บทที่ 7 อาการ PSD

ชายบนเปลมีใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ เสื้อยืดบริเวณหน้าท้องถูกกรรไกรตัดออก เผยให้เห็นแผ่นผ้าก๊อซที่ถูกกดอุดปากแผลเอาไว้ แต่เลือดสีข้นก็ยังคงทะลักซึมออกมาไม่หยุด

"คุณคะ ได้ยินเสียงหมอไหมคะ"

ไม่มีสัญญาณตอบรับจากคนเจ็บ

ขวัญใจลงมือประเมินอาการตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ก่อนจะหันไปรายงานแพทย์รุ่นพี่อย่างฉะฉาน

"พี่ธาราคะ ชีพจรคนไข้เต้นเร็วและเบามาก ปลายมือปลายเท้าเย็นเฉียบ การตอบสนองต่อเสียงลดลงชัดเจนเลยค่ะ"

"รับทราบค่ะ พี่มุกเปิดเส้นเลือดดำขนาดใหญ่เพิ่มด่วนเลยนะคะ เตรียมจองเลือด แล้วโทรแจ้งจองห้องผ่าตัดกับศัลยแพทย์เลยค่ะ"

ทุกชีวิตในทีมกู้ชีพขยับตัวทำงานประสานกันอย่างรวดเร็วดุจฟันเฟืองเครื่องจักร ขวัญใจช่วยหยิบจับอุปกรณ์และทำตามคำสั่งอย่างรู้งาน เธอรู้ลิมิตตัวเองดีว่าไม่อาจก้าวล่วงออกคำสั่งรักษาที่เกินขอบเขตของนักศึกษาแพทย์ได้

ทว่า ท่ามกลางความตึงเครียดนั้น เสียงทุ้มกังวานและทรงอำนาจของใครบางคน ก็ดังแทรกขึ้นมาใกล้ชิดขอบเตียง

"ชื่อเดช เป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายใหญ่ มันถูกยิงสวนตอนพยายามหลบหนีการจับกุม"

ขวัญใจเงยหน้าขึ้นขวับ นายตำรวจคนเดิมที่เธอมองเห็นหน้าห้องฉุกเฉิน กำลังยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ใกล้เสียจนเธอสามารถมองเห็นโครงหน้าคมคายของเขาได้อย่างชัดเจน ใบหน้าหล่อเหลานั้นเคร่งเครียดถมึงทึง นัยน์ตาคมดุจดจ้องร่างคนเจ็บที่นอนรวยรินอยู่บนเตียงอย่างไม่วางตา

"คุณตำรวจคะ" เธอเอ่ยเสียงเรียบ

เขาตวัดสายตาลงมามอง

"รบกวนขอพื้นที่ให้ทีมแพทย์ทำงานก่อนค่ะ"

คิ้วเข้มของชายหนุ่มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

"ผมต้องรู้ให้แน่ชัด ว่ามันจะรู้สึกตัวฟื้นขึ้นมาให้การได้เมื่อไหร่"

"ได้ค่ะ แต่ตอนนี้ขอรบกวนให้คุณออกไปรอที่ด้านนอกก่อนนะคะ"

"มันเป็นผู้ต้องหาคนสำคัญของกองปราบ" เขากดเสียงต่ำยืนยันสิทธิ์

ขวัญใจปรายตาเหลือบมองคนไข้ชื่อเดช ที่แทบจะไม่มีเรี่ยวแรงพยุงลมหายใจด้วยตัวเอง

"ฉันเข้าใจค่ะ" เธอหันกลับมาสบตาเขาตรงๆ อย่างไม่เกรงกลัว "แต่ในวินาทีนี้ เขาเป็นคนไข้ฉุกเฉินวิกฤต ที่ต้องการการช่วยชีวิตด่วนที่สุดด้วยค่ะ"

ความเงียบอันน่าอึดอัดเกิดขึ้นปะทะกันเพียงชั่วอึดใจ ชายตรงหน้าหลุบสายตาลง มองบัตรประจำตัวที่ห้อยอยู่บนคอของเธอ

ขวัญใจ พิทักษ์กุล นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่หก

"คุณเป็นหมอเจ้าของไข้เหรอ"

"ฉันเป็นนักศึกษาแพทย์ในทีมรักษาค่ะ แพทย์เจ้าของไข้และผู้รับผิดชอบหลักยืนอยู่ตรงนี้ค่ะ" เธอผายมือไปทางแพทย์รุ่นพี่

แพทย์หญิงธาราที่กำลังสาละวนอยู่กับคนไข้ ได้ยินบทสนทนาตึงเครียดนั้น จึงหันมาช่วยสมทบทันที

"คุณตำรวจคะ อาการคนไข้เสี่ยงช็อกจริงๆ ค่ะ รบกวนออกไปรอด้านนอกก่อนนะคะ ถ้ารักษาจนอาการคงที่และอนุญาตให้พูดคุยได้เมื่อไหร่ ทางเราจะรีบแจ้งให้ทราบค่ะ"

คำตอบทางวิชาการจากแพทย์ตัวจริง ทำให้พยัคฆ์หนุ่มต้องยอมชะงัก ขวัญใจแอบคิดว่า ผู้ชายหน้าดุจอมเผด็จการอย่างเขา คงจะงัดอำนาจและอ้าปากเถียงหัวชนฝาต่อแน่ๆ

แต่ผิดคาด ชายหนุ่มเพียงแค่ทอดสายตามองคนเจ็บอีกครั้ง ก่อนจะยอมล่าถอย ถอนตัวออกจากพื้นที่กู้ชีพแต่โดยดี

"ผมจะรออยู่หน้าห้อง"

"ขอบคุณค่ะ"

เขาหันไปสั่งลูกน้องตำรวจนอกเครื่องแบบที่ยืนประกบอยู่ด้านหลัง

"เฝ้าประตูไว้ให้ดี อย่าให้ใครหน้าไหนเข้าออกนอกจากหมอ"

จากนั้นร่างสูงใหญ่ก็หมุนตัว เดินล้วงกระเป๋าออกไปอย่างเงียบเชียบ ขวัญใจเผลอทอดสายตามองตามแผ่นหลังกว้างนั้นไปเพียงเสี้ยววินาที

ไม่รู้ทำไม ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่าง มันยิ่งแจ่มชัดและตีตื้นขึ้นมาในอก ทั้งน้ำเสียงทุ้มต่ำ ทั้งแววตาดุดัน รวมไปถึงวิธีการที่ผู้ชายคนนั้นยืนหยัดอย่างมั่นคงท่ามกลางความโกลาหล ภาพแผ่นหลังของเขา มันช่างซ้อนทับกับใครอีกคนในเหตุการณ์เมื่อหกปีก่อนเหลือเกิน

"หมอขวัญ" เสียงแพทย์หญิงธาราดึงสติเธอให้กลับมาสู่โลกความจริง

"คะพี่ธารา"

"โฟกัสที่คนไข้ก่อน"

"ค่ะ"

เธอรีบหันกลับมาที่เตียงทันที เรื่องอื่นช่างมันก่อน ชีวิตของมนุษย์ที่นอนอยู่บนเตียงนี้สำคัญกว่าความสงสัยทุกอย่างบนโลก

การตรวจประเมินร่างกายเบื้องต้น ทำให้ทีมศัลยกรรมตั้งข้อสงสัยว่าอาจจะมีเลือดออกคั่งในช่องท้องจำนวนมาก อาจารย์แพทย์เวรรีบลงมาประเมินต่ออย่างรวดเร็ว

"ความดันยังร่วงไม่หยุด เตรียมจองห้องผ่าตัดด่วนเลย"

ทีมพยาบาลขยับตัววิ่งวุ่นทันที ขวัญใจช่วยพี่มุกจัดเตรียมอุปกรณ์และโทรประสานงานส่งต่อข้อมูลให้ห้องผ่าตัดอย่างคล่องแคล่ว

เปลของนายเดชถูกปลดล็อกเบรก เข็นกระแทกบานประตูห้องกู้ชีพออกมา เพื่อมุ่งหน้าไปสู่ห้องผ่าตัด ทว่าทันทีที่บานประตูสวิงเปิดออก นายตำรวจร่างสูงที่ยืนรออยู่ด้านนอกก็เดินก้าวเข้ามาขวางทันที

"มันรู้สึกตัวหรือยังหมอ" เขายิงคำถามรวดเร็ว

แพทย์หญิงธาราเป็นฝ่ายเอ่ยตอบ

"ยังไม่พร้อมสำหรับการสอบถามให้การใดๆ ทั้งสิ้นค่ะ ตอนนี้เราต้องรีบเข็นไปห้องผ่าตัดด่วน"

เขามองคนบนเปลด้วยสายตาร้อนรน

"ผมขอเวลาแค่สามสิบวินาที ขอถามแค่เรื่องเดียว"

ขวัญใจขมวดคิ้วแน่น ธาราส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน

"ไม่ได้เด็ดขาดค่ะ คนไข้กำลังอยู่ในภาวะช็อก การช่วยชีวิตต้องมาก่อนค่ะคุณตำรวจ"

สีหน้าของชายหนุ่มตึงเครียด สันกรามบดเข้าหากัน

"คนของมันที่หนีรอดไปได้ อาจจะกำลังจับตัวประกันเอาไว้ด้วย"

คำพูดประโยคนั้น ทำเอาขวัญใจชะงักกึก สองเท้าที่กำลังก้าวเดินหยุดชะงัก เธอเพิ่งจะเข้าใจเหตุผล ว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้ดูร้อนรนและกระหายอยากจะได้คำให้การนักหนา เขาไม่ได้แค่หน้าเลือดอยากจะปิดคดีเพื่อเอาผลงาน แต่มันอาจจะมีชีวิตของผู้บริสุทธิ์คนอื่น ที่กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายและแข่งกับเวลาเหมือนกัน

แต่แพทย์หญิงธาราก็ยังคงยืนหยัดในจรรยาบรรณแพทย์ ตอบกลับอย่างหนักแน่น

"ถ้าคนไข้คนนี้ทนพิษบาดแผลไม่ไหวแล้วตายไป คุณก็จะไม่ได้รับข้อมูลอะไรจากเขาเลยเหมือนกันค่ะ"

สารวัตรหนุ่มนิ่งอึ้งไป จากนั้น เขาก็ยอมเบี่ยงตัวหลบ ถอยเปิดทางให้เตียงคนไข้เข็นผ่านไป

"พาไปเถอะครับ"

เปลพยาบาลถูกเข็นผ่านหน้าเขาไปอย่างรวดเร็ว ขวัญใจสับเท้าเดินประคองสายน้ำเกลือตามอยู่ด้านข้าง ในจังหวะที่เดินเฉียดผ่านร่างของเขา เธอเผลอหันไปสบตากับเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ

ดวงตาคู่นั้นยังคงเคร่งเครียดและดุดัน ทว่ามันกลับปราศจากแววตาขุ่นเคืองหรือโกรธแค้นที่ถูกแพทย์ปฏิเสธ มันมีเพียงความกังวลและความหวาดกลัวบางอย่างที่เขาซ่อนเอาไว้ไม่มิด

ขวัญใจจึงตัดสินใจเอ่ยปากบอกเขาเบาๆ

"ถ้าเขาผ่าตัดพ้นวิกฤตเมื่อไหร่ ทีมแพทย์จะรีบแจ้งให้คุณทราบทันทีค่ะ"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป