บทที่ 8 ของแทนใจ

ชายหนุ่มหลุบตาสบประสานกับเธอ ก่อนจะพยักหน้ารับช้าๆ

"ขอบคุณครับ"

มันเป็นครั้งแรก ที่น้ำเสียงของเขาไม่แข็งกระด้าง และมันก็ยิ่งทำให้หัวใจของขวัญใจรู้สึกสั่นไหวและคุ้นเคยกับเขามากขึ้นไปอีก

หลังจากส่งตัวนายเดชเข้าห้องผ่าตัดเรียบร้อย ขวัญใจก็เดินลากขากลับมาที่หน้าแผนกฉุกเฉินพร้อมกับมะปราง

เพื่อนสาวเดินเอาไหล่มาชนเบาๆ

"แกนี่ ใจเด็ดกล้าบ้าบิ่นมากนะเว้ยขวัญ"

"เรื่องอะไร"

"ก็เรื่องที่กล้าไปยืนเถียงฉอดๆ เบรกหน้าสารวัตรหน้ายักษ์คนนั้นแบบเมื่อกี้ไง"

"ฉันไม่ได้เถียงสักหน่อย ฉันแค่อธิบายเหตุผล"

"โห แกไม่เห็นเหรอวะ ว่าหน้าพวกลูกน้องตำรวจที่ยืนคุมเชิงอยู่ข้างหลังเขาอะ เหมือนหยุดหายใจตายคาที่กันไปหมดแล้วตอนที่แกพูด"

ขวัญใจหลุดหัวเราะ

"แกก็พูดเวอร์ไปปราง"

"ฉันไม่ได้เวอร์เลยเว้ย ฉันยืนสังเกตการณ์อยู่ใกล้ๆ"

"ฉันก็แค่ทำตามหน้าที่หมอเท่านั้นเอง"

มะปรางทอดสายตามองหน้าเพื่อนรัก

"แต่เอาจริงๆ ฉันก็เข้าใจแกนะ"

"เข้าใจอะไร"

"ก็เวลาที่มีชีวิตคนไข้อยู่ตรงหน้า แกมักจะไม่เคยสนใจเลยว่า คนที่ยืนขวางอยู่หรือคนที่แกต้องต่อกรด้วย เขาจะมีตำแหน่งใหญ่โตหรือน่ากลัวมาจากไหน"

ขวัญใจยักไหล่

"ตำรวจเขาก็มีหน้าที่และเป้าหมายของตำรวจ ส่วนพวกเราเป็นหมอ เราก็ต้องรักษาชีวิตและมีหน้าที่ของเราไง"

"แล้วถ้าสมมติว่าผู้ชายคนนั้น เขาเป็นถึงระดับนายพลล่ะ"

"ก็ต้องถอยหลบทาง ให้เตียงคนไข้เข็นผ่านไปเหมือนกันนั่นแหละย่ะ"

มะปรางหลุดเสียงหัวเราะก๊าก

"เออ สมกับเป็นแกจริงๆ ว่าที่แพทย์หญิงขวัญใจ"

ทว่าทั้งคู่กำลังจะหันหลังเดินกลับเข้าเคาน์เตอร์พยาบาล เสียงเอะอะโวยวายชุลมุนก็ดังลั่นขึ้นมาจากอีกฝั่งของห้องฉุกเฉินเสียก่อน

ผู้บาดเจ็บอีกสองคน เพิ่งจะถูกรถตำรวจหามนำส่งเข้ามา คนหนึ่งเป็นนายตำรวจนอกเครื่องแบบ ที่มีรอยเลือดอาบชุ่มบริเวณหน้าผากจากการปะทะ ส่วนอีกคน เป็นชายหนุ่มวัยยี่สิบปลายๆ ที่สภาพสะบักสะบอม ข้อมือทั้งสองข้างถูกพันธนาการไพล่หลังด้วยกุญแจมือเหล็ก ท่าทางของเขาดูกระวนกระวาย ตาขวาง และคลุ้มคลั่งอย่างหนัก

"ปล่อยกูโว้ย"

เขากระชากแขนสุดแรง ดิ้นรนขัดขืนการควบคุมของตำรวจ

"กูไม่รักษา พวกมึงคิดจะหลอกฉีดยาฆ่ากูปิดปากใช่ไหม ปล่อยกู"

แพทย์หญิงธาราเดินเข้าไปช่วยประเมินสถานการณ์ โดยยังคงรักษาระยะห่างเพื่อความปลอดภัย

"หมอขวัญ ถอยไปสแตนด์บายอยู่ด้านหลังพี่ก่อนนะ"

"ค่ะพี่ธารา" ขวัญใจพยักหน้ารับ ไม่พาตัวเองก้าวเข้าไปใกล้รัศมีอันตราย

นายตำรวจที่ควบคุมตัวคนร้ายมา หันมาให้ข้อมูลหอบๆ

"มันมีอาการคลุ้มคลั่งผิดปกติมาตั้งแต่ตอนถูกรวบตัวแล้วครับหมอ สงสัยว่ามันน่าจะเพิ่งอัดยาบ้ามาเต็มพิกัดครับ"

"ที่นี่โรงพยาบาลนะคะ ไม่มีใครกำลังจะทำร้าย หรือฆ่าปิดปากคุณทั้งนั้น" แพทย์หญิงธาราพยายามพูดเกลี้ยกล่อมคนไข้ "เราแค่ต้องขออนุญาตทำแผล ตรวจดูอาการบาดเจ็บให้คุณก่อน"

ชายเมายาคนนั้นไม่ฟังเสียง เขาตาขวางแยกเขี้ยว ก่อนจะดิ้นพล่าน กระชากแขนที่ถูกสวมกุญแจมืออย่างรุนแรง

กุญแจเหล็กกระแทกเข้ากับราวเหล็กกั้นเตียงคนไข้เต็มแรง

เคร้ง

เสียงโลหะหนักๆ กระทบกัน ดังก้องกังวานไปทั่วห้องฉุกเฉิน

ขวัญใจสะดุ้งสุดตัว ลมหายใจของเธอสะดุดกึก ติดขัดอยู่กลางอกไปชั่วขณะ

มันไม่ใช่การที่ภาพความทรงจำที่หายไปไหลย้อนกลับคืนมา เธอรู้ตัวดีว่าเสียงเหล็กกระทบกันเมื่อกี้มันคือเสียงอะไร ทว่าร่างกายของเธอกลับปฏิกิริยา ตอบสนองไปไวกว่าสมองจะสั่งการ

เสียงโลหะหนักๆ ที่หล่นกระแทกพื้นในวันนั้น เสียงตะโกนข่มขู่ ภาพความเลวร้ายทุกอย่าง แล่นปราดผ่านโสตประสาทอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด

ขวัญใจกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เธอพยายามบังคับสายตาตัวเองให้กวาดมองไปรอบๆ ห้อง แสงไฟนีออนสีขาวสว่างจ้า เคาน์เตอร์พยาบาล พี่มุก มะปราง ที่นี่คือโรงพยาบาลธารารักษ์ ไม่ใช่หอประชุมโรงเรียน

"ขวัญ" มะปรางสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงกระซิบเรียกเบาๆ

"ฉันโอเค" เธอตอบกลับทันควัน เสียงสั่นนิดๆ

มะปรางไม่ได้ซักไซ้ หรือถามซ้ำให้เพื่อนอึดอัด เธอเพียงแค่ขยับตัว เข้ามายืนเบียดชิดให้กำลังใจเพื่อนสนิทมากขึ้น

ชายเมายาบนเตียง ยังคงคลุ้มคลั่ง กระชากแขนดิ้นรนอีกครั้ง

เคร้ง

คราวนี้ขวัญใจสะดุ้งน้อยกว่าเดิม เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ช้าๆ ก่อนจะตั้งสติ หันกลับไปพิจารณาคนไข้ที่กำลังอาละวาด

เขาเองก็กำลังตกอยู่ในความหวาดกลัวสุดขีดเช่นเดียวกัน ความก้าวร้าวและคำหยาบคายที่พ่นออกมา มันไม่ได้ช่วยบดบังความตื่นตระหนกที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาของเขาได้เลย

ขวัญใจตัดสินใจไม่ก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวคนไข้ แต่เธอเลือกที่จะใช้น้ำเสียง พูดเกลี้ยกล่อมเขาจากระยะปลอดภัย

"คุณคะ ได้ยินเสียงหมอไหมคะ"

ชายเมายาหอบแฮกๆ นัยน์ตาแดงก่ำ จ้องมองมาที่เธอ

"พวกมึง พวกมึงจะรุมฆ่ากู"

"ตอนนี้คุณอยู่ถึงโรงพยาบาลแล้วค่ะ ปลอดภัยแล้ว"

เขาเบิกตาโต จ้องหน้าเธอเขม็ง

"ไม่มีใครกำลังจะเอาปืนยิงคุณ ไม่มีใครลอบทำร้ายคุณทั้งนั้นค่ะ"

น้ำเสียงของขวัญใจ ช้า ชัดเจน และหนักแน่น

"มองมาทางหมอนี้นะคะ แล้วค่อยๆ สูดหายใจเข้าออกช้าๆ ลงก่อนนะ"

ทันทีที่ประโยคเหล่านั้นหลุดออกจากริมฝีปาก ขวัญใจก็ชะงักงันไปเองนิดหนึ่ง

เพราะประโยคที่เธอเพิ่งจะใช้เกลี้ยกล่อมคนไข้ไปหมาดๆ มันช่างละม้ายคล้ายคลึงกับคำพูดที่ใครบางคนเคยใช้เรียกสติเธอมากเหลือเกิน

แต่นั่นมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไรนี่นา ในเมื่อประโยคเหล่านั้น มันเคยมีอานุภาพช่วยฉุดรั้งเธอขึ้นมาจากขุมนรกแห่งความกลัวได้ในวันนั้น เธอก็ย่อมจดจำมันได้ขึ้นใจ และหยิบยืมมันมาใช้เพื่อเยียวยาคนอื่นในวันนี้

"หายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ ค่ะ"

เธอเอ่ยย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

"ดีมากค่ะ แบบนั้นแหละ"

ชายเมายาบนเตียง ยังไม่ได้สงบสติอารมณ์ลงร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ปฏิกิริยาการดิ้นรนขัดขืนของเขาก็ลดน้อยลงมาก มากพอที่จะทำให้ทีมแพทย์และพยาบาลสามารถก้าวเข้าไปประเมินอาการและฉีดยาระงับประสาทให้เขาได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น

ขวัญใจถอยฉากออกมา ปล่อยให้แพทย์หญิงธารารับหน้าที่จัดการต่อ แต่ทว่า เมื่อเธอหันหน้ากลับมาที่เดิม เธอก็ต้องผงะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป