บทที่ 6 Ep.6

แล้วทุกอย่างก็เป็นไปตามแผนการที่ชายหนุ่มมุ่งหวัง ในเมื่อบิดาของใบบุญดูจะชอบคุยกับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งพูดถึงพันธ์ต่าง ๆ ของกล้วยไม้ที่บ้านของเขาอย่างออกรส  นพคุณพาเขาเดินชมกล้วยไม้พันธ์ต่าง ๆ ที่ปลูกไว้บริเวณหลังบ้านที่ทำเป็นเรือนกล้วยไม้ได้อย่างน่าดู

            “น้านพเก่งนะครับ จัดเรือนกล้วยไม้ได้สวยน่าชมมากเลยครับ”

            “ต้องยกความดีให้ลูกสาว รายนั้นออกแบบเองหมดทั้งบ้านเลยทีเดียว”

            “ลูกสาวเหรอครับ  แล้วนี่เธอไม่อยู่เหรอครับ” รติภพแกล้งถาม

            “ไม่อยู่หรอก รายนั้นเขาเป็นพวกจิตกร ต้องทำงานต่างจังหวัดบ่อย ๆ นี่ก็อยู่ที่อยุธยาแนะ ซ่อมจิตกรรมฝาผนังวัดที่นั่น คงอีกไม่กี่วันก็กลับแล้วละ” นพคุณเอ่ยถึงบุตรสาวด้วยน้ำเสียงเอ็นดู

            “เก่งนะครับ เป็นผู้หญิงแต่เป็นจิตกรมีฝีมือ ไม่อย่างนั้นคงทำงานสำคัญอย่างนั้นไม่ได้แน่เลยครับ”

            “เขาเก่งเชียวละ ไม่ได้ยอลูกสาวตัวเองหรอกนะพ่อหนุ่ม แต่เขาเก่งจริง ๆ ไอ้เรื่องวาดเรื่องเขียนนี่ เขาชอบมาแต่เล็ก”

            “ผมคงมีโอกาสได้เจอเธอสักวัน” รติภพยิ้มตาพราว

            “เข้าไปดูรูปเขากันก่อนก็ได้เผื่อมีโอกาสได้เจอกันวันหลัง”

            “ครับ ถ้าคุณน้าอนุญาต”รติภพรีบตกลง

            “ไปอย่างนั้นเข้าบ้านกัน”  นพคุณตบบ่าชายหนุ่มเบาๆ แล้วเอ่ยชวน

            นพคุณหยิบอัลบั้มภาพถ่ายของบุตรสาวตั้งแต่วัยเยาว์จนถึงปัจจุบันมาอวดชายหนุ่มอย่างคนเป็นพ่อที่ภาคภูมิใจในตัวลูกสาว รติภพจับน้ำคำของบิดาใบบุญได้เป็นอย่างดีว่ารักและปลื้มลูกสาวตัวเองขนาดไหน  เขาเปิดดูรูปถ่ายของใบบุญตั้งแต่ยังเป็นเด็กหน้าตาน่ารัก จวบจนรูปรับปริญญาของหญิงสาว กับรูปถ่ายของเธอกับเพื่อน ๆ หลายคนรวมทั้งอีกสาวหนึ่งที่เขาได้เจอเธอพร้อมใบบุญมาแล้วครั้งหนึ่งที่อยุธยา

            “นี่ก็เพื่อนสนิทของเจ้าใบบุญเขา ชื่อมีตางค์  เรียนด้วยกันแล้วก็ทำงานด้วยกันอีกต่างหาก”

            “ครับ คุณใบบุญเธอน่ารักนะครับ” รติภพกล่าว

            “ฮึ ฮึ หน้าตาพอไปวัดไปวากับเขาได้เท่านั้นแหละคุณภพ  สู้เจ้ามีตางค์เขาไม่ได้หรอก รายนั้นเขาทั้งสวยทั้งรวย ไม่รู้ทำไมสนิทกับเจ้าใบบุญมันได้ขนาดนี้ก็ไม่รู้”

            “ผมว่าเพราะคุณใบบุญเธอน่ารักมั้งครับ เพื่อน ๆ เลยอยากคบหา” รติภพยิ้ม

            “ถ้าในสายตาพ่ออย่างผม เจ้าใบบุญมันน่ารักกว่าใครอยู่แล้วละคุณภพ”

            “ครับ เธอน่ารักจริง ๆ”

            “เออ คุยกันมาตั้งนานยังไม่รู้จักคุณเลยว่าชื่อนามสกุลจริง ๆ อะไร”

            “ผมรติภพ  อัครพงษ์ครับ”

            “อ้อ  พวกอัครพงษ์เหรอนี่”

            “คุณน้ารู้จักครอบครัวผมเหรอครับ” รติภพแปลกใจ

            “ก็รู้จักแต่คุณสร้อยคนเดียวแหละนะ  คุณเป็นอะไรกับเธอละ”

            “ผมเป็นลูกชายครับ” รติภพยิ้มดีใจที่พ่อของใบบุญรู้จักกับมารดาของเขา

            “เอ๊ะ คุณสร้อยเขาแต่งงานกับพวกกิติปกรณ์นี่ ถ้าคุณเป็นลูกก็น่าจะนามสกุลกิติปกรณ์ซิ”

            “คุณตาขอให้ผมใช้อัครพงษ์ครับ คุณพ่อก็ไม่ขัดท่าน ผมเลยใช้นามสกุลของคุณตาครับ”

            “อ้อ เป็นอย่างนี้นี่เอง นั่นซินะ ก็ท่านมีคุณสร้อยเป็นลูกคนเดียว ถ้าไม่ให้หลานชายสืบสกุล ก็คงหมดที่ท่านเท่านั้นซินะ”

นพคุณมองหน้าชายหนุ่มที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกอย่างสนใจ ยิ่งรู้ว่าคนตรงหน้าเป็นบุตรชายสร้อยรัดดาอดีตเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัย ซึ่งเขายังจำเรื่องของเพื่อนกับภัทร เอกธนภัทรซึ่งเป็นเรื่องที่โจษจันกันไปทั่วมหาวิทยาลัยและตนกับภรรยาเคยเป็นที่ปรึกษาของสร้อยรัดดาบ่อยๆ จำได้ว่าสองครอบครัวต้องการให้ลูกแต่งงานกัน แต่สร้อยรัดดารักใคร่กับเลขาทูตหนุ่มหล่อในสมัยนั้น  ส่วนภัทรรักชอบอยู่กับภรรยาคนปัจจุบันทำให้ทั้งสองไม่ได้ทำตามที่ผู้ใหญ่ต้องการ

            “ผมไม่ทราบว่าคุณน้ารู้จักกับคุณแม่ผมมาก่อน”

            “ไม่แปลกหรอก  เพราะน้ารู้จักคุณสร้อยเมื่อสมัยเรียน แต่พอจบก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย”

            “คุณน้าเคยเรียนที่เดียวกับคุณแม่ผมเหรอครับ”

            “อื้ม ตอนนี้คุณแม่คุณเป็นยังไงบ้างล่ะ สบายดีหรือเปล่า”

            “ครับ...ท่านสบายดีตอนนี้อยู่กับคุณพ่อที่สเปน”

            “อ้อ อย่างนั้นเหรอ”

            บุหงาเข้ามานั่งกับสามีมองชายหนุ่มรุ่นลูกอย่างสนใจหลังทราบว่าเป็นลูกชายเพื่อนสมัยเรียนที่แต่งงานไปกับท่านทูตเกริก

            “โลกมันกลมจริง ๆ ซะด้วยนะคะคุณนพ” บุหงาหันไปเอ่ยกับสามี

            “นั่นซิ ไม่น่าเชื่อว่าจะได้เจอกับลูกชายเพื่อนเก่าของเราอย่างคุณสร้อยนะ”

            “ถ้าคุณแม่ทราบ ท่านคงดีใจนะครับ”

            “ยังไงก็ฝากความคิดถึงให้คุณสร้อยด้วยแล้วกันนะคุณภพ”

            “อย่าเรียกผมว่าคุณเลยครับ เรียกภพเฉย ๆ ดีกว่า เห็นว่าผมเป็นลูกเป็นหลานคนหนึ่งก็พอครับ”

“หึๆ เอาอย่างนั้นก็ได้”

            รติภพใช้เวลาในวันหยุดอยู่กับครอบครัวของใบบุญเกือบทั้งวันจึงลากลับพร้อมนำความเอื้อเอ็นดูของทั้งสองไปด้วย  เลขานุการโทหนุ่มครวญเพลงด้วยความอิ่มเอิบใจที่สามารถทำคะแนนจากการเข้าบ้านแม่สาวน้อยร่างเล็กของตนได้ แถมยังแอบขโมยรูปน่ารักหลายอิริยาบถของสาวน้อยติดตัวกลับมาชื่นชม เขาหยิบภาพถ่ายของหญิงสาวในชุดเสื้อยืดตัวเล็กกับกางเกงยีนส์ขาสั้นที่ยิ้มตาปิดให้กล้องพลางเอ่ยอย่างมาดหมาย

            “ใบบุญ คุณหนีไม่พ้นมือผมแน่”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป