บทที่ 2 รักเก่า

“รับก็ได้วะ” นิ้กกี้อยู่คนเดียวจนชิน เลยชอบพูดคนเดียว

“สวัสดีค่ะ”

“สวัสดีค่ะ ดิฉันโทรมาจากฝ่ายบุคคลของบริษัท.......... วันนี้คุณมิกิไม่มาทำงานค่ะ เลยอยากจะโทรมาถามสอบถามว่า คุณมิกิเธอเป็นอะไรไปหรือเปล่า”

“อ๋อ... คงไม่ไปอีกแล้วนะคะ เธอไปแล้วค่ะ เก็บกระเป๋าใบใหญ่มาก...ไปแล้ว” เธอตอบไปตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน แค่นึกถึงคนที่ทำให้มิกิเจ็บช้ำแล้วก็พาลพาโลไปหมด

“เหรอคะ” คนถามมาทำเสียงอ่อย ๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความผิดหวัง

“ใช่... อีกเรื่องนะคะ ฝากบอกเรื่องไปถึงเจ้านายของคุณด้วย ไม่ต้องตามค่ะ ยังไงก็ไม่มีวันเจอ” นิกกี้พูดทิ้งท้าย ก่อนจะกดทิ้งสายไป ใบหน้าของนิกกี้ดูสะใจ แต่ก็สลดลงไปอีก

“ยายมิกิเอ๊ย แกจะหนีหัวใจตัวเองไปได้อีกเท่าไหร่” ปากว่าแล้วนึกถึงหัวใจของตัวเองที่เคยเจ็บช้ำ เธอหนีหัวใจตัวเองมาเช่นเดียวกัน แต่คำตอบเดียวที่ได้คือ มันไม่มีวันลบเลือนหรือจางหาย

เครื่องบินทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า พนักงานบนเครื่องประกาศให้ข่าวสารข้อมูลต่าง ๆ

นิธานหันหน้าไปมองเสี้ยวหน้าของไศลทิพย์ที่มองออกไปข้างนอกหน้าต่าง

เธอเอนเบาะลงไปนิดหนึ่ง โชคดีที่เบาะที่เหลือข้าง ๆ ไม่มีคนนั่ง เขาหันไปมองข้างหลังก็ไม่มีคน รอบข้างก็ไม่มีคน เหมือนโชคเข้าข้าง

“นิกกี้ ทำไมเที่ยวบินนี้ไม่ค่อยมีผู้โดยสารเลยนะ”

เธอค่อย ๆ หันมามองหน้าของเขาและมองไปรอบ ๆ

“จริง...สงสัยใกล้สิ้นเดือนแล้วมั้ง อีกอย่างได้ข่าวไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวแล้วช่วงนี้ เริ่มโลว์ซีซันแล้วล่ะ” เธอหันหน้ากลับไปทางเดิม

“นิกกี้...” เขาเรียกชื่อของเธออีกครั้ง

เธอรีบหันมาเผชิญหน้า นิกกี้เริ่มประหม่าเมื่อเห็นสายตาของปืนที่จ้องสบ แววตาของเขาดูอาทร มันรู้สึกได้ถึงความพิเศษที่เขาส่งมาให้

นิกกี้ยอมรับว่าปืนทำให้หัวใจของเธอเต้นแรง และเธอก็ไม่รู้ว่ามันเริ่มตอนไหน แต่ตอนนี้หญิงสาวยอมรับโดยดุษณีแล้วว่าชอบเขา หรืออาจจะรักเลยก็เป็นได้

ต่างคนต่างพึงใจในกันและกัน

ตอนนี้เธอกำลังทำใจให้สงบ หัวใจเต้นแรงกว่าเดิมพิกล หญิงสาวชักทำสีหน้าไม่ค่อยถูก เวลาอยู่ที่โรงเรียนก็มีเพื่อนอยู่ด้วย แต่ตอนนี้มีเพียงเขากับเธอเพียงลำพัง มาเที่ยวกันสองคนในบรรยากาศแบบนี้ แม้ในเครื่องบินลำนี้จะเต็มไปด้วยผู้คน แต่ระยะที่นั่งใกล้ ๆ หัวใจก็สั่นไหว ในใจของเธอมันเต้นเป็นจังหวะบอกว่า...รัก

“มีอะไร” หญิงสาวทำหน้าเหลอหลากลบเกลื่อนความเขินอาย

สายตาและสีหน้าของปืนซีเรียส ทำให้เธอรู้ว่าเขามีเรื่องในใจจริง ๆ

“ปืนมีเรื่องจะบอก” เขาพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด สีหน้าและแววตามีความหม่นเศร้า

“เรื่องอะไรล่ะ ปืน... ก็พูดออกมาสิ” เธอขยับตัวนั่งหลังตรง

“พ่อกับแม่จะส่งปืนไปเรียนที่เยอรมันน่ะ”

คำตอบของเขาทำให้เธอเงียบเสียงลงไปในทันที ใจหายแวบขึ้นมาดื้อ ๆ จ้องมองสบตากับคนพูด หัวใจเริ่มแกว่ง ๆ

“อือ... แล้วปืนตัดสินใจยังไง” น้ำเสียงเธอก็แผ่วลงไป รู้สึกใจหาย

“เฮ้อ...” เสียงเขาถอนลมหายใจเบา ๆ ปืนสีหน้าเศร้าเต็มที

“ปืนคงขัดพ่อกับแม่ไม่ได้”

“อือ... ก็ดีแล้วไง อนาคตของนาย ไปเรียนที่นู่นมีแต่ได้กับได้ ไม่มีเสียหรอก คนบางคนยังไม่มีโอกาส เขายังวิ่งเต้นไขว่คว้าหาหนทางที่จะไปเรียนแทบตาย ปืนโชคดีนะที่ได้ไปเรียน โชคดีมาก ๆ” เธอคิดแบบนั้นจริง ๆ

“แต่...”

“ไปเหอะปืน มันต้องดีแน่ ๆ อยู่แล้ว” เธอแกล้งทำสีหน้าระรื่น ทั้ง ๆ ที่ในใจเริ่มเจ็บนิด ๆ ใบหน้ามีรอยยิ้มแต่หัวใจเจ็บแปลก ๆ

“นิกกี้ไล่ปืนเหรอ” เขาทำหน้าจ๋อย ๆ รู้สึกน้อยใจขึ้นมาเสียดื้อ ๆ

“เปล่าสักหน่อย” เธอรีบส่ายหน้าพูดปฏิเสธเบา ๆ

แววตาที่ทั้งสองจ้องสบกันนั้น มันเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย ไม่ต้องเอ่ยปาก เธอรู้ว่าปืนก็มีใจให้เธอเช่นเดียวกัน เพียงแต่ยังไม่ได้เอ่ยบอกว่าชอบพอกันเท่านั้น

“ปืนขออะไรนิกกี้เรื่องหนึ่งได้ไหม” พูดพลางเอื้อมมือไปจับมือของนิกกี้เอาไว้ แล้วก้มหน้าลงไปหาใกล้ ๆ

ไศลทิพย์หัวใจสั่นหวั่นไหว มันเต้นแรงแทบทะลุออกมานอกอก

“เรื่องอะไร” น้ำเสียงเริ่มสั่น ใบหน้าเริ่มแดงและร้อนออกมาผ่าว ๆ

"นิกกี้รอเราได้ไหม"

"หื้อ...รอทำไม” ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเขาหมายถึงอะไร แต่มันตกใจมากกว่า ไม่คิดว่าปืนจะพูดออกมาตอนนี้

สายตาของเขาทั้งห่วงหาและอาทร เว้าวอนสุด ๆ มันหวานเชื่อมจนคนที่จ้องสบเก้อเขิน และอายที่ถูกเขารบเร้าแบบนี้

“เป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว ยังไงฉันก็ต้องรอนายอยู่แล้ว" เธอพูดแกมหัวเราะ

ในนาทีนั้นปืนฉกใบหน้าลงมาชิดใกล้ พร้อมกับจุ๊บปากของเธอทันที ก่อนจะประกบแนบ ทั้งสองรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นของผิวหน้าและริมฝีปากที่แนบสนิท

เพียงแค่เสี้ยววินาทีนั้น หัวใจของเธอเต้นแรงหนักเข้าไปใหญ่ หน้าเริ่มออกสีแดงร้อนออกมายิ่งกว่าเดิม

นิธานหัวใจก็เต้นโครมครามเช่นเดียวกัน จุมพิตแรก และสัมผัสผิวเนียนนุ่มนิ่มของหญิงสาวเป็นครั้งแรกเช่นเดียวกัน

“เพื่อนกัน เขาไม่จุ๊บกันนะ” ปืนพูดขณะที่ยกใบหน้าออกห่าง ใบหน้าของเขาก็ออกสีแดงระเรื่อเช่นเดียวกัน

นิกกี้อึ้งงันไปเลยทีเดียว หลบตาของปืนอย่างเอียงอาย ทุกอย่างที่แสดงออกมาไม่ใช่จริต แต่เป็นความรู้สึก ณ ขณะนี้ล้วน ๆ

“บ้า...มีคนเห็นหรือเปล่า ฉันอายนะ”

จุ๊บ...เขาชิดปลายจมูกกดลงมาบนแก้มเนียน ๆ ของเธออีกครั้ง

“เป็นแฟนกันนะ นิกกี้เราสองคนมาเป็นแฟนกันนะ” ปืนกระซิบข้างแก้ม และบีบมือของเธอที่อยู่ในอุ้งมือของเขา เหมือนอยากจะบอกความจริงใจทั้งหมดผ่านส่งไปถึงหญิงสาว

“ทำไมมาพูดตอนนี้ ตรงนี้” น้ำเสียงเต็มไปด้วยอาการเก้อเขิน เธอบิดม้วนตัวเบา ๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป