บทที่ 5 ทำงานหนัก
ตอนที่5. ทำงานหนัก
เสียงคีย์บอร์ดดังถี่ ๆ ปะปนกับเสียงซุบซิบที่ไม่ได้พยายามปิดบังเลยสักนิด ทำให้ใบบัวพอได้ยินในสิ่งที่เพื่อนร่วมงานพากันพูดพาดพิงถึงเธอได้เป็นอย่างดี
“ก็ว่าอยู่… จบใหม่จะได้มานั่งหน้าห้องท่านประธานได้ยังไง” กลุ่มพนักงานสาวรุ่นพี่พากันซุบซิบ
“ไม่ต้องเก่งหรอก แค่ขึ้นเตียงเก่งก็พอ” อีกคนยังคงพูดต่ออย่างเมามันส์ โดยที่ไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าใบบัวจะรู้สึกอย่างไร กับสิ่งที่พวกเธอพูดกัน
เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังตามมาเหมือนมีดเล่มเล็กที่คอยกรีดซ้ำ ใบบัวก้มหน้ามองเอกสารในมือ พยายามทำเหมือนไม่ได้ยินนิ้วที่จับแฟ้มแน่นจนขาวซีดทรยศความรู้สึกของเธอ
ใบบัวรู้ดีว่าเธอไม่อาจจะหลีกหนีข้อกล่าวหาต่างๆ จากเรื่องพวกนี้ได้
เธอไม่เถียง ไม่ตอบโต้ ไม่อธิบาย และไม่แม้แต่จะร้องไห้ เพราะเธอรู้ดีว่าต่อให้เธอตะโกนจนสุดเสียง ก็ไม่มีใครรับฟังในสิ่งที่เธออยากจะบอก หรืออธิบายสักเท่าไหร่ เธอแค่กลืนทุกอย่างลงคอ…เหมือนที่ทำมาตลอดชีวิต
หน้าห้องทำงานท่านประธาน ประตูไม้บานหนาปิดไม่สนิทนักเสียงซุบซิบเล็ดลอดเข้าไปชัดเจนปรเมศเงยหน้าจากจอคอมพิวเตอร์
เขาได้ยินทุกคำ แต่สีหน้าเรียบนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“….”
มือใหญ่เลื่อนเมาส์ต่อ ไม่ได้เรียกเลขา ไม่ได้สั่งให้หยุดข่าวลือ ไม่ได้ทำอะไรเลยเหมือนเรื่องของเธอ…ไม่เกี่ยวกับเขา ตรงกันข้ามเขายิ่งอยากรู้ว่าในตอนที่ใบบัวเจอข่าวแบบนี้เธอจะทนไหวไหม จะทำงานที่นี่ต่อไปได้หรือเปล่า หรือบางทีการถูกปล่อยข่าวแบบนี้อาจจะเป็นเรื่องดีที่จะได้บีบเธอให้ทนไม่ไหวไปในตัวก็เป็นได้
ทั้งที่ความจริงเธอคือภรรยาตามกฎหมายของเขา แต่เขาไม่เคยสน เพราะเธอก็เป็นแค่เพียงผู้หญิงที่เห็นแก่เงินเท่านั้น
เย็นวันนั้น
แฟ้มเอกสารกองสูงเท่าภูเขาเล็ก ๆ ถูกวางลงบนโต๊ะใบบัว
“ท่านประธานสั่งค่ะ ต้องเสร็จคืนนี้”
ใบบัวชะงักเล็กน้อย
“ทั้งหมดนี่…เหรอคะ”
เลขาพยักหน้าอย่างเห็นใจ “ค่ะ”
งานของสามคนแต่ตกมาอยู่ที่เธอคนเดียวเธอสูดลมหายใจลึก
“ค่ะ…เดี๋ยวทำให้เสร็จ”
ไฟในออฟฟิศค่อย ๆ ดับไปทีละดวงคนสุดท้ายทยอยกลับบ้านเหลือแค่เธอ…กับแสงไฟโต๊ะทำงานสีขาวซีด
22:17 น.
ตัวเลขมุมจอสั่นไหวในสายตา ใบบัวพยายามเพ่งตัวหนังสือ แต่ภาพเริ่มเบลอ ท้องว่างตั้งแต่เที่ยงหัวหนักเหมือนมีอะไรทับ
“อีกนิดเดียว…อีกนิดเดียวก็เสร็จ…”
เธอพึมพำกับตัวเองก่อนที่โลกทั้งใบจะเอียงแฟ้มเอกสารหล่นกระจาย ร่างเล็กทรุดลงกับพื้น
ตุบ !!
เสียงประตูเปิดดังแรง
“ยังไม่กลับอีกเหรอ ฉันไม่ชอบคนที่ทำงานเกินเวลาเพียงเพราะต้องการโอ...ทะ ที”
ปรเมศพูดไม่ทันจบภาพตรงหน้าทำให้เขาหยุดนิ่งร่างใบบัวนอนหมดสติอยู่กับพื้น หน้าซีดเหมือนกระดาษหัวใจเขากระตุกวูบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“ใบบัว!”
ชื่อเธอหลุดจากปากโดยไม่รู้ตัว ขายาวก้าวเข้าไปอย่างรวดเร็วมือใหญ่ช้อนร่างเธอขึ้นอุ้มแนบอกเบา…จนน่าตกใจเหมือนเธอไม่มีน้ำหนักเลยสักนิด
“บ้าจริง…ทำไมไม่ดูแลตัวเอง”
น้ำเสียงเขาดุแต่แววตากลับสั่น เขาอุ้มเธอออกจากแผนกโดยไม่คิดอะไรทั้งนั้น
พนักงานที่กำลังจะกลับบ้านชะงักพร้อมกันทั้งชั้นเงียบกริบ
ท่านประธานปรเมศ ผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเย็นชาราวน้ำแข็งกำลังอุ้มผู้หญิงคนหนึ่งแนบอกราวกับของสำคัญที่สุดในชีวิต
“นะ…นั่นใบบัวไม่ใช่เหรอ”
“ท่านประธานอุ้มเองเลยเหรอ…”
“หรือว่า…”
ข่าวลือเมื่อเช้า เหมือนจะไม่ใช่ข่าวลืออีกต่อไปแล้วแต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาดัง ๆ เพราะสีหน้าของเขา
มันไม่ใช่ความใคร่ ไม่ใช่ความ และแทบจะเดาไม่ออกเลยด้วยซ้ำว่าสีหน้าท่านประธานในตอนนี้คืออะไร
ร่างเล็กในอ้อมแขนเบาจนน่ากลัว ปรเมศขมวดคิ้วแน่น ก้าวยาว ๆ ผ่านโถงทางเดินโดยไม่สนสายตาใคร
“เรียกรถให้ผม เดี๋ยวนี้” เสียงเขาคมจัดจนเลขาหินสะดุ้ง
“ครับท่าน”
“โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด”
“ครับ!”
ประตูบริษัทเปิดผาง ลมเย็นตอนค่ำพัดกระทบหน้า แต่เขาไม่รู้สึกอะไรเลย สายตาจ้องแค่คนในอ้อมแขน
“ใบบัว… ได้ยินผมไหม”
เธอนิ่ง เปลือกตาปิดสนิทริมฝีปากซีดจนไร้สีเลือด
ทำไมแค่ผู้หญิงคนเดียวล้ม…เขาถึงรู้สึกเหมือนโลกจะพัง ไม่ใช่สิ หากเธอเป็นอะไรไปเขาต่างหากที่จะถูกพ่อดุด่า ปรเมศได้แต่คิดแบบนั้น
โรงพยาบาล
เขาอุ้มเธอพุ่งเข้าห้องฉุกเฉินเองโดยไม่รอเปล
“ช่วยดูเธอหน่อย เธอหมดสติ”
น้ำเสียงแข็งแต่เร่งร้อนพยาบาลรีบพาใบบัวเข้าไปตรวจ
ปรเมศยืนอยู่หน้าห้องมือทั้งสองข้างยังคงสั่นเล็ก ๆ
เขาก้มมองมือของตัวเองเหมือนเพิ่งรู้ตัว
…สั่นอะไรของแกวะ แค่ลูกหนี้คนหนึ่งเองไม่ใช่หรือไง
เขาหัวเราะหึในลำคอแต่เสียงมันแห้งจนเหมือนคนแพ้
เวลาผ่านไปไม่นาน หมอเดินออกมา
“คนไข้แค่พักผ่อนน้อยกับทานอาหารไม่ตรงเวลาครับ ร่างกายอ่อนเพลียมาก ถ้าฝืนอีกอาจช็อกได้”
ปรเมศชะงัก
“อันตรายไหม”
“ถ้าปล่อยไว้อาจเป็นลมกระแทกพื้นแรงกว่านี้ครับ ต้องพักยาว ๆ”
คำว่า “อันตราย” แทงเข้าหัวใจเขาเงียบ ๆ
เขาพยักหน้าสั้น ๆ
“ขอบคุณครับหมอ”เสียงเบากว่าปกติ
ในห้องพักผู้ป่วยใบบัวนอนหลับสนิทใบหน้าซีด ๆ ใต้แสงไฟสีขาวยิ่งดูบอบบาง
ปรเมศยืนมองอยู่ปลายเตียงนานมาก นานจนเหมือนเวลาไม่เดิน สายตาไล่มองรอยคล้ำใต้ตานิ้วมือที่มีรอยแดงจากการจับปากกาทั้งวัน
แล้วภาพตอนเธอนั่งทำงานคนเดียวในออฟฟิศก็ดันผุดขึ้นมา
กองเอกสารพวกนั้น เขาเป็นคนสั่งเอง
เพราะอยากให้เธอ “รู้ที่ของตัวเอง”
สุดท้ายกลับเป็นเขาที่รู้สึกเหมือนโดนตบหน้า
“…โง่ชะมัด” ไม่รู้ด่าตัวเองหรือใคร มือใหญ่ยื่นไปดึงผ้าห่มขึ้นคลุมให้เธอเบา ๆ เบากว่าที่เคยจับอะไรทั้งชีวิตราวกับกลัวเธอแตก
ใบบัวค่อย ๆ ลืมตาภาพแรกที่เห็นคือเพดานสีขาว
“…”
เธอพยายามลุก แต่มีมือหนึ่งกดไหล่ไว้
“อย่าฝืน”
เสียงทุ้มต่ำดังข้างหู
ใบบัวชะงัก
“คุณปรเมศ…?”
“หมอบอกให้พัก”
น้ำเสียงเรียบเหมือนเดิมแต่แววตาไม่เหมือนเดิมเลย
เธอก้มหน้า “ขอโทษค่ะ ฉันทำงานไม่ทัน”
“หยุดพูด” เขาตัดบททันที
“…ไม่มีใครสั่งให้คุณขอโทษ”ประโยคนั้นทำเธอเงียบ
เพราะตลอดมา เขาไม่เคยพูดแบบนี้
หลังรับยาเสร็จ ปรเมศพาเธอเดินออกมาที่รถ จริง ๆ เธอเดินเองได้
แต่เขากลับเปิดประตูให้ มือหนึ่งกันศีรษะเธอไม่ให้ชนขอบรถโดยไม่รู้ตัว
ผ่านไปพักหนึ่งเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเบา ๆ
“…พรุ่งนี้ไม่ต้องไปทำงาน”
ใบบัวหันมองทันที “แต่”
“ผมสั่ง”
