บทนำ
บท 1
เสียงปืนนัดที่สามเจาะทะลุกระจกบานใหญ่ของห้องประชุมจนแตกละเอียด เศษแก้วร่วงกราวลงกระแทกพื้นราวกับห่าฝน เสียงกรีดร้องของเด็กนักเรียนนับร้อยดังก้องสะท้อนผนัง หักล้างกับเสียงตะโกนกร้าวของชายฉกรรจ์ที่กวัดแกว่งอาวุธอยู่กลางห้อง
"หุบปากให้หมด!"
ขวัญใจตะครุบปากตัวเองแน่น ร่างเล็กขดตัวสั่นสะท้านอยู่ใต้โต๊ะไม้พับหลังเวที หัวเข่าสองข้างรวบชิดอกจนปวดเกร็ง กระโปรงนักเรียนสีกรมท่าเปรอะเปื้อนทั้งฝุ่นและคราบเลือดข้นคลั่กที่ไม่รู้ว่าเป็นของใคร
กลิ่นคาวเลือดผสมกลิ่นดินปืนลอยคลุ้ง บีบคั้นให้ความหวาดกลัวเกาะกินลึกถึงขั้วหัวใจ เด็กสาววัยสิบแปดปีพยายามกลั้นเสียงสะอื้นสุดกำลัง ก้มมองโทรศัพท์มือถือในมือที่หน้าจอแตกร้าว แบตเตอรี่เหลือเพียงสี่เปอร์เซ็นต์พอๆ กับความหวังที่ริบหรี่ลงทุกที
ข้อความสุดท้ายยังค้างเติ่ง ส่งไม่ถึงผู้เป็นแม่
'แม่จ๋า วันนี้โรงเรียนมีแนะแนวอาชีพ หนูกลับเย็นนะ'
ขวัญใจเม้มริมฝีปากจนห้อเลือด ได้กลิ่นสนิมจางๆ ในโพรงปาก เมื่อเช้าเธอยังอิดออดไม่อยากมาโรงเรียนเพราะต้องตื่นแต่เช้ามืดมาช่วยครูจัดสถานที่ แถมยังเถียงกับแม่เรื่องขนมปังสองชิ้นที่ถูกยัดใส่กระเป๋าทั้งที่บอกว่าไม่หิว
แต่ในวินาทีนี้ สิ่งเดียวที่เธอโหยหาคือการได้กลับบ้านไปกินขนมปังชิ้นนั้น กลับไปเถียงกับแม่เรื่องเดิมๆ และกลับไปนอนบนเตียงที่รกไปด้วยหนังสือเตรียมสอบ กลับไปมีชีวิตที่แสนธรรมดาอีกครั้ง
"ใครอยู่ตรงนั้น!"
เสียงตวาดกร้าวทำเอาลมหายใจของเด็กสาวสะดุด รองเท้าหนังเปื้อนฝุ่นก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะที่เธอซ่อนตัว เสียงพื้นรองเท้าย่ำลงบนเศษกระจกแตกดังกรอบแกรบ ทีละก้าว ดังก้องราวกับมัจจุราชกำลังเคาะประตูเรียก
ขวัญใจรีบยกมือปิดจมูก กลั้นหายใจจนรู้สึกแสบร้อนลึกถึงปอด หยาดน้ำตาร่วงเผาะอาบแก้ม
เมื่อสิบห้านาทีก่อนทุกอย่างยังปกติดี โรงเรียนจัดกิจกรรมแนะแนวอาชีพประจำปี มีทั้งแพทย์ วิศวกร ทหาร และตำรวจมาเป็นวิทยากรให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกเกือบสองร้อยชีวิต กระทั่งเสียงรถยนต์พุ่งชนรั้วโรงเรียนดังสนั่น
ชายสี่คนวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในอาคาร คนหนึ่งเลือดอาบแขน อีกคนกระชากลากถูครูเวรติดมือมาด้วย พวกมันกำลังหนีตายจากการไล่ล่า ก่อนจะตัดสินใจใช้เด็กนักเรียนและวิทยากรเป็นโล่กำบัง
ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วเกินกว่าเด็กสาวคนหนึ่งจะตั้งรับทัน ครูหลายคนถูกบังคับให้นั่งรวมกันกลางห้อง นักเรียนถูกไล่ให้หมอบคว่ำหน้า วิทยากรแพทย์ฉุกเฉินที่พยายามเข้าไปช่วยห้ามเลือดคนที่ถูกยิง กลับถูกคนร้ายใช้ด้ามปืนตบจนทรุดลงไปกองกับพื้น เลือดสีแดงฉานไหลนองเต็มกระเบื้องสีขาว
"เมื่อกี้กูเห็นอะไรขยับ"
เสียงแหบพร่าอยู่ใกล้จนได้กลิ่นบุหรี่เหม็นสาบปนกลิ่นเหงื่อ โต๊ะไม้พับสั่นกึกเมื่อมือหยาบกร้านคว้าหมับเข้าที่ขอบโต๊ะ
ขวัญใจหลับตาแน่น ในหัวมีเพียงใบหน้าของแม่
ตูม!
เสียงระเบิดดังสนั่นมาจากประตูด้านหน้า ควันสีขาวพุ่งทะลักปกคลุมทั่วห้องประชุม ตามมาด้วยเสียงปืนรัวไม่ยั้ง หูของขวัญใจอื้ออึงไปหมด
"ตำรวจ!" "หมอบลง!" "ทิ้งอาวุธ!"
คนร้ายที่กำลังจะพลิกโต๊ะหันขวับไปทางต้นเสียง มันง้างไกยิงสวนกลับไปในม่านควันโดยไม่ลังเล กระสุนพุ่งเจาะผนังและเก้าอี้ดังหูดับตับไหม้ เศษไม้และปูนปลิวว่อน
ขวัญใจยกมืออุดหู ร่างทั้งร่างสั่นเทาจนควบคุมไม่ได้ โต๊ะพับเหนือศีรษะถูกชนจนล้มโคร่ง เผยให้เห็นเงาดำหลายร่างในชุดยุทธวิธีเคลื่อนที่ฝ่าม่านควันเข้ามาอย่างเฉียบขาด
ท่ามกลางความโกลาหล คนร้ายที่อยู่ใกล้ที่สุดหันกลับมา นัยน์ตาแดงก่ำเบิกกว้างเมื่อสบเข้ากับเด็กสาวที่ไร้ทางหนี
"มึง!"
มันกระชากต้นแขนเธอ ดึงร่างบางขึ้นจากพื้นอย่างป่าเถื่อนจนหัวไหล่แทบหลุด เสียงกรีดร้องของขวัญใจถูกกลืนหายไป ท่อนแขนแข็งแรงรัดลำคอเธอแน่นจนหายใจไม่ออก ก่อนที่ความเย็นเยียบของปลายกระบอกปืนจะกดจ่อลงบนขมับด้านขวา
"ถอยไป!" มันตะโกนก้อง คอหอยสั่นเครือ "ถอยไป ไม่งั้นกูยิงเด็กนี่!"
ขวัญใจตัวแข็งทื่อ เบื้องหน้าคือเจ้าหน้าที่สามนายที่เล็งอาวุธตรงมา ชายที่ยืนอยู่ตรงกลางสูงกว่าคนอื่นเล็กน้อย เขาสวมหมวกนิรภัยและหน้ากากไหมพรมสีดำสนิท มีเพียงนัยน์ตาคมกริบดุดันที่ทะลุผ่านความมืดมิดมาหยุดอยู่ที่เธอ
แววตาคู่นั้นเยือกเย็น เยือกเย็นจนขวัญใจรู้สึกเหมือนเสียงโกลาหลรอบตัวถูกตัดขาดไปชั่วขณะ
"วางปืน" น้ำเสียงทุ้มต่ำและเด็ดขาดดังก้องลอดหน้ากาก
"มึงอย่าเข้ามา!" คนร้ายตะโกนพลางกระชากคอขวัญใจแน่นขึ้น "เปิดทางให้กู เดี๋ยวนี้!"
ขวัญใจหายใจไม่ออก น้ำตาไหลอาบแก้มขณะจ้องดวงตาของชายชุดดำตรงหน้าอย่างเว้าวอน ปลายกระบอกปืนกดลึกลงบนผิวเนื้ออ่อนจนรู้สึกถึงความเจ็บปวด
ชายชุดดำขยับเท้าเข้าใกล้หนึ่งก้าวโดยไร้สุ้มเสียง
"บอกให้ถอยไปไงวะ!"
"ใจเย็น" เขาพูดเสียงราบเรียบ ต่างจากคนร้ายที่กำลังคลุ้มคลั่งอย่างสิ้นเชิง "มองออกไปข้างนอก คุณก็รู้ว่าไม่มีทางหนีรอด กองกำลังของเราล้อมที่นี่ไว้หมดแล้ว"
"มึงหุบปาก! เอารถมาให้กูเดี๋ยวนี้!"
คนร้ายตะเบ็งเสียงจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ชายชุดดำลดปลายกระบอกปืนในมือลงช้าๆ คล้ายจะแสดงความบริสุทธิ์ใจ ทว่าแววตายังคงจับจ้องเหยื่อไม่กะพริบ
"ผมจัดรถให้คุณได้" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายลง แต่แฝงความคุกคามอยู่ในที "แต่คุณต้องมีชีวิตเดินออกไปขึ้นรถ ไม่ใช่กลายเป็นศพอยู่ที่นี่"
คนร้ายชะงักไปเล็กน้อย
"เพื่อนคุณที่นอนจมกองเลือดอยู่ตรงนั้น ถ้าไม่ถึงมือหมอภายในสิบนาที เขาตายแน่" ชายชุดดำชี้ให้เห็นถึงความจริงที่บีบคั้น "โทษค้ายามันยังพอสู้คดีได้ แต่ถ้าคุณลั่นไกฆ่าเด็กคนนี้ คุณจะไม่มีโอกาสได้ก้าวเท้าออกจากห้องนี้แม้แต่ก้าวเดียว"
คำขู่ที่มาพร้อมกับความจริงอันเยือกเย็นทำเอาคนร้ายลอบกลืนน้ำลาย แขนที่รัดคอเด็กสาวสั่นสะท้านอย่างเห็นได้ชัด มันกำลังตื่นกลัว ลังเล และสับสน
"ปล่อยเด็กซะ" เขายื่นข้อเสนอสุดท้าย "แล้วผมจะสั่งให้ลูกน้องถอยไป"
บทล่าสุด
#33 บทที่ 33 คำตอบที่รอคอย
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026#32 บทที่ 32 เพราะผมเป็นตำรวจ
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026#31 บทที่ 31 ร่องรอยในอดีต
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026#30 บทที่ 30 คอยดูแล
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026#29 บทที่ 29 ขวัญใจของสารวัตร
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026#28 บทที่ 28 คำสารภาพ
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026#27 บทที่ 27 มองผม
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026#26 บทที่ 26 คนร้อนตัว
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026#25 บทที่ 25 หมอตัวแสบ
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026#24 บทที่ 24 รอคำสั่ง
อัปเดตล่าสุด: 8/24/2026
คุณอาจชอบ 😍
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
(เซ็ท Three Flags) อาณัติร้ายนายวิศวะ
เมื่อค่ำคืนที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นตราบาปที่ไม่อาจลบเลือน
'น้ำพิง' หญิงสาวสู้ชีวิตที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ ตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกับ 'เรด' ทายาทเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งคู่ต่างถูกวางยา!
แต่โชคชะตากลับต้อนเธอให้จนมุม เมื่อรูปถ่ายหลุดว่อน และเรดปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงหิวเงินที่จัดฉากเพื่อจับเขาหวังรวยทางลัด
เพื่อปกปิดข่าวฉาว ผู้ใหญ่จึงยื่นคำขาดให้ทั้งคู่ต้องรับบทแฟนกำมะลอ
สำหรับน้ำพิง... มันคือทางออกเพื่อเอาชีวิตรอด
แต่สำหรับเรด... มันคือจุดเริ่มต้นของการจองจำและเอาคืน
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













