บทนำ
วันหนึ่งคนที่เขาไม่เคยต้องการดันหายไป โลกทั้งโลกกลับดูวุ่นวายในพริบตา
บท 1
ตอนที่ 1 เมียขัดดอกในอาณาจักรของเขา
เสียงฝนกระหน่ำลงบนกระจกตึกสูงใจกลางเมือง ราวกับตั้งใจตอกย้ำชะตากรรมของผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนตัวแข็งอยู่หน้าห้องทำงานประธานบริษัท
“เข้าไปสิคุณใบบัว” เลขาสาวเอ่ยเสียงเบา แต่สายตาเต็มไปด้วยความเวทนา ใบบัวสูดหายใจลึก ก่อนจะเคาะประตูไม้บานใหญ่สามครั้งตามมารยาท ทั้งที่ในใจของเธอในตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยความวิตกกังวลเป็นอย่างมาก เพราะไม่รู้ว่าทันทีที่เธอก้าวเดินผ่านประตูไม้บานนี้เข้าไปนั้น เธอจะต้องเจอกับอะไรบ้าง
“เข้ามา” เสียงทุ้มเย็นเฉียบดังลอดออกมา ใบบัวสูดลมหายใจเข้าไปจนเต็มปอด ก่อนจะค่อย ๆ ปล่อยมันออกมา เธอยื่นมือไปจับลูกบิด และค่อยๆ บิดมันและผลักประตูเข้าไปอย่างช้า ๆ
ประตูถูกเปิดออก เผยให้เห็นห้องทำงานกว้างขวาง ผนังกระจกสูงจรดเพดาน กับร่างสูงในชุดสูทสีดำที่ยืนหันหลังให้ เธอเพียงเห็นแผ่นหลังก็รู้สึกเหมือนโดนกดทับด้วยอำนาจบางอย่าง
ปรเมศ วรนันท์ ท่านประธานบริษัทวรนันท์กรุ๊ป และ…สามีในนามของเธอ
“มาสายสามนาที”
เขาพูดโดยไม่หันกลับมา น้ำเสียงเรียบเฉยเหมือนกำลังรายงานตัวเลขผลประกอบการ ไม่ใช่พูดกับผู้หญิงที่แต่งงานกับเขาเมื่อหนึ่งเดือนก่อน
“ขอโทษค่ะ รถติด”
“ข้ออ้างไม่ใช่เหตุผลของคนทำงานที่นี่ ถ้ารู้ว่ารถติดเธอก็ควรตื่นให้เช้ากว่านี้ ออกจากบ้านให้ไวกว่านี้ ทำไมคนอื่นมาทัน แล้วเธอถึงมาไม่ทัน ?”
คำพูดนั้นเฉือนใจใบบัวจนเธอเผลอกำมือแน่น แต่ก็เลือกก้มหน้ารับคำเหมือนทุกครั้ง
“วันนี้คุณจะเริ่มงานในตำแหน่งผู้ช่วยฝ่ายพัฒนาโครงการ”
เขาหันกลับมาในที่สุด สายตาคมกริบกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า เหมือนกำลังประเมินสินค้า ไม่ใช่คน ริมฝีปากหนาขยับช้า ๆ แต่ทุกคำที่พูดออกมาเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล !!
“จำไว้อย่างหนึ่ง ใบบัว”
เขาเดินเข้ามาใกล้ หยุดยืนตรงหน้าเธอในระยะที่ใกล้เกินไป จนเธอได้กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ที่คุ้นเคยดี
“ในบริษัทนี้…คุณไม่ใช่เมียผม”
หัวใจเธอหล่นวูบ ก่อนที่เขาจะพูดต่อ
“คุณเป็นแค่พนักงานคนหนึ่ง และผมไม่เคยปรานีลูกน้องที่ทำงานพลาด” สายตาของเขานิ่ง เย็น และไร้ความรู้สึก
“เข้าใจไหม”
ใบบัวเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แม้ในอกจะสั่นไหว แต่เธอก็ไม่ยอมให้เขาเห็น
“เข้าใจค่ะ ท่านประธาน”
คำว่า ท่านประธาน หลุดออกจากปากเธออย่างชัดถ้อยชัดคำ ราวกับขีดเส้นแบ่งบางอย่างขึ้นมาใหม่
บางอย่างในแววตาปรเมศไหววูบไปเสี้ยววินาที แต่เขาเลือกจะมองไม่เห็นมัน
“ดี” เขาพยักหน้า “งั้นเริ่มงานได้”
เธอหมุนตัวจะเดินออกไป แต่เสียงเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“แล้วก็…”
ใบบัวหยุดกึก
“อย่าลืมว่าเหตุผลที่คุณมายืนอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่เพราะความสามารถ”
เธอหลับตาลงช้า ๆ ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้าเขา
“ค่ะ…ฉันไม่เคยลืม”
ใบบัวตอบออกไปในทันที เพราะเธอรู้ดี เธอคือ “เมียขัดดอก” ผู้หญิงที่ถูกแลกมาด้วยหนี้ก้อนโต และเป็นคนเดียว…ที่เขารังเกียจอยู่ตลอดเวลา เพราะสำหรับปรเมศเขาคงมองเธอเป็นแค่เพียงผู้หญิงที่เห็นแก่เงินเท่านั้น !!
คิดได้ดังนั้นใบบัวก็เดินออกจากห้องนั้นไปด้วยความรู้สึกที่ยากเกินกว่าจะบรรยาย สิ่งเดียวที่เธอทำได้นั้นก็คือต้องอดทนให้ถึงวันที่เธอหลุดพ้นจากตรงนี้
ปรเมศมองใบบัวที่เดินออกไป สายตาของเขายังคงจ้องตามแผ่นหลังบางนั้น…เหมือนหัวใจที่เริ่มเสียการควบคุม
สามเดือนก่อนหน้านั้น…
กลิ่นยาฆ่าเชื้อในโรงพยาบาลลอยอวลอยู่ในอากาศ ใบบัวยืนอยู่หน้าห้องไอซียู มือเย็นเฉียบ หัวใจเต้นแรงเหมือนจะหลุดออกมา เสียงแพทย์ยังดังก้องในหัวไม่หยุด
“คนไข้ต้องผ่าตัดด่วน ภายในสองวันครับ”
“ถ้าช้ากว่านั้นละคะ คือว่าตอนนี้ฉันยังหาเงินไม่ครบ”
“ถ้าช้ากว่านี้อาจจะไม่ทันการณ์นะครับ” คุณหมอตอบแบบเลี่ยงๆ แต่ก็ทำให้ใบบัวเข้าใจความหมายของคุณหมอในทันที
“ค่ะ แล้วฉันจะรีบหาเงินมาให้ได้ไวที่สุดค่ะ ” ใบบัวตอบออกมาไม่ค่อยเต็มเสียงสักเท่าไหร่นัก
ในตอนนี้พ่อของเธอนอนนิ่งอยู่หลังบานกระจก ใบหน้าซีดขาว เครื่องมือแพทย์รายล้อมราวกับเตือนว่าเวลาไม่เหลือแล้วแต่สิ่งที่โหดร้ายกว่าคำว่า ‘ความเป็นความตาย’
คือใบแจ้งหนี้ในมือเธอ สองล้านแปดแสนบาท ตัวเลขที่ใบบัวไม่มีทางหาได้ทันเธอขายทุกอย่างที่ขายได้ จำนำร้านเล็ก ๆ ยืมญาติ กู้เพื่อน แต่ก็ยังไม่พอ
จนกระทั่ง…
“ถ้าอยากช่วยพ่อจริง ๆ ลองไปหาท่านประธานวรนันท์ดูสิ” เสียงของลุงเจ้าหนี้ดังขึ้นในความทรงจำพร้อมแววตาที่ไม่ได้หวังดีนัก
“เขาเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของพ่อเธอ…แต่เขามีข้อเสนออย่างหนึ่ง”
ตอนนั้นใบบัวไม่เข้าใจ จนกระทั่งเธอได้นั่งอยู่ตรงนี้ในห้องรับรองชั้นบนสุดของตึกวรนันท์กรุ๊ป ตรงหน้าชายวัยกลางคนในชุดสูทดำ ราคาแพงกว่าทั้งชีวิตของเธอรวมกัน
“ผมจะล้างหนี้ทั้งหมดให้”
วรนนท์พูดเรียบ ๆ ราวกับพูดถึงตัวเลขในบัญชีใบบัวเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาสั่นไหว
“จริงเหรอคะ…?”
เขายกมุมปากนิดเดียว ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของเธอหยุดหมุน
“แลกกับการแต่งงาน”
เธออึ้ง
“คุณต้องแต่งงานกับลูกชายของผม เป็นภรรยาเขาตามกฎหมาย อยู่ในบ้านผม ทำตามข้อตกลงทุกอย่าง”
ใบบัวรู้สึกเหมือนถูกบีบลมหายใจ
“เพราะอะไรคะ ? แล้ว…ถ้าฉันไม่ตกลงล่ะคะ”
สายตาของวรนนท์เย็นลงในทันที
“หนี้จะยังอยู่ พ่อคุณจะไม่ได้ผ่าตัด และผมจะไม่ช่วยอะไรอีก”
คำพูดเรียบ ๆ แต่โหดร้ายยิ่งกว่ามีด เธอกำมือแน่น
น้ำตาคลอ แต่ไม่ปล่อยให้มันไหล
“คุณ…ต้องการฉันไปทำอะไรคะ”
เขามองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบช้า ๆ
“เป็นภรรยาในนาม กันผู้หญิงทุกคนออกจากลูกชายผมจนกว่าคนรักเขาจะกลับมา ไม่ต้องรัก ไม่ต้องหวังอะไร
แค่ทำหน้าที่ให้จบ”
ความเงียบปกคลุมห้องนั้นอยู่นานสุดท้าย…ใบบัวก็หลับตาลงแล้วพยักหน้า
“ฉันตกลงค่ะ”
เพราะถ้าไม่ทำ…พ่อเธอจะตายและเธอไม่มีสิทธิ์เลือกอย่างอื่น ท่านเจ้าสัววรนนท์คิดย้อนไปถึงอดีตเมื่อหลายปีก่อน อดีตที่เขาทั้งรักและแค้นในเวลาเดียวกัน
“อะนี่ สัญญาที่เธอจะต้องเซ็นอ่านให้ละเอียด ไม่เข้าใจตรงไหนถามได้”
ใบบัวรับสัญญาฉบับนั้นมาช้า ๆ ก่อนจะค่อยๆ อ่านทีละบรรทัด และแน่นอนว่าเธอไม่คัดค้านเพราะในสัญญาฉบับนั้นมันเอื้ออำนวยเธอทุกอย่าง
คืนนั้นเองเธอเซ็นชื่อในสัญญาการแต่งงานลับ ๆ โดยที่ปรเมศเองก็ไม่รู้เลยว่า…อยู่ ๆ พ่อของเขาพาผู้หญิงคนนี้มาได้ยังไง และทำไมถึงต้องบังคับให้เขาแต่งงานกับเธอ
บทล่าสุด
#93 บทที่ 93 ชีวิตหลังแต่งงาน
อัปเดตล่าสุด: 5/20/2026#92 บทที่ 92 ความสุขยามค่ำคืน
อัปเดตล่าสุด: 5/20/2026#91 บทที่ 91 สวีทก่อนกลับไปเจอลูก
อัปเดตล่าสุด: 5/20/2026#90 บทที่ 90 . แต่งจริง ๆ แล้วนะ
อัปเดตล่าสุด: 5/20/2026#89 บทที่ 89 แต่งงานรอบสอง
อัปเดตล่าสุด: 5/20/2026#88 บทที่ 88 เคลียร์งาน
อัปเดตล่าสุด: 5/20/2026#87 บทที่ 87 เลี้ยงลูก
อัปเดตล่าสุด: 5/20/2026#86 บทที่ 86 แฝด
อัปเดตล่าสุด: 5/20/2026#85 บทที่ 85 คนใหม่
อัปเดตล่าสุด: 5/20/2026#84 บทที่ 84 ความสุขได้เริ่มขึ้นแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 5/20/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













