บทที่ 4 งานใหม่ของนิกกี้

เหตุการณ์ในอดีตเมื่อทั้งสองคนถึงที่สนามบินกระบี่ ปืนฉวยข้อมือของนิกกี้ให้เดินออกมาพร้อม ๆ กัน

“เราสองคนจะทำทริปนี้เป็นความทรงจำดี ๆ นะ” ปืนขอคำมั่น

“ความทรงจำดี ๆ ของเราสองคน ตลอดไป...” เธอต่อคำให้ ทั้งสองหันหน้ามายิ้มให้แก่กัน ความสุขแบ่งบานอยู่เต็มในหัวใจ

“โน่นไง คนขับรถ เห็นชื่อของปืนที่เขาเขียนไหม” ปืนชี้ให้เธอดูป้ายชื่อของตัวเองที่คนขับชูอยู่แล้ว

นิกกี้หัวเราะขึ้นมาทันที

“นิทาน” เธอขำที่คนเขียนสะกดชื่อของเขาผิด

“คืนนี้ ปืนเล่านิทานให้นิกกี้ฟังไหม” เธอพูดเล่น

“อยากฟังจริง ๆ เหรอ” เขาพูดพร้อมส่งสายตากรุ้มกริ่ม

นิกกี้รู้ตัวว่าพลาดไปแล้ว พูดแบบนี้เหมือนให้ท่าเขาเลย

‘น่าตบปากตัวเองนัก พูดออกไปแบบนั้นได้ยังไง’ เธอติตัวเอง ก่อนจะเฉไฉไปเรื่องอื่น

“ปืน เราสองคนไปไหนก่อนดีจ๊ะ” นิกกี้ถามขึ้น

ตอนนี้ในหัวสมองมันตื้อไปหมด พอเกิดเหตุการณ์หวาน ๆ ที่ปืนทำให้เธอใจเต้นแรง ทำให้หญิงสาวถึงกลับขาดความมั่นใจลงไปนิดหน่อย และสารภาพกับตัวเองว่ายังคงตื่นเต้นไม่หายกับรอยประทับจูบของเขา

“ไปกินอาหารทะเลกันไหม”

“ใช่ มาทะเลก็ต้องไปกินอาหารทะเลสิ” สองคนยิ้มให้แก่กัน

ความสุขที่โฉบเข้ามาหา ทุกอย่างช่างน่าจดจำ เวลาที่เราสองได้อยู่ด้วยกันแบบนี้มันคงตราตรึงอยู่ในจิตใจไปอีกแสนนาน

เสียงฝีเท้าวิ่งตึง ๆ เข้ามาในบ้าน

“ต๊าย ๆ ต๊าย ๆ บ้านฉันพังแน่ ๆ” คุณโอบบุญโวยวาย

“สวัสดีค่ะ” ไศลทิพย์ส่งเสียงทักทายมาแต่ไกล ก่อนจะยกมือไหว้เมื่อเข้ามาใกล้ทุกคน หญิงสาวโผเข้าไปกอดคุณแม่ของเธอด้วยความดีใจ

ฟอด...ฟอด...ฟอด...ฟอด...

เธอหอมแก้มของแม่เหมือนกลับไม่เคยหอมมาก่อน

“พ่อล่ะ” คุณพ่อทวงสิทธิ์บ้าง เธอรีบผละออกจากอ้อมกอดของแม่วิ่งเข้าหาคุณพ่อเหมือนตอนเด็ก

“โตจนหมาเลียตูดไม่ถึง ปริญญาโทก็จบแล้วดูทำตัว” คุณโอบบุญติงหลานสาว

“คุณยาย....” เธอส่งเสียงและวาจาออดอ้อน ก่อนจะผละจากคุณพ่อมานั่งลงตรงหน้าของคุณยาย และก้มกราบไปที่ตักของท่านด้วยกิริยานอบน้อม

“ขอให้คุณยายสุขภาพแข็งแรงเป็นหมื่น ๆ ปี”

“จ้า...” สุดท้ายท่านก็ยิ้มออกมาจนได้ ยกมือขึ้นลูบศีรษะของไศลทิพย์ด้วยความเอ็นดู

“กินข้าวได้แล้วค่ะ ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว” หน่อยเดินเข้ามาใกล้ ๆ แล้วก็บอกทุกคน

“พี่หน่อย เหมือนสวรรค์มาโปรด” เธอรีบลุกไปกอดเอวพี่สาวด้วยความคิดถึง

“โอเวอร์” พี่สาวผลักหน้าใช้นิ้วจิ้มไปที่หน้าผากของนิกกี้

“แล้วโจกับโจ้ไม่มาด้วยหรือคะ”

“แล้วถ้าพี่พามาด้วย เธอจะช่วยเลี้ยงไหมล่ะ”

“โอ๊ย... ไม่มาก็ดีแล้ว หนูไม่ชอบเด็ก” เธอประกาศตัวอย่างแรงกล้า แต่จริง ๆ ไศลทิพย์ไม่ได้เกลียดเด็กหรอก แต่ที่พยายามแสดงออก เนื่องจากไม่อยากรับช่วงต่อโรงเรียนของคุณยายในตอนนี้

“นี่...” พี่สาวชักอารมณ์ขุ่น ๆ ชี้นิ้วตามหลังน้องสาวที่เดินลิ่ว ๆ ก้าวขายาว ๆ ไปในครัว

“ดูสิคะ” หน่อยหันไปฟ้องทุกคน

คุณยายได้แต่ส่ายหน้า และระอาใจ นี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้นิกกี้ไม่ยอมรับสืบทอดโรงเรียนของคุณยาย

“คุณคะ” นิจรีส่งสายตาให้สามี

“ปล่อยให้กินข้าวให้อิ่มก่อน เดี๋ยวผมจัดการให้” ทุกคนมองหน้าของสัตยา

บนโต๊ะอาหารในครัว

ทุกคนวางช้อนกับส้อมประกบคู่ในจานของตัวเอง

“พุงกางเลย” นิกกี้นั่งเอนลงไปทำพุงป่อง ยกมือขึ้นมาตบท้องเบา ๆ

“คุณแม่คะ” นิจรีทำสีหน้าเคร่งเครียดเริ่มคุยกับคุณโอบบุญ

“อือ...ก็เหมือนที่แม่บอกทางโทรศัพท์นั่นแหละ หมอให้พักผ่อน ถ้าไม่พักแม่อาจจะอายุสั้นกว่านี้” น้ำเสียงของคุณยายจริงจัง

“คุณยายเป็นอะไร” นิกกี้แสดงสีหน้าตกใจส่งเสียงถาม

“หลายโรค” คุณยายไม่บอกแต่ทำน้ำตาคลอ

“คุณยาย...” เธอทำเสียงละห้อย รีบเดินเข้ามานั่งลงใกล้ ๆ ทำท่าคลอเคลีย ซบหน้าลงไปบนตัก

คุณพ่อคุณแม่และพี่สาวมองหน้ากันแล้วยิ้ม

“นิก ลูก ตัดสินใจเหอะ มาช่วยงานคุณยายนะลูก” คุณสัตยาบอกลูกสาว เธอยกหน้าขึ้นมองใบหน้าของคุณยาย

“อย่าไปบังคับเลย ไม่ทำก็อย่าทำ ยายจะขายเสีย” น้ำเสียงเศร้า

“ไม่ได้นะคะคุณยาย คุณยายรักโรงเรียนนี้มาก”

“ใช่... แต่คงถึงเวลาแล้วละ ยายปลงแล้ว” แต่สีหน้าของท่านกลับเศร้าลงไปกว่าเดิม

“นิก...” น้ำเสียงทรงอำนาจของพ่อเรียกขานชื่อ

“ค่ะ”

“พ่ออยากให้นิกดูแลงานแทนคุณยายสักปีหนึ่ง ปีหน้าพ่อกับแม่จะลงมาบริหารเอง”

“ก็ได้ค่ะ”

“หื้อ...” ทุกคนส่งเสียงออกมาแทบพร้อม ๆ กันไม่คิดว่านิกกี้จะรับปากโดยง่ายอย่างนี้

“คุณยายพักได้แล้วนะคะ ต่อไปนิกกี้สัญญาจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดค่ะ คุณยายวางใจได้เลยค่ะ”

“งั้นก็เริ่มงานพรุ่งนี้เลย” คุณยายเปล่งเสียงออกมาด้วยความดีใจสุด ๆ

“หา...” เธอหงายเงิบ

“มันเร็วไปไหมคะ”

“จะเร็วได้ยังไง ต้องเริ่มงานแล้ว พรุ่งนี้ยายจะพาเราไปแนะนำตัวกับทางคณะครูและกรรมการของโรงเรียน” น้ำเสียงแจ่มใสเป็นที่สุด

“เอางั้นเลยหรือ”

“ดีแล้วลูก” พ่อและแม่ยิ้มแก้มปริ

พี่สาวเดินเข้ามาตบบ่าให้กำลังใจ

“นิกเป็นคนเก่ง ต้องทำได้ดีแน่ ๆ อีกอย่างได้ครูดีอาจารย์อย่างคุณยาย พี่ว่า...เจ๋ง...” ทุกคนพากันยกนิ้ว

เธอหน้าเหลือสองนิ้ว

‘ไม่น่าเผลอรับปากไปเลย’ แต่พอเห็นสีหน้าของทุกคนที่ยินดีปรีดา หญิงสาวทำท่าฮึดสู้

“โอเคค่ะ ลุย...” ทุกคนพากันตบมือให้กำลังใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป