าไปด้านในก็พบว่าที่ร้านกำลังมีปัญหาเพราะเครื่องคอมพิวเตอร์ใช้งานไม่ได้ ตู้เค้กและตู้เย็นก็ไม่มีความเย็นอยู่เลยสักนิด
ผกาถามพนักงานในร้านทุกคนต่างยืนยันว่าก่อนออกจากร้านทุกอย่างยังปกติ
พอจะดูกล้องวงจรปิดก็พบว่าสายไฟได้ถูกถอดออกเหมือนกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ
“ของที่แช่ไว้เสียหมดเลยค่ะ” จิรญาเดินมาบอกเจ้าของคนใหม่
“ไม่เป็นไร ของพวกนั้นเดี๋ยวสั่งใหม่ก็ได้ อย่าพึ่งโวยวาย” ผกาพูดอย่างกับเห็นว่าเป็นเรื่องง่าย
“ถ้าอย่างนั้นคุณสั่งเลยนะคะ เพราะพวกเราไม่รู้ว่าของทั้งหมดนั้นสั่งที่ไหนบ้าง” พนักงานอีกคนบอก
“แล้วปกติใครเป็นคนสั่งของ”ผกาเริ่มหงุดหงิดเพราะดูเหมือนว่าพนักงานจะไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย
“คุณพุดเป็นคนสั่งของค่ะ”
“เดี๋ยวฉันโทรถามเอง เธอไปดูในครัวสิว่ามีอะไรที่ต้องซื้อเพิ่มบ้าง”
ผกาสั่งพนักงานในร้านแล้วตัวเองก็รีบกดโทรออกไปยังเบอร์โทรศัพท์ของลูกเลี้ยง
รอจนกระทั่งเข้ารับฝากข้อความก็ไม่มีคนรับสาย
“คุณผกาคะ ถ้ามีลูกค้ามาจะให้รับลูกค้าเลยไหมคะ”
“รับเลยสิ มีปัญหาอะไร”
“ก็ราคาทุกอย่างมันอยู่มี่คอมพิวเตอร์ค่ะ แล้วแฟ้มที่มีสูตรชงกาแฟก็ไม่มี”
“แล้วพวกเธอหาดีหรือยัง แฟ้มมันคงไม่มีขาเดินได้หรอกนะ ถ้าไม่มีสูตรก็ทำกันไม่ได้หรือยังไง” ผกามองหน้าพนักงาน
“บางอย่างก็ได้ค่ะ แต่ว่าบางอย่างก็ยังต้องดูแฟ้มที่คุณพุดเตรียมไว้ แล้วนี่แฟ้มพวกสูตรขนมต่างๆ ก็หายไปด้วยค่ะ” พนักงานคนเดิมบอกอีกครั้ง
“หรือว่าจะมีขโมยเข้ามาในร้านคะ” อัญชิสาเดินออกมาจากในครัวพูดขึ้น
“ขโมยที่ไหนมันจะเอาแต่แฟ้มไปกันล่ะ เครื่องคอมพ์ก็อยู่ ตู้เย็น ทีวีก็อยู่ครบ ฉันว่าคนที่เอาไปจะต้องเป็นยัยพุดแน่ๆ พอรู้ว่าฉันจะมาทำงานที่นี่ก็เลยขโมยไป คิดว่าทำอย่างนี้แล้วจะชนะฉันเหรอ ไม่มีทาง เอาอย่างนี้ วันนี้ปิดร้านไปก่อนยังไม่ต้องรับลูกค้า ส่วนของที่เสียไปก็จัดการทิ้งให้หมด พวกสูตรต่างๆ ก็ช่วยกันหาทางอินเตอร์เน็ต”
“แต่มันจะไม่ใช้สูตรเดิมของทางร้านนะคะ เพราะสูตรต่างๆ คุณพุดเธอคิดเอง ทดลองเอง ลูกค้าเลยติดใจถึงพากันมาอุดหนุนจนเต็มทุกวัน”
“ถ้าใครยังเอ่ยชื่อนั่งพุดให้ฉันได้ยินอีก ฉันจะไล่ออก"
"จำไว้ว่าจากนี้ฉันคือเจ้านายของพวกเธอและใครก็ได้ช่วยเอาป้ายร้านออกให้ด้วย"
"ฉันจะเปลี่ยนชื่อร้านและตกแต่งร้านใหม่ทั้งหมด”
ผกาพูดกับพนักงานทั้งสามคนด้วยความโมโห
เพราะนี่แค่วันแรกเธอก็เจอปัญหาเยอะขนาดนี้แล้ว แต่เธอเองก็มีเพื่อนที่เปิดร้านกาแฟอยู่ จึงไม่ใช่เรื่องยากถ้าเธอจะไปขอคำปรึกษากับเพื่อนของเธอบ้าง
