บทที่ 5 เด็กชายที่น่าสงสาร

ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ณ โรงเรียนดาราพัฒนาอนุสรณ์อินเตอร์

“เป็นยังไงบ้างเรา” คุณยายถามทันทีที่เห็นหน้า เธอหอบเอกสารกองใหญ่เข้ามาในห้องพักของเธอด้วย

“สนุกมาก ๆ ค่ะ ถ้ารู้แบบนี้ นิกมาช่วยคุณยายตั้งนานแล้ว”

คุณยายไม่พูดได้แต่ยิ้ม

“แต่ตอนนี้มีเรื่องของเด็กคนหนึ่งค่ะที่อยู่ประจำกินนอน อายุน้อยที่สุดเลย หนูไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อแม่จึงทิ้งให้แกมาอยู่แบบนี้ตั้งแต่อายุเท่านี้” เธอมีสีหน้าหนักใจ

“เหตุผลต้องมีแน่นอนลูก เรามีหน้าที่ทำให้แกเป็นเด็กดี และมีคุณภาพที่สุด แล้วปัญหาคืออะไรล่ะ”

“ฉี่รดที่นอนค่ะ”

“หื้อ...เรื่องนี้เรื่องเดียวหรือ” คุณยายหัวเราะ

“หกขวบแล้วนะคะคุณยาย จะทำยังไงดีคะ”

“ลองหาวิธีดูสิ” คุณยายไม่ให้คำแนะนำกลับให้เธอไปหาวิธีการเอาเอง

“อีกอย่างค่ะ หนูว่าเด็กคนนี้ต้องมีปมแน่ ๆ ดื้อเงียบเข้ากับเพื่อนในวัยเดียวกันไม่ค่อยได้”

“สืบสิลูก ช่วยเหลือแกให้ได้นะ” นิกกี้มีสีหน้ามุ่งมั่น

หญิงสาวนั่งศึกษาแฟ้มอยู่ลำพังในห้องพักครูของตัวเองไม่ยอมกลับบ้าน

“ไหนดูสิ หน้าตาเด็กชายคนนี้เป็นยังไง”

เธอหยิบรายงานของคุณแม่บ้านขึ้นมาดู เพียงเห็นใบหน้าในรูปใบใหญ่ที่ติดอยู่ด้านหน้า ใจของเธอก็เต้นแรง แวบแรกทำให้เธอนึกไปถึงใบหน้าของชายหนุ่มคนหนึ่ง โขกกันมาเหมือนอย่างกับแกะ ไม่ว่าจะนัยน์ตา ปลายจมูกรั้น ๆ นั้น

‘ไม่ใช่มั้ง’ เธอสะบัดหน้า

‘เด็กชายคอปเตอร์ จอมทัพ เอกสงคราม’

แฟ้มในมือร่วงลงไปที่บนโต๊ะทันที

“หื้อ... ลูกของ... ฮึ... มีลูก แต่เลี้ยงเหมือนไม่ใช่ลูก” เธอพูดออกมาเสียงดัง ปรามาสว่าความใส่ร้ายพ่อของเด็กทันที

‘นายปืน นิธาน เอกสงคราม ลูกของนายอายุหกขวบแล้วหรือ’

ใบหน้าทำโกรธ แต่สักพักก็หม่นเศร้าลงทันที ก่อนจะหยิบแฟ้มขึ้นมาอ่านประวัติของเด็กชายคอปเตอร์ต่อ ชื่อของพ่อและแม่ที่ปรากฏอยู่ในนั้น ทำให้เธอกำมือแน่น

“ไม่มีความรับผิดชอบ ไข่ทิ้ง เกิดมาก็ทิ้งขว้างหรือ น่าสงสารจริง ๆ”

เธอเค้นน้ำคำออกมาจากปาก รู้สึกสะเทือนในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก ปิดแฟ้มลงไปในทันที  ไศลทิพย์ลุกขึ้นยืน ตั้งใจเดินไปที่ตึกนอนของเด็กชายที่มีเด็กอยู่เกือบสี่สิบคนนั้น เพื่อไปดูเด็กชายคนนั้น จอมทัพเป็นเด็กที่อายุน้อยที่สุดที่อยู่ในหอพักแห่งนี้

“สวัสดีค่ะคุณแม่บ้าน” เธอยกมือไหว้คุณปรานีผู้ดูแลหอพัก ที่นั่งอยู่ในออฟฟิศบริเวณด้านหน้าสุด

“คุณนิกกี้” นางรีบลุก ยกมือขึ้นรับไหว้หญิงสาว

“จะมาเยี่ยมทำไมไม่บอกล่วงหน้าคะ”

“นิกกี้แค่อยากจะมาดูความเรียบร้อยทั่ว ๆ ไปนะคะ ไม่ได้ซีเรียสอะไร”

“ค่ะ”

“ก็คุณปรานีส่งเรื่องน้องคอปเตอร์ไป เด็กคนนี้เป็นยังไงบ้างคะ”

ปรานีมีสีหน้าหนักใจอย่างเห็นได้ชัด

“เข้ามาอยู่เป็นเทอมที่สามแล้วนะคะ ยังฉี่รดที่นอนทุกวัน”

“ขนาดนั้นเลยหรือคะ”

“ค่ะ แก้ทุกทางแล้วนะคะ ตอนนี้จึงให้ปูผ้ายางนอนค่ะ ไม่ให้แกใส่แพมเพิสแล้ว เพื่อน ๆ ในหอ พวกพี่ ๆ ก็พากันล้อ สงสารแกเหมือนกันค่ะ”

“ปรึกษาพี่หมอหรือยังคะ”

“ค่ะ”

“ก็ยังเป็นหรือคะ”

“ใช่ค่ะ ลดลง แต่สถิติก็คือ...เยอะ” สีหน้าคุณปรานีไม่ดีนัก

“อือ...” นิกกี้พยักหน้าเข้าใจ

“งั้นนิกกี้จะลองปรึกษากับคุณหมอเองค่ะ”

“เอายังงั้นหรือคะ คุณนิกกี้ไปเจอแกหน่อยไหม”

คุณปรานีจึงพาเธอเดินตรวจห้องพักไปด้วยเสียเลย ทุกอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยและสะอาดสะอ้าน

“น่าอยู่นะคะ เด็ก ๆ ต้องชอบแน่ ๆ”

“บางคนค่ะ” ปรานีส่งเสียงหัวเราะ เธอก็พลอยยิ้มไปด้วย

“ให้เข้าห้องนอนกี่โมงคะ”

“สามทุ่มค่ะ เราให้เอาการบ้านมาทำรวมกันในห้องใหญ่ เผื่อว่าพี่ ๆ จะได้สอนน้อง ๆ ไปด้วย ใครเสร็จอนุญาตให้ไปใช้คอมพิวเตอร์ เล่นเกม และก็ดูทีวีได้”

“แล้วน้องคอปเตอร์อยู่ไหนคะ”

“นู่นค่ะ”

เธอมองไปตามมือของคุณปรานี เด็กชายนั่งเงียบ ๆ อยู่คนเดียวในมุมเล็ก ๆ มุมหนึ่ง เด็กชายกำหนังสือเล่มหนึ่งซึ่งดูเก่ามากแล้ว

“เล่มโปรดนะคะ อ่านทุกวัน อย่าให้หายนะคะ ร้องไห้ขี้มูกโป่ง” นางเล่าให้ฟัง

นิกกี้พ่นลมหายใจออกมาช้า ๆ ในหัวใจเกลียดพ่อของเด็กมากมาย แต่เด็กไม่ผิดนี่ที่เธอจะต้องไปรังเกียจ และตอนนี้เด็กชายก็อยู่ในโรงเรียนของเธอ ในการดูแลของเธอ แถมยังเป็นตัวปัญหาอีกด้วย

“คอปเตอร์ครับ” เสียงคุณปรานีเรียก

เด็กชายจอมทัพจึงยกหน้าขึ้นมามองอย่างช้า ๆ ปากงอน ๆ เชิด ๆ เหมือนคุณพ่อไม่มีผิด เด็กน้อยยกมือไหว้หญิงแปลกหน้าทันที

“ผอ. คนใหม่ ครูนิกกี้”

“หวัดดีครับ”

‘มีมารยาท น่ารักดีนี่’ เธอชมเด็กชายในใจ

“ลองคุยดูนะคะ”

“โอเคค่ะ”

คุณปรานีเดินไปเช็กความเรียบร้อยอื่น ๆ ทิ้งให้นิกกี้อยู่กับคอปเตอร์ตามลำพัง

“อ่านอะไรอยู่ครับ”

เด็กชายไม่ตอบแต่กลับยื่นหนังสือในมือให้

“ให้ดูเฉย ๆ นะครับ ไม่ให้ยืม”

นิกกี้ทำตาโต แต่ก็ยิ้มให้อย่างอ่อนโยน

“ตะลุยแดนเยอรมันกับวูฟกัง”

เธอพลิกเข้าไปดูด้านใน มีรูปภาพสวย มีเรื่องราวการเล่าเรื่องพอเข้าใจง่าย และยังมีรอยขีดเขียนด้วยปากกาตัวหนังสือลงไปในนั้นด้วย

‘คิดถึงนะนิกกี้’ เธอตกตะลึง ก่อนจะจ้องหน้าเด็กน้อย แล้วชี้ไปที่ตัวหนังสือเหล่านั้น

“เป็นหนังสือของคุณพ่อนะครับ ผมหยิบมาด้วย คุณย่าบอกว่าผมต้องไปอยู่เยอรมันไปเรียนที่นั่นหากโตกว่านี้แล้ว” เด็กชายมีสีหน้าสลด และนิกกี้รับรู้ได้ว่าเขาคงเหงามาก ๆ

“คิดถึงคุณพ่อหรือ” เด็กชายพยักหน้า

เธอดึงเด็กน้อยเข้ามากอดโดยอัตโนมัติ มันเป็นสิ่งที่คนเป็นครูต้องทำมิใช่หรือ คอปเตอร์ขืนตัวออกจากอ้อมกอดของเธอ

“คุณปู่ว่าต้องเข้มแข็งครับ ห้ามอ่อนแอ”

“แต่คนเราก็มีอารมณ์จังหวะที่อ่อนแอได้ ถ้าอยากร้องไห้ก็ต้องร้องสิ”

เด็กชายคอปเตอร์เมื่อได้ยินแบบนั้นก็น้ำตาร่วง

“ผมคิดถึงคุณย่า คุณปู่ และคุณพ่อครับ”

เธอนึกตามคำพูดของเด็ก นึกเกลียดเข้าไปอีก

“คุณพ่อเคยมาเยี่ยมบ้างไหม”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป